หัวใจกริชอิทธิเจเสน่ห์กลแล้วเล่ามนต์เสกขมิ้นกินน้ำมันเข้าห้องลองวิชาภาษาเด็กแทงจนเหล็กแหลมลู่ยู่ขยันมหาทมึนยืนยงคงกระพันทั้งเลขยันต์ลากเหมือนไม่เคลื่อนคลายแล้วทำตัวอิติปิโสเสดาะโซ่ตรวนได้ดังใจหมายสะกดคนมนต์จังงังกำบังกายเมฆฉายสุริย์จันทร์ขยันดีทั้งเรียนธรรมกรรมฐานนิพพานสูตรร้องเรียกภูตพรายปราบกำหราบผีผูกพยนต์หุ่นหญ้าเข้าราวีทองประศรีสอนหลานชำนาญมา ฯลฯ
นี่แสดงให้เห็นว่าการศึกษาเล่าเรียนวิชาในทางไสยศาสตร์ จะต้องศึกษาปฏิบัติกระทำจนให้เป็นแตกฉานช่ำชอง ฝึกฝนจนเป็นที่เชี่ยวชาญพลังมนต์ จึงจะขลังศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อศุขวัดมะขามเฒ่า ท่านก็ได้อุตส่าห์ ปฏิบัติกระทำเช่นนี้เหมือนกัน จึงมีความสามารถทำอะไรได้ทุกอย่างให้มีอิทธิปาฏิหาริย์เกิดขึ้น หลวงพ่อศุขท่านยังได้ประสิทธิประสาทวิชาอาคมอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านให้แก่บรรดาสานุศิษย์ไว้เป็นจำนวนมากมีทั้งพระภิกษุสงฆ์และฆารวาสตำหรับตำราในวิชาไสยศาสตร์ของหลวงพ่อศุขจึงได้ตกถ่ายทอดไปตามหัวเมืองต่างๆ ปัจจุบันนี้ยังมีพระคณาจารย์ศึกษาเล่าเรียนปฏิบัติกระทำเกิดมีอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน ตำราในวิชาไสยศาสตร์ของหลวงพ่อศุขนี้ ผู้เขียนได้ขอความกรุณาคัดลอกมาจากท่านพระอาจารย์บุญ ฐิตสโร วัดบางกล่างจังหวัดนนทบุรีมีไว้ดังนี้
ว่าด้วยธาตุทั้ง ๔นะอุอะมะพะทะนะ ธาตุดินทะอุอะนะมะพะทะ ธาตุน้ำพะอุอะทะนะมะพะ ธาตุลมมะอุอะพะทะนะมะ ธาตุไฟ
ถ้าจะทำให้คนจำไม่ได้หรือเรียกว่าแปลงกาย เดินไปไหนคนเห็นเป็นคนแปลกหน้าเมื่อทำแล้วเกิดเป็นเสน่ห์มหานิยมและอยู่ยงคงกระพันชาตรีด้วย ท่านให้เอาแป้งหอมมาเสก ๗ คาบ ทาหน้าทาตามตัวแล้วเสกเครื่องแต่งกายอีก ๗ คาบ แล้วสวมใส่จะมีความสง่าน่าเกรงขามท่านให้เสกด้วยคาถานี้
อะวิสุนุสสา นุสติอะฯ
- แล้วเอาธาตุดินกับธาตุลมเสกหนุนไปด้วยจนครบ ๗ คาบ จะสำเร็จความตามมุ่งหวังทุกประการ
- ถ้าจะเสกน้ำมันหอม น้ำมันจันทร์ ขี้ผึ้ง ให้เดือดเหมือนตั้งไฟร้อนๆ จะมีอานุภาพทางเมตตามหานิยม คงทนต่อปืน ไฟ ทุกชนิด อมน้ำมันใส่ปากพ่นสะเดาะโซ่ตรวนหลุดออกสิ้น ท่านให้เอาธาตุไฟ เสกกับธาตุน้ำ ๓-๗ คาบ
-ถ้าจะผูกหุ่นพยนต์ให้เป็นคนเฝ้าบ้านหรือจะใช้สิ่งใดทุกประการ ท่านให้เอาไม้ไผ่หามผีตายวันเสาร์เผาวันอังคาร มาจักเป็นตอกผูกเป็นหุ่นรูปคน คือเอาผ้าขาวหรือหญ้าคาก็ได้แต่ต้องเอาถ่านไปเผาผียัดใส่อกหุ่นเมื่อจะเอาถ่านไฟที่เผา เสร็จแล้วจะต้องทำการเซ่นเสียก่อนเอาเหล้า ๑ ขวด ไก่ ๑ ตัวเซ่น แล้วเอาไม้หามผีมาทำอาวุธให้หุ่นถือ จะเป็นมีดหรือไม้ก็ตาม แล้วจึงเสกคาถาบริกรรม ๑๐๘ คาบ ว่าคาถาดังนี้
ปฏิรูปัง ปฏิรูปัง ปฏิรูปัง ฯ
แล้วเอาธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ หนุนไปด้วย เสกไปจนหุ่นนั้นลุกขึ้น วันแรกจะต้องทำวันเสาร์หรือวันอังคารกลางดึกสงัดจึงจะเป็น
- ถ้าจะระเบิดลงไปเดินในมหาสมุทร ท่านให้เขียนธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ใส่กระดาษฟางทำไส้เทียนขี้ผึ้งแท้ ทำ ๑๒ เล่ม ๆ ละหนัก ๑ บาท แล้วเสกด้วยดิน น้ำ ลม ไฟ ๑๐๘ คาบจุดเทียนเดินลงในน้ำบริกรรมด้วยธาตุ ลม ดิน ไฟ จะเดินไปไหนให้เดินบริกรรมไปจนถึงจุดหมาย
- ถ้าจะล่องหนหายตัวกำบังกาย เมื่อจวนตัวให้เอาไม้หรือใบยไม้ก็ได้ ใส่ปากกัดไว้ บริกรรมด้วยธาตุ ดิน กับธาตุลม ๗ คาบเดินไปคนไม่เห็นตัว ถ้าใครเห็นพูดไม่ออกเป็นจังงัง
- ถ้าเขาวิ่งไล่เข้ามาจวนตัวหนีไม่ทัน ให้เสกผ้าหรือของสิ่งใดก็ได้ติดตัวไปด้วยนั้น เสก ๓ คาบทิ้งไว้ คนตามมาจะเห็นเป็นตัวเราอยู่ที่นั่น ภาวนาด้วยธาตุดินกับธาตุลม แล้วบริกรรมวิ่งหนีไปเขาไม่เห็นตัวเลย
- ถ้าจะเสดาะลูกตายในท้องให้ออก ทำน้ำมนต์ให้กินด้วยธาตุน้ำกับธาตุลม ๗ คาบแล้วพ่นกระหม่อมด้วยธาตุลมลูกจะออกมา แล้วเอาผ้าขาวห่อทารกที่ตาย เสกด้วยธาตุดิน ๗ คาบแล้วนำไปฝัง
- ถ้าจะสะกดคนให้หลับทั้งกองทัพ ให้จุดเทียนบูชาเทวดาแล้ว เอาไม้เผาผีตายวันเสาร์เผาวันอังคารที่เอาไหม้ให้หมด ต้องเซ่นเอามา แล้วเอาใบตองแตก ใบชัยพฤกษ์ ใบหญ้านางขึ้นบนจอมปลวก กำยาม และใบอื่นๆเป็นจำนวนมากมาสุมไฟทางเหนือลมของข้าศึกให้ลมพัดควันไปถึง สุมไฟไปนั่งบริกรรมเสกด้วยธาตุลมกับธาตุน้ำ ๑๐๘ คาบ ข้าศึกจะหลับหมดสิ้น
- ถ้าจะทำให้กุ้งปลาเป็นจำนวนมาก ให้เอาข้าวสารมาเสกด้วยธาตุดิน น้ำ ลม ๑๐๘ คาบเอาข้าวสารซัดลงไปในน้ำจะกลายเป็นกุ้งปลาเป็นจำนวนมาก
- ถ้าจะทำให้ศัตรูพินาศแพ้ภัย ให้บริกรรมด้วยธาตุไฟและลม เป่าชี้มือไปทางศัตรู แล้วเป่าไปเรื่อยๆ ศัตรูสู้ไม่ได้เกิดความร้อนรนเหมือนกับไฟเผาจนหนีกระเจิงไปหมดสิ้น
- ถ้าจะทำการป้องกันไฟ โจรผูร้านท่านให้เอาทรายมาเสก บริกรรมด้วยธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ๑๐๘ คาบ ไปรอบๆบริเวณบ้าน โจรผู้ร้ายหาทางเข้าบ้านไม่ได้เลย ป้องกันภูตผีปีศาจด้วย
พระคาถาทั้ง ๔ ธาตุนี้ ท่านกล่าวว่ามีอานุภาพมาก จะทำสิ่งใดให้ปรารถนาเอา แล้วกระทำการปลุกเสก จะสำเร็จผลตามความมุ่งหมายทุกประการ
ยังมีพระคาถาอีกบทหนึ่งของหลวงพ่อศุข ได้มีพระคณาจารย์เคยใช้ได้ผลมาแล้วมากต่อมาก มีอานุภาพทางคงกระพันชาตรี ปืนยิงไม่ออก ถ้าออกก็ไม่ถูก ดังนี้
นะ อะสังวิสุโลบุสะภุภะ เพชคงกายยะ สัพพะพันธะนัง ฯโม อะสังวิสุโลบุสะพุภะ เพชคงกายยะ สัพพะพันธะนัง ฯพุธ อะสังวิสุโลบุสะพุภะ เพชคงกายยะ สัพพะพันธะนัง ฯธา อะสังวิสุโลบุสะพุภะ เพชคงกายยะ สัพพะพันธะนัง ฯยะ อะสังวิสุโลบุสะพุภะ เพชคงกายยะ สัพพะพันธะนัง ฯอะสังวิสุโลบุสะพุภะ นะเพชคงกายยะ นะโมพุทธายะมะอะอะฯ
ให้ยกครู ๘ บาท ๑ สลึง ๑ เฟื้อง เทียน ๙ เล่ม ธูป ๙ ดอก หมาก ๙ คำ เมื่อยกครูแล้วส่วนเงิน ๑ สลึง ๑ เฟื้องให้ใส่บาตรพระสงฆ์อุทิศให้ครูบาอาจารย์เสีย
พระคาถาบทนี้ท่านให้เสกผ้าหรือได้ผูกทำเป็นหัวพิรอด ให้เสก ๓-๗ คาบ เมื่อทำเสร็จแล้วให้ทดลองเอาปืนยิงได้ ถ้าไม่ออกหรือออกไม่ถูกจึงใช้ได้ ถ้ายิงออกไปถูกแล้วยังใช้ไม่ได้ให้ทำการปลุกเสกขึ้นใหม่ ทดลองจนเห็นผลประจักษ์จึงใช้ได้ ท่านกล่าวว่าถ้าทำการปลุกเสก ขึ้นครั้งแรกทดลองยิงไม่ออกหรือออกไม่ถูกแล้วครั้งต่อๆ ไปการปลุกเสกทำขึ้น พลังมนต์ พระคาถาก็ศักดิ์สิทธิ์ เหมือนเช่นเดิม การกระทำปลุกเสกหัวพิรอดนี้ มีพระคณาจารย์ทำขึ้นได้ผลประจักษ์มาแล้วมากต่อมาก ฉะนั้นท่านพุทธศาสนิกชนผู้มีความเลื่อมใสศรัทธา จะทำไปประกอบกระทำพิธีปลุกเสกผูกด้วยเชือกด้ายหรือผ้าขาวทำเป็นหัวพิรอดดังกล่าวแล้ว ให้ท่านระลึกถึงหลวงพ่อศุขผู้เป็นบรมครูในวิชานี้ ท่านจะทำขลังและศักดิ์สิทธิ์ได้ผลประจักษ์ทันที
พระคาถาคัดของเสกอาวุธฟันแทงยิงว่าดังนี้
โรปุสุสะวิสุสังพะอะฯ
ท่านให้เสกบรรจุ ๓-๗ คาบ แล้วจึงยิงหรือฟันจะทนทานต่อาวุธนี้ไม่ได้เลย เมื่อต้องอาวุธนี้แล้วจะเจ็บปวดดังอสรพิษขบกัดน่าเวทนายิ่งนัก++++++++++++++++++++คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน
คาถาและมนต์บางบท
ของ
(หลวงพ่อเดิม) วัดหนองโพ
จากหนังสือ กิตติคุณหลวงพ่อเดิม
ธนิต อยู่โพธิ์ เรียบเรียง

