สุดยอดเทคนิคและทิปต่างๆในการทำเงินล้านผ่าน Google Adwords
จากผลสำรวจที่ผ่านมา พบว่านักธุรกิจไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 92 นั้นไม่สามารถทำกำไรได้อย่างมากและต่อเนื่องใน Google Adwords ดังนั้นผมจึงได้นำเสนอทิปต่างๆทั้งหมดที่ผมใช้งานอยู่ ณ ตอนนี้เป็นจำนวนถึง 112 ทิปด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ดังต่อไปนี้ (ซึ่ง Post นี้อาจจะมีความยาวมากนะครับ ยิ้มกว้างๆ)

1. ทิปสำหรับคีย์เวิร์ดต่างๆใน Google Adwords
2. ทิปสำหรับการเขียนโฆษณาสินค้าเพื่อให้มี CTR สูงๆ
3. ทิปสำหรับการเพิ่มค่า Conversion Rate ให้สูงๆ
4. ทิปสำหรับการจัดการ Campaigns ใน Adwords ให้มีประสิทธิภาพ
5. ทิปอื่นๆที่จำเป็นสำหรับการทำเงินล้านบนโลกออนไลน์ผ่านทาง Adwords

1. ทิปสำหรับคีย์เวิร์ดต่างๆใน Google Adwords
1. หลีกเลี่ยงการ Bid คีย์เวิร์ดในราคาที่สูงและมีการแข่งขันสูงมาก
2. ให้ทำการ Bid คีย์เวิร์ดเท่าที่เราสามารถทำกำไรกลับมาได้ โดยให้พิจารณาจากค่าของ Conversion Rate และ Return On Investment (ROI) เป็นหลัก
3. หลีกเลี่ยงการใช้งานคีย์เวิร์ดทั่วๆไป หรือที่เรียกว่า General Keywords นั้นเอง ซึ่งโดยปกติแล้วคีย์เวิร์ดดังกล่าวจะประกอบไปด้วย 1-2 คำ อาทิ เช่น golf, web hosting, world travel เป็นต้น
4. ให้ทำการระบุคีย์เวิร์ดให้ชัดเจน โดยทั่วๆไปมักจะประกอบไปด้วยคำประมาณ 3-5 คำ อาทิ เช่น fitness for golfer, secure web hosting, travel in Paris เป็นต้น
5. ให้ทำการพิจารณาการใช้ Misspelling Keywords ในการโฆษณาสินค้า
6. ให้ทำการพิจารณาตัวอักษรใหญ่และตัวอักษรเล็ก อาทิ เช่น Affiliate Marketing, affiliate marketing และ Affiliate marketing เป็นต้น
7. ให้ทำการพิจารณาการใช้งานคีย์เวิร์ดทั้งสามแบบของ Google Adwords ไม่ว่าจะเป็น Broad, Exact และ Phrase
8. ในแต่ละ Ad-group จะประกอบไปด้วยจำนวนคีย์เวิร์ดไม่เกิน 25 คำต่อ 1 Ad-group
9. ให้ทำการลองปรับเปลี่ยนค่าการ Bid คีย์เวิร์ดของแต่ละแบบดู อาทิ เช่น ค่า Bid คีย์เวิร์ดของ Broad น้อยกว่าค่า Bid คีย์เวิร์ดของ Exact เป็นต้น
10. ควรระวังการใช้งานคีย์เวิร์ดชื่อของ Trademark และ Brand Name ต่างๆของเจ้าของสินค้า ซึ่งถ้าสามารถใช้งานได้ คีย์เวิร์ดเหล่านั้นก็จะเป็นคีย์เวิร์ดที่มี Conversion Rate สูงมากๆ แต่ถ้าใช้งานไม่ได้ ห้ามใช้งานโดยเด็ดขาด
11. แนะนำให้ใช้ Keywords Research Tool ในการสร้างคีย์เวิร์ดเพื่อทำการโฆษณาสินค้า โดยเครื่องมือที่แนะนำสำหรับการใช้งาน Adwords ก็คือ Keyword Elite, WordTracker และ Adwords Analyzer
12. ให้ทำการกำจัดทราฟฟิกที่ไม่เกี่ยวข้องต่างๆ โดยการใส่ Negative Keywords เสมอ โดยให้ระบุสำหรับทั้ง Campaign เลย
13. แนะนำให้คำนวณค่า ROI ให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะทำการ Bid คีย์เวิร์ดต่างๆ เพราะจะทำให้เราสามารถรู้ได้ว่าคีย์เวิร์ดแต่ละตัวนั้นสามารถ Bid ได้สูงสุดเท่าไรในมุมมองของเราเอง
14. จำเป็นต้องหาคีย์เวิร์ดที่สัมพันธ์กันเองในแต่ละ Ad-group
15. พยายามหาคีย์เวิร์ดที่ใกล้เคียง สัมพันธ์ คล้ายๆกันอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะสามารถหาคีย์เวิร์ดที่ทำกำไรกลับมาได้อย่างมากมายมหาศาล
16. พยายามเสาะหาคีย์เวิร์ดของคู่แข่งขันต่างๆในตลาดที่เราทำการโฆษณาสินค้าอยู่ อาทิ เช่น การหาผ่านทาง Search Engine หรือว่าการใช้เครื่องมือช่วยในการค้นหา เป็นต้น
17. แนะนำให้ใช้เครื่องมือช่วยในการหา Misspelling Keywords ให้มากขึ้นไปอีก
18. ถ้าไม่จำเป็นให้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้งาน Dynamic Keywords Insertion (DKI) ในแต่ละ Ad-group นอกเหนือจากนั้นแนะนำให้ใช้งานเทคนิค DKI สำหรับ Misspelling Keywords เท่านั้น
19. ให้พยายามค้นหาคีย์เวิร์ดตามแบบ ชื่อเมือง ชื่อรัฐ และชื่อประเทศ ของแต่ละสินค้าที่เราโฆษณาอยู่
20. ให้ลองทดสอบการหาคีย์เวิร์ดตามชื่อของเจ้าของสินค้าที่เราโฆษณาอยู่
21. พยายามใส่ค้นหาคีย์เวิร์ดต่างๆด้วยคำเหล่านี้ buy, look for, purchase, learn, discover, how to, learn how, shop for, look at, solve, solution, tips, techniques, information, review, comparison, revise, interview, expert, opinion, comment, mysterious, hint และ secrets
22. ให้ทำการลบคีย์เวิร์ดที่มีประสิทธิภาพต่ำๆออกไปให้หมดในแต่ละ Ad-group อาทิ เช่น คีย์เวิร์ดที่มี Impression เท่ากับศูนย์ หรือมี CTR เป็นศูนย์ เป็นต้น
23. พยายามลบคีย์เวิร์ดที่ทำให้เราเสียเงินไปโดยใช่เหตุ เช่น คีย์เวิร์ดที่มีค่า CTR สูงๆแต่ค่า Conversion Rate ต่ำมากๆ เป็นต้น
24. พยายามใช้งาน Google Adwords’ Keyword Traffic Estimator ทุกครั้งก่อนทำการ Bid คีย์เวิร์ดเพื่อดูถึงความเป็นไปได้ของการ Bid คีย์เวิร์ดนั้นๆ
25. พยายามคิดนอกกรอบเพื่อค้นหาคีย์เวิร์ดต่างๆที่มีค่า Conversion Rate สูงๆให้มากขึ้น โดยแนะนำให้ลองพิจารณาถึงคีย์เวิร์ดที่มีความเกี่ยวข้องกันใน WordTracker
26. พยายามเปิด Dictionary เพื่อค้นหาคำที่มีความหมายเหมือนกัน (หรือที่เรียกว่า Synonym นั่นเอง)
27. พยายามค้นหาคีย์เวิร์ดของคู่แข่งขันของเจ้าของสินค้าที่เราทำการโฆษณาอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Brand Name, Trademark, URL เป็นต้น
28. พยายาม Bid คีย์เวิร์ดเพื่อให้ได้อันดับที่ 3-4 ในหน้าแรกของ Google จากประสบการณ์และการทดสอบ พบว่าตำแหน่งแรกไม่ได้แปลว่าจะสามารถทำกำไรได้อย่างมากมายมหาศาล
29. ให้ใช้บริการของ wxw.LowerYourBidPrice.com เพื่อที่จะทำการลดค่า Bid ของแต่ละคีย์เวิร์ด
30. ให้ทำการสร้าง ad-group แยกต่างหากสำหรับคีย์เวิร์ดที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์
31. แนะนำให้ลองใช้งาน Google Adwords’ Keyword Tool ในการหา Negative Keywords
2. ทิปสำหรับการเขียนโฆษณาสินค้าเพื่อให้มี CTR สูงๆ