พิมพ์ตามที่หลวงพ่อบอกให้จดไว้๑. คาถาหายตัว
นะ ห้าม โม ปิด พุท มิดหัว
ทา ล้อมตัว ยะ ซ่อนหัว หายตัวบัดนี้
นะ จงงง โม จังงัง พุท กำบัง
ทา ละลาย ยะ สูญหาย อนัตตา สูญเปล่า ฯเะ เสือมาก็ไม่กลัว ได้เชื่อแล้ว ได้พบเห็นมาแล้วด้วยตนเอง
๒. มหานิยม
โอม มะศรี มะศรี
ตัวกูนี้งาม คือ ฟ้า
หน้ากูขาว คือ ดอกบัว
หัวกูงาม คือ กงจักร
คนเห็นรัก โอมมะประสิทธิเม อิติ ฯ ใช้เสกขี้ผึ้งสีปากและเสกผ้านุ่งผ้าห่ม
๓. หัวใจมนุษย์
มนุญฺญํ ฯ
กะกาชิวฺหา ฯ ใช้ลงตะกรุดแล้วเสกด้วยคาถามหานิยม ๒
๔. คาถาอาพัดบุหรี่
ทุมฺโม สุโข โจวสํ อคฺคียํ
สรณํ คโต สรณํ คโต ฯ ใช้อาพัดบุหรี่คงกระพันและเป็นเสน่ห์มหานิยม
๕. คาถานางกวัก
โอม มหาประสิทธิโชคอันอุดม
โอม ปู่เจ้าเขาเขียว มีลูกคนเดียวขื่อนางกวัก
ชายเห็นชายรัก หญิงเห็นหญิงรัก รู้จักทุกตำบล
คนรักทุกถ้วนหน้า พวกพาณิชชา กูไปค้าเมืองแมน
กูค้าหัวแหวนก็ได้แสนทะนาน
ค้าสารพัดก็ได้คล่องๆ กูค้าเงินก็ได้เต็มกล่อง
กูค้าทองก็ได้เต็มหาบ (เพี้ยง)
วันนี้สารพัด กูได้เต็มหาบมาเรือน
สามเดือนก็เป็นเศรษฐี สามปีสารพัดสำเร็จ
โอมปู่เจ้าเขาเขียว ประสิทธิ์ให้แก่กูคนเดียว
สวาหะ ฯ ใช้เป็นมหานิยมทางค้าขายดีนักแล
๖. คาถาอุณหิสวิชัย
อุณฺหิสวิชโย โลเก อนุตฺตโร
สพฺพสตฺตหิ ยถายตํ ตฺวํ สิทฺธิเทวเต ปาเค
ยมราชาโน สิทฺธิชโย สิทฺธิอินฺโท
สิทฺธิมนุสฺสโล ปญฺญา มยฺหํ
สิริวฑฺฒโน สิริสุขํ สิริลาภํ
สิริอมรเณ มุตฺโต เปตกาลํ
มริโต เจตเสว อานุภาโว โหติ
นินฺทิโต กรุงปเทสํ
เทสสุตฺวา อายุ วฑฺฒตีติ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขื้นไปโปรดพระพุทธมารดา
ใช้สวดมนต์กันสรรพภัยดีนัก
๗. คาถาพระเจ้าอมโลกหรีอปฐมกัปป์
นกาโร กุกฺกุสนฺโธ สิโรมชฺเฌ
โมกาโร โกนาคมโน ลลา ฐิเต
พุกาโร กสฺสโป พุทฺโธ จ ทฺวเนตฺเต
ทากาโร ศฺรีสากฺยมุนี โคตโม ยเทฺวกณฺเณ
ยกาโร อริยเมตฺไตฺรโย ชิวฺหา ฐิเต
ปญฺจ พุทฺธา นมามิหํ ฯ ใช้เสกแปัง เสกน้ำมัน น้ำมนต์ กันและไล่พวกผีพวกสาง
ลายมือเขียนอักษรขอม ของหลวงพ่อเดิม