1. ให้ทำการแทรกคีย์เวิร์ดลงไปในข้อความโฆษณาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และสามารถอ่านได้เข้าใจอย่างง่ายๆ แนะนำให้ทำการใส่คีย์เวิร์ดลงไปในบรรทัดแรกของข้อความโฆษณาสินค้า
2. ให้หลีกเลี่ยงคำสรรพนามต่างๆ อาทิ เช่น a, an, the, in, under, on, of, to, by, with, without เป็นต้น
3. ให้ทำการใส่ “Call-to-Action” ลงไปทุกครั้งที่ทำการเขียนโฆษณาสินค้า อาทิ เช่น sign up now, learn more, buy now, order today และ join today เป็นต้น
4. ให้พยายามใส่คำที่ strong ลงไปในคำโฆษณา อาทิ เช่น new, sale, discount, free, order, offer, scam, easy, และ fast เป็นต้น
5. พยายามกำจัดทราฟฟิกที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป โดยการใส่ราคาสินค้าที่เราทำการโฆษณาอยู่ ถ้าเรากำลังทำการโฆษณาสินค้าทีละอย่างในแต่ละตลาด
6. ให้ทำการใส่คำที่เกี่ยวข้องกับ pre-sell activity ลงไป อาทิ เช่น review, revise, compare, และ expert interview เป็นต้น
7. ให้ทำการอ้างอิงถึงบุคคลที่สำคัญและมีชื่อเสียงในตลาดที่เราทำการโฆษณาสินค้าอยู่ เช่น เรากำลังโฆษณาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับรองเท้าบาสเกตบอล ดังนั้นชื่อของ Michael Jordan น่าจะดึงดูดลูกค้าได้ดีมาก เป็นต้น
8. ให้ทำการใส่คีย์เวิร์ดทุกตัวในแต่ละ Ad-group ลงไปในโฆษณาที่เราเขียนขึ้นมา
9. ให้ทำการทดสอบการเขียนโฆษณาในหลายๆแบบ อาทิ เช่น แบบที่เชิญชวน แบบที่ดึงดูดโดยอ้างอิงถึงคนอื่นๆ แบบที่ข่มขู่ เป็นต้น
10. ให้ใส่ใจกับคำว่า “Alternative” สำหรับการเขียนโฆษณาสินค้าผ่านทางคีย์เวิร์ดของคู่แข่งขัน
11. ระบุสิ่งที่ต้องการให้ลูกค้าหรือคนที่เห็นโฆษณานั้นๆเข้าใจได้ทันทีว่าต้องการให้เค้าเหล่านั้นทำอะไร เช่น ซื้อสินค้า ลงทะเบียนต่างๆ หรือว่าดาวน์โหลดฟรีโบนัส เป็นต้น
12. ให้ทำการทดสอบตัวอักษรใหญ่และเล็กเสมอๆในแต่ละบรรทัดของการเขียนโฆษณาสินค้า
13. ให้ทำการใช้งาน Split Testing เพื่อทำการทดสอบโฆษณาดังกล่าว โดยให้ทำการแก้ไขได้เพียง 1 ครั้งต่อ 1 การทดสอบ
14. ให้ใส่ใจกับ Display URL ของโฆษณานั้นๆ เพราะว่าจากการทดสอบพบว่ามีส่วนอย่างมากสำหรับค่า CTR โดยแนะนำให้ทำการใส่คีย์เวิร์ดลงไปใน Display URL หรือพูดง่ายๆก็คือว่าให้จดทะเบียน Domain name โดยมีชื่อของคีย์เวิร์ดหลักด้วยเสมอ
15. แนะนำให้ใช้งาน www.SplitTester.com เพื่อช่วยในการตัดสินใจและการทำ Split Testing
16. ให้ลองพิจารณาไอเดียต่างๆสำหรับการเขียน Call-to-Action ดังต่อไปนี้ browse our store, see our testimonial, free shipping, order today, ship tonight, download our brochure, free consultation, free demo, start now, และ call 24/7
17. ระวังการใช้คำว่า Free ในโฆษณาสินค้าของเรา เพราะว่าลูกค้าอาจจะเข้าใจได้ว่าสิ่งที่พวกเค้าเหล่านั้นจะได้นั้น จะต้องฟรี 100% ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น แนะนำว่าถ้าไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงได้เป็นดี