คำอ่าน
สกฺกสฺส วชิราวูธํ เวสฺวณฺณสฺส สคทาวูธํ ยมฺมนสฺส เนยฺยนาวูธํ
อลวกสฺส ทุสาวูธํ นรายสฺส จกฺกราวูธํ ปญฺจอวุทฺธานํ เอเตสํ อานุภาเวน
ปญฺจอวุทฺธา พคฺคพคฺขาวิจุณฺณํ วิจุณฺณาโลมํมาเมน พุสฺสนฺติ คจฺฉ อมุมฺหิ
โอกาเส ติถาหิ ฯ
คำกรวดน้ำ (ของเก่า)
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อุปัชฌายา คุณุตตะรา อาจะริยูปะการา จะ มาตา ปิตา จะ ญาตะกา (ปิยา มะมัง) สุริโย จันทิมา ราชา คุณะวันตา นะราปิจะ พรหมะมารา จะ อินทา จะ ตุโลกะปาลา จะ เทวะตา ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ปุญญานิ ปะกะตานิ เม สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ ขิปปัง ปาเปถะ โวมะตัง ฯ อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อิมินา อุททิเสนะ จะ ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ ตัณหุปาทานะเฉทะนัง เย สันตาเน หีนา ธัมมา ยาวะ นิพพานะโต มะมัง นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว อุชุจิตตัง สะติปัญญา สัลเลโข วิรยัมหินา มารา ละภันตุ โนกาสัง กาตุญจะ วิริเยสุ เม ฯ พุทโธ ทีปะวะโร นาโถ ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง เตโสตตะมานุภาเวนะ มาโรกาสัง ละภันตุ มา ฯ

คำแปล
ด้วยการทำบุญนี้ ขอให้พระอุปัชฌาย์ผู้มีพระคุณสูงสุด ขอให้อาจารย์ผู้มีอุปการะ ขอให้มารดาบิดาและญาติทั้งหลาย (ผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้า) ขอให้พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระราชา อีกทั้งท่านผู้มีพระคุณ ขอให้พระพรหมและหมู่มาร ทั้งพระอินทร์และท้าวโลกบาลทั้งสี่ กับเทวดาทั้งหลายด้วย ขอให้พระยม และมนุษย์ทั้งหลาย ที่รักใคร่เป็นมิตรสหาย ที่เป็นกลางๆ รวมทั้งพวกที่มีเวรต่อกันด้วยขอให้บรรดาสัตว์ทั้งหลาย จงมีความสุขทั่วกัน และขอบุญทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ จงอำนวยความสุขทั้ง ๓ ประการ ขอให้ท่านทั้งหลายจงบรรลุอมตะนิพพานโดยเร็วเถิด
ด้วยการทำบุญนี้ และด้วยการอุทิศส่วนกุศลนี้ ขอให้ข้าพเจ้าได้บรรลุพระนิพพานซึ่งตัดขาด (กิเลส) ตัณหา และอุปาทาน โดยเร็วและโดยง่ายเถิด กว่าจะลุถึงนิพพาน บรรดาสิ่งเลวร้ายทั้งหลายเหล่าใดที่มีอยู่ในสันดานของข้าพเจ้าขอให้บรรดาสิ่งเลวร้ายทั้งหลาย เหล่านั้นจงสูญสิ้นไปทุก ๆ ขณะด้วยเถิด ข้าพเจ้าไปเกิด ในภพใด ๆ ขอให้จิตใจซื่อตรง มีสติปัญญา มีความเพียรขัดเกลากิเลส และขอให้ศัตรูหมู่มารทั้งหลายจงอย่าได้มี โอกาสทำการรบกวนในเวลาข้าพเจ้าทำความเพียรเลย
พระพุทธเจ้า ทรงเป็นนาถะที่พึ่งอันประเสริฐ พระธรรมเป็นที่พึ่งอันสูงสุด พระปัจเจกพุทธเจ้าก็เป็นที่พึ่งด้วยพระสงฆ์ก็เป็นที่พึ่งอันสูงสุด ของข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพอันเยี่ยมยอดของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระสงฆ์ทั้งหลาย เหล่านั้น ขออย่าให้สารทั้งหลายได้โอกาสเลย.
คาถากรวดน้ำ
ของ
พระเจ้าจักรพรรดิ ติโลกวิชัย บรมโพธิสัตว์
ยัง กิญจิ กุสะลัง กัมมัง กัตตัพพัง กิริยัง มะมะ กาเยนะ วาจามะนะสา ติทะเส สุคะตัง กะตัง เย สัตตา สัญญิโน อัตถิ เย จะ สัตตา อะสัญญิโน กะตัง ปุญญะผะลัง มัยหัง สัพเพ ภาคี ภะวันตุ เต เย ตัง กะตัง สุวิทิตัง ทินนัง ปุญญะผะลังมะยา เย จะ ตัตถะ นะ ชานันติ เทวา คันตะวา นิเวทะยุง สัพเพ โลกัมหิ เย สัตตา ชีวันตาหาระเหตุกา มะนุญญัง โภชะนัง สัพเพ ละภันตุ มะมะ เจตะสาฯ
คำแปลคาถากรวดน้ำ
พระเจ้าจักรพรรดิ ติโลกวิชัย
กรรมอันควรทำที่เป็นบุญกุศล ที่พึงทำด้วยกาย วาจา และใจ ใด ๆ ก็ตาม ที่เป็นกรรมไปดี คือสมควรไปเกิดในสุคติ ณ ชั้นไตรทศ คือสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ข้าพเจ้าได้ทำแล้ว บรรดาสัตว์ทั้งหลายเหล่าใด ทั้งที่เป็นพวกมีสัญญา กล่าวคือ มนุษย์ เทวดา และพรหม ก็ดี ทั้งพวกที่ไม่มีสัญญา กล่าวคือพวกอสัญญีสัตว์ทั้งหลายก็ดี ขอสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น จงเป็นผู้มีส่วนในผลบุญ กล่าวคือ จงร่วมเสวยผลบุญที่ข้าพเจ้าทำไว้ด้วยกันทุกท่านเถิด ขอสัตว์ทั้งหลายที่ได้ทราบดี ถึงผลบุญที่ข้าพเจ้าทำไว้ จงมีส่วนในผลบุญนั้นที่ข้าพเจ้าแผ่ไปให้ด้วยเถิด อนึ่ง สัตว์ทั้งหลายนั้น บรรดาที่ไม่ทราบ ขอให้เทวดาทั้งหลายโปรดไปบอกให้ทราบด้วย สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่าใดที่ดำรงชีวิตอยู่ในโลกโดยอาศัยอาหาร ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นจงได้โภชนาหารอันพึงใจ ตามเจตนาปณิธานของข้าพเจ้า ด้วยเทอญ.
คาถาบูชา หลวงพ่อเดิม
(วัดหนองโพ)
อิติอะระหัง สุขะโต พุทธสโร
หลวงพ่อเดิม นามะเต อาจาริโยเม
อายัสมา อาจาริโยเม ภันเตโหหิ
สวด ๑ จบ