18. ค้นหาและวิเคราะห์โฆษณาของคู่แข่งขันอื่นๆ เพื่อที่เราจะได้นำมาพัฒนาให้ได้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก
19. ให้ทำการลบโฆษณาสินค้าที่มีค่า Conversion Rate ต่ำๆออกไปให้หมดในแต่ละ Ad-group
20. ให้ลองทดสอบตัวอักษรใหญ่และตัวอักษรเล็กกับ Display URL เช่น
21. ให้ทำการ Cloak Destination URL ไว้ทุกครั้งเพื่อป้องกันการขโมยค่า Commission
22. ให้ใช้เทคนิคชั้นสูง Dynamic Page Optimization (DPO) ทุกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างมากระหว่าง keywords, ad-copy และ landing page
23. ควรจะใช้คีย์เวิร์ดลงใน Destination URL ด้วยเสมอๆ พูดง่ายๆก็คือว่าให้ทำการแทรกคีย์เวิร์ดดังกล่าวที่ได้หามาแล้วลงไปในส่วนหนึ่งของ Destination URL ไม่ว่าจะเป็น folder name หรือว่า file name เป็นต้น
24. พยายามจดทะเบียน Domain Name ให้เป็น .com สำหรับตลาดที่ US และทั่วๆไป และ .co.uk สำหรับตลาดที่ UK
25. หลีกเลี่ยงการใช้งานบริการ Tiny URL ในช่องของ Destination URL
26. พยายามระบุชื่อเมือง ชื่อรัฐ ชื่อประเทศลงไปในแต่ละโฆษณาสินค้า ถ้าเป็นไปได้
27. ให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้ภาษาอังกฤษ อาทิ เช่นในประเทศ US เราสามารถใช้คำว่า center แต่ในประเทศ UK เราจะใช้คำว่า centre เป็นต้น
28. ให้ลองใช้งานเครื่องมือของ Google ที่ชื่อว่า Ad Text Ideas เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเขียนโฆษณาสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. ทิปสำหรับการเพิ่มค่า Conversion Rate ให้สูงๆ
1. ในแต่ละ landing page หรือเว็บไซด์ต่างๆที่เราใช้ในการทำ landing page นั้นให้ทำการเขียนบทความ สรุป เปรียบเทียบสินค้าแต่ละชนิดในตลาดที่เราทำการโฆษณาสินค้าอยู่อย่างละเอียด พร้อมทั้งให้ทำการใส่คะแนนความสามารถของสินค้าแต่ละประเภทด้วย (หรือที่เรียกว่า Rating นั่นเอง)
2. ควรให้แน่ใจว่าบทความต่างๆ หรือข้อความต่างๆที่อยู่ในหน้า landing page นั้นเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการและกำลังหาอยู่
3. ให้ทำการ Optimize เว็บไซด์หรือ landing page นั้น อาทิ เช่น ใส่คีย์เวิร์ดลงไปในส่วนของ title, META tag, header, sub-header และ content ต่างๆ เป็นต้น
4. ให้ใช้พื้นเป็นสีขาวและตัวอักษรเป็นสีดำ หลีกเลี่ยงพื้นที่เป็นสีดำหรือเข้ม และตัวอักษรสีขาวโดยเด็ดขาด
5. Landing page ที่ใช้ในจำเป็นต้องสัมพันธ์กับโฆษณาที่เราได้เขียนไว้ เช่น ถ้าโฆษณาสินค้าระบุว่าให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบสินค้าในแต่ละตลาดก่อนการตัดสินใจซื้อแล้วนั้น เราควรจะต้องส่งลูกค้าไปยังหน้าที่ทำการเปรียบเทียบตัวสินค้าในแต่ละชนิดในแต่ละตลาด เป็นต้น
6. ไม่ควรแยกหน้า landing page ออกจากตัวเว็บไซด์โดยเด็ดขาด