พระพุทธ4พระธรรม4พระสงฆ์4อุบาสก4อุบาสิกา4ปกิณกะ4• พุทธประวัติ• พุทธประวัติทัศนศึกษา• ทศชาติชาดก4• ชาดก ๕๔๗ เรื่อง4• ประทีปแห่งเอเซีย• ๓ เดือนก่อนปรินิพพาน• บุคคลผู้เป็นเอกหาได้ยากในโลก• พระสัมมาสัมพุทธเจ้า• พระปัจเจกพุทธเจ้า• พระพุทธเจ้าในนิกายเถรวาทและมหายาน• พุทธกิจ ๔๕ พรรษา• พุทธการกธรรม• พุทธธรรมดา ๓๐ ทัศ• พุทธศาสนายุคหลังพุทธปรินิพพาน• พระไตรปิฎก4• พระอภิธรรม4• ศีล4• บทสวดมนต์4• พระคาถาชินบัญชร4• มิลินทปัญหา• พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์• นวโกวาท• ปกิณกธรรม4• พระอสีติมหาสาวก• เอตทัคคะ ภิกษุ4• เอตทัคคะ ภิกษุณี4• ประวัติอาจารย์ สายพระป่า• ประวัติอาจารย์ สายพระบ้าน• คำสอนอาจารย์• ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช• พระประวัติสมเด็จพระสังฆราช4• สมณศักดิ์• พระบุญนาคเที่ยวกรรมฐาน• บันทึกลับ ภิกษุนิรนาม• ภาพในหลวงกับพระสุปฏิปันโน• เอตทัคคะ(อุบาสก)4• ประวัติอุบาสกคนสำคัญ4• ธรรมะโดยอุบาสก4• พระสมาธิของพระเจ้าอยู่หัว• พระราชกฤษฎาภินิหาร• พระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระปรีชา• ทิพยอำนาจในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว• เอตทัคคะ (อุบาสิกา)4• ประวัติอุบาสิกาคนสำคัญ4• คำสอนโดยอุบาสิกา4• นิทานเซน• โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน• โอวาทท่านจี้กง• ระเบียบปฏิบัติของชาวพุทธ• ศาสนพิธี• สารบัญปัญหาจากการปฏิบัติ• สารบัญปัญหาจากการดูจิต• พุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์4• เรื่องที่น่าสนใจ• เตมีย์ชาดก• ชนกชาดก• สุวรรณสามชาดก• เนมิราชชาดก• มโหสถชาดก• ภูริทัตชาดก• จันทกุมารชาดก• นารทชาดก• วิทูรชาดก• เวสสันดรชาดกเรียงตามนิบาตเรียงตามชื่อความรู้เรื่องพระไตรปิฎกความเป็นมาแห่งพระไตรปิฎกฝ่ายเถรวาทประวัติพระไตรปิฎกฉบับจีนพากย์ความหมายของพระไตรปิฎกความเป็นมาของพระไตรปิฎกคำอธิบายพระไตรปิฎกอย่างย่อลำดับคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเนื้อหาโดยสังเขปของพระไตรปิฎกแก่นธรรมจากทีฆนิกายความคิดของคนที่ไม่เข้าถึงสภาวะธรรมความสำคัญและการรักษาพระไตรปิฎกสาระน่ารู้เกี่ยวกับพระอภิธรรม4พระอภิธรรมในชีวิตประจำวันปรมัตถธรรมสังเขปจิตตสังเขปนวโกวาท วินัยบัญญัติ เบญจศีล อานิสงส์ของศีล ๕ข้อห้ามและศีลของสมณเพศ 4อย่างไรจึงผิดศีลผิดศีล..ตัดสินอย่างไรถือศีลอย่างไรจึงจะไม่กลายเป็นสังโยชน์วินัยของพระภิกษุสงฆ์ ที่ประชาชนควรทราบบทสวดทำวัตรเช้าบทสวดทำวัตรเย็นบทสวดมนต์เจ็ดตำนานบทสวดมนต์สิบสองตำนานบทสวดถวายพรพระอานิสงส์ของการสวดพระพุทธคุณบทสวดมนต์ต่าง ๆบทสวดพระอภิธรรมในงานศพฉบับอ.พร รัตนสุวรรณฉบับพระพิมลธรรม (อาสภเถระ)ฉบับ 'ฉันทิชัย'ฉบับสิงหฬฉบับ สงฺขฺยาปกาสกฎีกาความหมายของธรรมปฏิจจสมุปบาทตำนานพระปริตรการอ่านภาษาบาลีคำถามเกี่ยวกับบทสวดมนต์อกุศลกรรมบท ๑๐4สมถะกรรมฐาน-อัปปนาสมาธิภพภูมิ 31 ภูมิกิเลส ๑๐อนุสสติ ๑๐กังขาเรวตะกาฬุทายีกุมารกัสสปะกุณฑธานะจุลปันถกะทัพพมัลลบุตรนันทะ (พุทธอนุชา)นันทกเถระปิณโฑลภารทวาชะปิลินทวัจฉะปุณณมันตานีบุตรพากุละพาหิยทารุจีริยะภัททิยกาฬิโคธาบุตรมหากัจจายนะมหากัปปินะมหากัสสปะมหาโกฐิตะมหาปันถกะโมคคัลลานะโมฆราชะรัฐปาละราธะราหุลเรวตขทิรวนิยะลกุณฎกภัททิยะวักกลิวังคีสะสาคตะสารีบุตรสีวลีสุภูติโสณกุฏิกัณณะโสณโกฬิวิสะโสภิตะอนุรุทธอัญญาโกณทัญญะอานนท์อุบาลีอุปเสนวังคันตบุตรอุรุเวลกัสสปะนางสุชาดานางวิสาขามิคารมาตานางขุชชุตตรานางสามาวดีนางอุตตรานันทมาตานางสุปปวาสาโกลิยธีตานางสุปปิยาอุบาสิกานางกาติยานีนางนกุลมาตาคหปตานีนางกาฬีอุบาสิกาสมเด็จพระสังฆราช (ศรี)สมเด็จพระสังฆราช (ศุข)สมเด็จพระสังฆราช (มี)สมเด็จพระสังฆราช (สุก)สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน)สมเด็จพระสังฆราช (นาค)กรมพระปรมานุชิตชิโนรสกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์สมเด็จพระสังฆราช (สา)กรมพระยาวชิรญาณวโรรสกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์สมเด็จพระสังฆราช (แพ)กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด)สมเด็จพระสังฆราช (อยู่)สมเด็จพระสังฆราช (จวน)สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น)สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์)สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ)พ่อค้าชื่อตปุสสะและภัลลิกะอนาถปิณฑิกคฤหบดีจิตตคฤหบดีหัตถกอุบาสกเจ้ามหานามศากยะอุคตคฤหบดีอุคคฤหบดีสูรัมพัฏฐเศรษฐีบุตรหมอชีวกโกมารภัจจ์นกุลปิตาคฤหบดีอุบาสกเปลี่ยน รักแซ่อ.