7. แนะนำให้หารูปภาพที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่เราโฆษณาอยู่ โดยนำมาใช้งานอย่างเหมาะสมใน landing page ของเรา เช่นถ้าเราทำการโฆษณาสินค้าเกี่ยวกับ golf เราก็ควรจะหารูปภาพที่เกี่ยวข้องกับ golf มาใช้งาน เป็นต้น
8. ไม่แนะนำให้ทำการเปลี่ยนสีลิงค์ในหน้า landing page สีพื้นฐานของลิงค์ต่างๆที่ใช้กันทั่วโลกคือสีฟ้า (เช่น www.siammove.com เป็นต้น)
9. ไม่แนะนำให้ใช้งาน JavaScript หรือ flash ต่างๆในหน้า landing page
10. ไม่แนะนำให้ใช้งาน AdSense ในหน้าของ landing page โดยเด็ดขาด ถ้าจุดประสงค์หลักของหน้า landing page ไม่ใช่การหาเงินผ่าน AdSense Program
11. ไม่ควรให้หน้า landing page มีความยาวเกินไป ควรจะใส่บทความหรือสรุปต่างๆให้อยู่ในหน้าเดียว
12. พยายามสร้างหน้า landing page ให้ดูสะอาดตา ดูเป็น professional โดยให้หลีกเลี่ยงการใช้งาน Banner Ads หรือ Text Links Ads ที่มากจนเกินไป
13. พยายามจัดสรร Navigator ที่ต้องการส่งลูกค้าไปยังหน้าเว็บไซด์ของเจ้าของสินค้า ให้เหมาะสมและง่ายต่อการใช้งาน
14. ให้ระบุประโยชน์ของสินค้าแต่ละชนิดในตลาดที่เราโฆษณาอย่างชัดเจน
15. หมั่นทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานของ landing page อย่างสม่ำเสมอ
16. ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเอง รายละเอียดต่างๆที่ลูกค้าสามารถติดต่อได้ อย่างชัดเจน
17. ห้ามใช้งาน Free Web Hosting โดยเด็ดขาด เพราะว่าจะทำให้ขาดความน่าเชื่อถืออย่างมาก
18. ควรจัดทำในส่วนของ Frequent Ask Question (FAQ) เพื่อรองรับและตอบสนองลูกค้า
19. ควรจัดทำและอ้างอิงในส่วนของผู้ที่เคยใช้งานสินค้าที่เราทำการโฆษณาอยู่ รวมไปถึงผู้ที่มีชื่อเสียงในตลาดนั้นๆ
20. ถ้าเรามีสินค้าเป็นของตัวเองแล้ว ผมแนะนำให้นำ Conversion Tracking Code ที่ได้จาก Google Adwords นำไปใส่ไว้ในหน้า Thank You page แต่ถ้าเราเป็น Affiliates แล้วจำเป็นอย่างมากที่จะต้องขอให้เจ้าของสินค้านั้นติดตั้ง Conversion Tracking Code ให้กับเรา
21. แนะนำให้ลองใช้งาน Website Optimizer ของ Google Adwords เองเพื่อที่จะสามารถปรับปรุงเว็บไซด์ต่างๆของเราและ landing page เพื่อที่จะได้เพิ่มค่า Conversion Rate ให้มากขึ้นไปอีก
22. ให้ทำการลบ Disapproved Ads ออกไปให้หมด โดยก่อนที่จะทำการลบให้ทำการแก้ไขให้เป็นโฆษณาที่ผ่านการ Approve แล้ว จึงค่อยทำการลบ
4. ทิปสำหรับการจัดการ Campaigns ใน Adwords ให้มีประสิทธิภาพ
1. แนะนำให้ทำการแยก Campaigns สำหรับการทำการตลาดและโฆษณาสินค้าใน US ออกมาอย่างชัดเจน ไม่ควรนำไปโฆษณารวมกับตลาดอื่นๆใน Campaigns เดียวกัน
2. ให้ทำการทดสอบการโฆษณาในตลาด US เสียก่อน ก่อนที่จะขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศอื่นๆ
3. แนะนำให้ใช้งาน Keyword Segmentation ในแต่ละ Campaigns และ Ad-group โดยให้แบ่งคีย์เวิร์ดดังกล่าวตามความสัมพันธ์และจัดกลุ่มให้เหมาะสม