เสถียร โพธินันทะอ.พร รัตนสุวรรณอ.สุชีพ ปุญญานุภาพศ.นพ.อวย เกตุสิงห์เซียนสู พรหมเชยธีระอ.สัญญา ธรรมศักดิ์อ.บุญมี เมธางกูรม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชอ.วศิน อินทสระดร.ระวี ภาวิไลสุลักษณ์ ศิวรักษ์สมพร เทพสิทธาสัตยา นารายัน โกเอ็นก้า• สันตินันท์• สู พรหมเชยธีระ• ดังตฤณ• เสถียร โพธินันทะ• สุชีพ ปุญญานุภาพ• วศิน อินทสระ• น.พ.กำพล พันธ์ชนะ• เขมานันทะ• ไชย ณ พล• กำพล ทองบุญนุ่ม• บุญมี เมธางกูร• มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช• ศ.นพ.อวย เกตุสิงห์• สุลักษณ์ ศิวรักษ์• ท่านอื่น ๆพระมหาปชาบดีโคตมีเถรีพระเขมาเถรีพระอุบลวัณณาเถรีพระปฏาจาราเถรีพระธัมมทินนาเถรีพระนันทาเถรีพระโสณาเถรีพระสกุลาเถรีพระภัททากุณฑลเกสาเถรีพระภัททากปิลานีเถรีพระภัททากัจจานาเถรีพระกีสาโคตมีเถรีพระสิงคาลมาตาเถรีกี นานายนกนิษฐา วิเชียรเจริญแนบ มหานีรานนท์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ม.จ.พูนพิศมัย ดิสกุลสิริ กรินชัยพิมพา วงศาอุดมศันสนีย์ เสถียรสุตสุจิตรา อ่อนค้อมรัญจวน อินทรกำแหงบุญเรือน โตงบุญเติมสุรีพันธ์ มณีวัต• กี นานายน• สุจินต์ บริหารวนเขตต์• แนบ มหานีรานนท์• Nina Van Gorkom• อัญญมณี มัลลิกะมาส• ละมัย เขาสวนหลวง• พิกุล มโนเจริญ• อมรา มลิลา• พิมพา วงศาอุดม• รัญจวน อินทรกำแหง• สุรีพันธ์ มณีวัตความมหัศจรรย์ของธรรมชาติการกำเนิดชีวิตและจักรวาลชีวิตกับจักรวาลความรู้กับสภาวะแห่งการรู้ธรรมะเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างไรเต๋าแห่งฟิสิกส์พุทธศาสนาในฐานะรากฐานของวิทยาศาสตร์วิทยาศาสตร์สมาธิคำนำห้ามฉันเนื้อ ๑๐ อย่างศีล ๑๐ ข้อของสามเณรศีล ๒๒๗ ข้อของพระภิกษุ4ครุธรรม ๘ ของภิกษุณีคำนำ ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุ มิจฉาจาร มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ สรุปอกุศลกรรมบท ๑๐ปาราชิกสังฆาทิเสสอนิยตกัณฑ์นิสสัคคิยปาจิตตีย์ปาจิตตีย์ปาฏิเทสนียะเสขิยะสารูปโภชนปฏิสังยุตตธัมมเทสนาปฏิสังยุตต์ปกิณสถะธิกรณสมถะคำนำพระอภิธรรม คืออะไรปรมัตถธรรมบัญญัติธรรมปรมัตถธรรม อยู่เหนือการสมมุติประวัติพระอภิธรรมพระอภิธัมมัตถสังคหะการสวดพระอภิธรรมในงานศพประโยชน์ของการศึกษาพระอภิธรรมสำนักศึกษาพระอภิธรรมผู้เรียบเรียงบรรณานุกรม+++++++++++++++++รวมพระคาถาสืบทอดจากสำเร็จลุนแห่งนครจำปาศักดิ์
--------------------------------------------------------------------------------
พระคาถาเหล่านี้บางส่วนสืบทอดจากสำเร็จลุนแห่งนครจำปาศักดิ์สู่พระครูโพนสะเม็ด(พระครูขี้หอม)สืบต่อถึงหลวงพ่อโต ตังคปัญญา โคราช(มรณะแล้ว)
คาถาล่องหนหายตัวตัง นิ พุท ติง นิ พุท ติง ตะ นิพุท ติง ตะ นิ ติง ตะ นิ พุท ธะ
คาถาลงตะกรุดกันปืนอะ นิ ทัส สะ นะ อัป ปะ ฏิ คา เมตตัญ จะนะ หะ โล อัต โส ภะ คะ วา อิ ติ ปิ ติ อะระหังฯ
คาถาเสกบอระเพ็ดกินคงพยาธิโรคหายพุทธังเพซชะคงหนัง ธัมมังเพ็ซชะคงหนัง สังฆังเพ็ชชะคงกระตูกนะ มะ พะ ทะ อม สะหัส คง คงฯ
คาถาพระเจ้า ๑๖ พระองค์เสกยากินนะ มะ นะ อะ นอ กอ นะ กะกอ ออ นอ อะ นะ อะ กะ อังอุดมิ อะ มิ มะ หิ สุ ตังสุ นะ พุท ธัง อะ สุ นะ อะ.
พระคาถาเสกใบมะขามเป็นต่อเป็นแตนมะ คิ ยา โน มะ คิ ยา มะคิ ธิ โส หะ ยะ ลา ปะ สา โนนะ มา เช นะ สา
พระคาถาเสกยากินเป็นมหาอุด และคงกระพันพุทธังคงเนื้อ ธัมมังคงหนัง สังฆังคงกระดูกอะระหังพันผูก ตรีเพชรคงคงพุทธังอุด ธัมมังอัด สังฆังปิด.
คาถานะโมตาบอดนะ โม ตัน ติด นะ โม ติด ตัน ตานะ โม ตัน ตา นะ โม ตา ตัน ติด(เป่าไข้ เป่าไอ เป่าหนาว เสกข้าวกินกันปืน)
คาถาหายตัวกุ กะ กุ โก กุ รา มะ โมโม รา กุ(ภาวนาจับต้นไม้ตอนเดือนหงาย แต่งขันธ์ 5ภาวนา) ฝึกแล้วชาวบ้านแตกตื่น เพราะ หายตัวไม่ได้เห็นชีเปลือยโทงๆ นี่ไม่ประกันความปลอดภัย
คาถาอิติปิโส ๘ ทิศ๑. อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา อิ๒. ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง ติ๓. ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท ปิ๔. โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ โส๕. ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ ภะ๖. คะ พุท ปัน ทู ทัม วะ คะ คะ๗. วา โธ โน อะ มะ มะ วา วา๘. อะ วิช สุ นุต สา นุส ติ อะใช้ในทางป้องกันอันตรายต่างๆ ได้ทุกอย่าง สวด ๑ จบ ก่อนนอน สวด ๑ จบ ก่อนไปไหนมาไหน ขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้วิเศษนัก ไปปักกลดอยู่ป่าเขาเอาก้อนดิน๘ ก้อน หรือก้อนหิน ๘ ก้อน เสกด้วยอิติปิโส ๘ ทิศ แล้วเสก ๘ บทนึ้ ๓ จบ ปาก้อนหินก้อนดินไป ๘ ทิศ ท่านว่าจักไม่มีอันตรายเลยแม้แต่เสือเป็นต้น จะไม่ล่วงก้อนหินที่เราปาเอาไว้เข้ามาได้เลย คาถาอยู่ที่ความเชื่อความศรัทธา จึงจะขลัง ท่องให้ได้ขึ้นใจเชื่อมั่นตนเอง (จากตำราของเก่า)
คาถากระทู้ ๗ แบกอิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ติ หัง จะ โต โร ถิ นังปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท โส มา ณะ กะ ริ ถา โธภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ คะ พุท ปัน ทู ทัม วะ คะวา โธ โน อะ มะ มะ วา อะ วิช สุ นุต สา นุส ติพระคาถากระทู้ ๗ แบกนี้ ไม่ได้หมายความว่า ๗ ข้อหรือ ๗ วรรค ถ้านับเป็นวรรค เป็น ๘ วรรค ที่ว่า ๗ ก็เพราะว่า วรรคหนึ่งมี ๗ อักษร ท่านจึงเรียกกระทู้ ๗ แบก ท่านพรรณนาความขลังของคาถาวิเศษไว้ว่า ถ้าผู้ใดถือคาถานี้ขลังแล้วลงไปอยู่ในบ่อนาเอากระทู้ไม้ยาว ๑ วา เสี้ยมปลายให้แหลม พุ่งลงไปเพื่อให้ลถูกคนนั้นจนหมด กระทู้ ๗ แบก ไม่ถูกเลยแม้สักอันเดียว (จากตำราของเก่า)
คาถาธาตุสี่ ของสำเร็จลุน(แห่งนครจำปาศักดิ์)ใช้แสดงปาฏิหาริย์สารพัดแต่ละธาตุมีสี่บรรทัด จะมี สี่ บรรทัด สำเร็จลุนให้ตำราพระยาครูโพนสะเม็ก (พระครูขี้หอม) สืบทอดไว้
ปฐวีธาตุ หรือ ธาตุดิน ให้ว่าดังนี้มะ กะ ทะ นะ พะ กะ สะ จะมิ ตะ ติ อุ อะ มะ นะจิ ตะ ติ จะ พะ กะ สะมุ ตะ ติ มะ นะ อะ อุ
อาโปธาตุ หัรือ ธาตุน้ำนะ มะ ทะ จะภะ กะ สะริ ตะ ติ นะ อะ อิ อุริ ตะ ติ สะ มะ นิ ทุริ ตะ ตะ วิ กะ วิ ตะ ติ
วาโยธาตุ หรือ ธาตุลมพะ ทะ นะ มะ พะ สะ จะ พะริ ตะ ติ ทะ พะ มะ นะมิ ตะ ติ อุ อะ มะ นะวิ ตะ ติ พะ สะ กะ สะ
เตโชธาตุ หรือ ธาตุไฟทะ นะ มะ พะ สะ จะ พะ วะมิ ตะ ติ พะ จะ สะ กะมุ ตะ ติ นะ มะ อะ อุจุ ตะ ติ กะ ระ มะ กะ
นอกจากคาถาธาตุตัวเต็มนี้แล้ว ท่านยังถอดเอาไปใช้เฉพาะเรื่องทำให้ร่างกายให้โตว่ามะ นะ อุ อะ นะ มะ อะ อุทำให้มีข้าวของเครื่องใช้มากว่าอะ อุ มะ นะ นะ มะ อุ อุทำให้วิ่งเดินเร็วว่าอุ อะ มะ นะ นะ มะ อะ อุทำให้หายตัวไม่มีใครเห็นอะ อุ นะ มะ มะ นะ อะ อุทำให้ฝนตกนะ มะ อะ อุ มะ นะ อุ อะ
คาถามหากระจายการที่จะใช้คาถานี้ให้เกิดประโยชน์ เหมือนแก้วสารพัดนึก คือนึกจะให้เป็นสิ่งใดก็เป็นได้ จะต้องทำพระขึ้นองค์หนึ่งประกอบด้วยไม้ต่างๆคือเอาไม้กัลปพฤกษ์มา ทำเป็นองค์ เอาไม้ต้นยอมาทำเป็นแท่น เอาไม้ต้นแพงมาทำเป็นเกศ เอาไม้ต้นแสงมาทำเป็นหู เอาไม้ต้นรักมาทำเป็นหัวอกเมื่อทำพระดังกล่าวเสร็จแล้ว ก็ให้ทำเครื่องร้อยเป็นเครื่องบูชาเครื่องร้อยนั้น ท่าน ว่าประกอบด้วยธูป ๙ ดอก เทียนขี้ผึ้ง ๙ เล่ม ดอกไม้ใส่ขันจอก ๙ ดอกให้ทำจิตให้เป็นสมาธิ ในวันปุณณมีดิถี ขึ้น ๑๕ ค่ำ กลางคืนเพ็ญเดือนหงายปลุกเสกด้วยคาถาดังจะกล่าวต่อไปนี้ ๑๐๘ คาบ สวดชยันโตอีก ๑๐๘ คาบเรียกว่า พระยอดแก้วดวงธรรมดีนักแล จะคิดเนรมิตให้เป็นสิ่งใดได้ดังปรารถนาคาถาที่ให้สวดปลุกเสก ๑๐๘ คาบ นั้นมีดังนี้ คือธุ สะ สะ ปะ วะ โร สิ นุ สิ สิ โย มะหิทธิโกยัง ยัง ชะนะปัตตัง ยาตินิคะ เมรังชะ มะ วา ทะ โย ปิยัง ยะถาวะริ วะโหปุโรสัพพะการัง นะขียันติ เอวันตัง โสระโห ปัจจะยัง มหาลาภัง กะโรนตุเมเมื่อว่าดังนี้ ๑๐๘ คาบล้ว ว่าชะยันโตอีก ๑๐๘ จบ เป็นใช้ได้

22 comments:

Anonymous said...

เยี่ยม เลย ท่าน

Anonymous said...

ผมจะไม่เอาไปใช้ในทางที่ผิดครับ

147 said...

ขอคาถาหหาเสน่ห์ด้วยครับท่าน

Anonymous said...

ผมจะขอนำคาถาบางส่วนไปลองฝึกได้รึเปล่าครับ

Anonymous said...

ระวังนะพวกเล่นคาถาอาบัติยังไม่ถึง(มันจะเป็นคนดีและผีร้ายนะ)คนที่จะเรียนคาถาจำพวกนี้ได้ต้องเป็นคนที่มีศิลหรือตะบะแก่กล้า หรือไม่ก็พระภิกบุเท่านั้น

Anonymous said...

ครับ ต้องฝึก ศีล สมาธิ ให้สูงระดับหนึ่ง จึงจะดีอย่างที่ผู้หวังดีมาเตือนครับ ไม่งั้นคาถาไม่ได้ผล หรือ อาจส่งผลร้ายทางจิตใจแบบแปรปรวน ข้อมูลนี้ผมไม่รู้คัดลอกมาจากไหน จำไม่ได้แล้ว แต่ที่นำมาเผยแพร่เพราะหวังว่าข้อมูลจะไม่สูญหายไปเท่านั้น ควรสวดคาถาบูชาครูบาอาจารย์ด้วยทุกครั้งน่ะครับ ที่ผมลองใช้คือคาถาเทพรัญจวน สวดแล้วมีสาวมาทันที แต่ตอนนี้ผมเลิกท่องคาถานี้แล้วครับ ไม่อยากมีพันธะหรือบาปกรรมเพิ่มเติมอีก ตอนนี้หันมาท่องคาถายอดพระกรรณไตรปิฎก แทน กับคาถาปริตครับ หรือคาถาชินบัญชรก็ดีน่ะครับ เป็นศิริมงคลดี ผมแนะนำคาถานี้แทน เรื่องเดือดร้อนจะได้ไม่มาใกล้ครับ

Anonymous said...

ฝึกศีล สมาธิ ถึงระดับไหน ผมก็ไม่รู้น่ะครับ ใครมีข้อแนะนำก็จะดีครับผม

Anonymous said...

ทื่ว่า เอาธาตุดินกับธาตุลมเสกหนุนไปด้วย
ทำไงครับ งง...ม้าก...^^ ช่วยบอกทื่ครับ

Anonymous said...

ทื่ว่า เอาธาตุดินกับธาตุลมเสกหนุนไปด้วย
ทำไงครับ งง...ม้าก...^^ ช่วยบอกทื่ครับ


งง ตงที่ว่า เสกหนุน เนียละครับ

Anonymous said...

นะอุอะมะพะทะนะ ธาตุดิน
ทะอุอะนะมะพะทะ ธาตุน้ำ
พะอุอะทะนะมะพะ ธาตุลม
มะอุอะพะทะนะมะ ธาตุไฟ

คุณก็เสกธาตุดินและธาตุลม สิครับ
ท่องคาถาอะไรก็เสกธาตุดินและธาตุลมตามไปเท่่านั้น อย่าคิดลึกครับ

Anonymous said...
This comment has been removed by a blog administrator.
Anonymous said...

ผมไม่กล้าทำกัว

Anonymous said...

อหยากทำแต่ไม่กร้า55

Anonymous said...

อยากฝึกได้บ้างจัง

Anonymous said...

ดีๆมากๆเลยครับแต่ผมคนทำมะดาคงทำไม่ได้หรอกมั้งคัพ

Anonymous said...

ผมอยากจะถามคับ บ้างอันก็บอกให้3-7คาบ หมายถึง 3 ครั้งหรือ7ครั้งใช่มั้ยคับ
แล้วก็การจะท่องคาถาหลวงปู่ศุก จะต้องยกครูก่อนเลยเหรอคับ และที่บอกให้ เอาเงิน8บาท 1สลึง 1เฟื้อง ไอ1เฟื้องนี้จะเอามาจากไหนคับไม่รู้จัก แล้วก็1เฟื้องนี้เท่าไร
ช่วยตอบด้วยคับ

Anonymous said...

เรื่องคาบเข้าใจถูกต้องครับ
ควรยกครูหรือไหว้ครูครับ ส่วนเรื่องเิงินไหว้ครูไม่เคร่งว่าต้องเท่านั้นเท่านี้เป๊ะๆ บางครูก็ 9 บาท 8 บาท สมัยนี้หาเงินเฟื้องไม่มีก็อาจใช้ 8 บาท เท่านั้นแล้วขอขมาครูในใจว่าเงินเราหาได้เท่านี้อาจไม่ตรงหลักเกณเป๊ะๆ หน่ะครับ ตามความเข้าใจของผม

Anonymous said...

ขอบคุณคับ แล้วคุณเคยลองท่องคาถาหลวงปู่ศุกบ้างยังคับ
ถ้าท่องแล้วเปนอยางไรบ้างคับผมอยากทราบ

Anonymous said...

คาถาหลวงปู่ศุก คําว่า นะ อะสังวิสุโลบุสะภุพะ
คําว่า บุ หรือเป็น ปุ คับ เพราะว่าเคยเห็นแต่ คําว่า อสังวิสุโลปุสะภุพะ อะคับ ขอโทดน่ะคับ คือ อันไหนถูกต้องคับ

Anonymous said...

ขอบคุณคับ แต่มีเรื่องถามอีกคับ.....

Anonymous said...

สวัสดีครับ ผมใช้คาถาหลวงปู่ทวดท่อนสั้นๆครับ อธิษฐานสิ่งที่อยากได้หรืออยากช่วยใคร หรือไล่ผีหรือช่วยชีวิตตนเองได้ผลทุกครั้งครับ แต่เรื่องเงินไม่ค่อยได้เพราะปกติผมไม่ชอบทำทานครับจึงไม่ได้ลาภเท่าไร ล่าสุดช่วยชีวิตคุณแม่จากการเจ็บป่วยโคม่าด้วยการสวดชินบัญชรเก้าจบแล้วอธิษฐานให้รอดชีวิตก็ได้ผลดีครับจากที่จะไ่ม่รอดก็รอดและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อคุณแม่หายดีแล้วผมต้องแก้บนด้วยการสวดชินบัญชรร้อยแปดจบให้กับหลวงพ่อโตครับ ยังไม่ได้ทำเลยครับ แบ่งปันประสบการณ์ครับ
ใช้คำว่า ปุ น่ะครับจึงถูกต้อง

Anonymous said...

ขอบคุณมากคับ แปลว่าคาถาหลวงปู่ศุก พิมผิด จากคําว่า ปุ เปน บุ แต่คําที่ถูกต้องจิงๆคือ คําว่า ปุ ผมจะได้ท่องถูกคับขอบคุณมากคับ แต่คุณเปนคนเอาคาถาทั้งหมดนี้มาลงไว้เหรอคับ

Post a Comment

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...