4. ถ้ามีการใช้งานหลาย Campaigns ในการทำโฆษณาสินค้าแล้ว แนะนำให้หาเครื่องมือในการจัดการที่เกี่ยวกับ Campaigns มาช่วยให้งานง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น อาจจะใช้งานเครื่องมือของ Google เองเพื่อที่จะทำการจัดการ Campaigns บนเครื่อง PC (Adwords Editor) เป็นต้น
5. ให้ทำการลบ Campaigns ที่มีประสิทธิภาพโดยรวมต่ำออกไปให้หมดจาก Adwords account
6. แนะนำให้แทรกคีย์เวิร์ดที่หามาได้ลงไปในชื่อ Campaigns ที่ใช้งานทุกครั้ง
7. ถ้าสร้าง Campaigns เพื่อใช้งานสำหรับ Content Network แล้ว แนะนำให้ทำการ Bids ในราคาที่แตกต่างกัน โดยสามารถแก้ไขได้จาก Edit Campaign Settings ใน Adwords
8. ให้พิจารณาเรื่องของ Languages ให้เหมาะสมสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เราทำการโฆษณาสินค้าอยู่ เช่น ถ้าเราทำการโฆษณาสินค้าและทำตลาดในประเทศฝรั่งเศสเป็นหลัก ดังนั้นการใช้งาน Languages ที่เป็นภาษาฝรั่งเศสย่อมให้ผลดีกว่า เป็นต้น
9. จากประสบการณ์ที่ผมทำมา ผมแนะนำว่า ห้ามทำการเลือก All Countries and Territories โดยเด็ดขาด เพราะว่าเราไม่สามารถทำการตลาดและเจาะกลุ่มตลาดทั่วโลกได้ในเวลาเดียวกัน ด้วยสินค้าในตลาดเดียวกัน มันเป็นการยุ่งยากมากและมีความเสี่ยงที่ Conversion Rate จะน้อยมาก
10. ให้ทำการลบคีย์เวิร์ดที่เป็น Inactive ออกไปให้หมด โดยการลบนั้นให้ทำการเพิ่มค่า Bid ให้คีย์เวิร์ดตัวนั้นกลับมา Active เสียก่อน จึงค่อยทำการลบออกไป
5. ทิปอื่นๆที่จำเป็นสำหรับการทำเงินล้านบนโลกออนไลน์ผ่านทาง Adwords
1. ควรจะหาเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการทำงานเพื่อช่วยให้เราสามารถทำเงินล้านได้จริง อาทิ เช่น keyword research tools, tracking management tools, cloaking tools, spying competitors tools เป็นต้น
2. ควรให้ความสำคัญอย่างมากสำหรับการวัดผลและติดตามผลงานอย่างใกล้ชิด
3. ควรหาความรู้อยู่เสมอๆเพราะว่า Google มีการปรับเปลี่ยน Relevancy Algorithm อยู่ตลอดเวลา
4. ควรใส่ใจสำหรับการหา วิจัยและวิเคราะห์ตลาดและสินค้า เพราะว่าถ้าเราไม่สามารถหาตลาดและสินค้าที่สามารถทำกำไรได้แล้วนั่น เทคนิคต่างๆหรือว่าทิปที่ได้กล่าวมาทั้งหมดก็จะไม่มีประโยชน์และไม่สามารถช่วยให้ทำเงินล้านได้เลย
5. ควรมองหาแนวทางในการเพิ่มค่า ROI อยู่ตลอดเวลา
6. ควรหมั่นตรวจสอบ จัดการ ดูแลเอาใจใส่ account และ campaigns ต่างๆอยู่ตลอดเวลาอย่างใกล้ชิด
7. ให้ตั้งค่า Daily Budget สูงกว่าที่ Google กำหนดหรือแนะนำ ประมาณ 5-10 เท่า
8. ให้ทดลองและทดสอบการใช้งาน Position Preference และ Scheduling ในการทำการโฆษณาสินค้าในแต่ละตลาดที่เราทำการโฆษณาอยู่
9. ให้ทำการแยก Campaigns ระหว่าง Content Network และ Non-Content ออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
10. ให้พยายามศึกษาและค้นคว้าเพื่อให้เข้าใจในตลาดมากขึ้น
11. ให้หมั่นตรวจสอบตำแหน่งของโฆษณาของเราอย่างสม่ำเสมอ โดพุ่งเป้าไปที่ตำแหน่ง 3-4 ในหน้าแรก
12. ให้คอยจับตาดูสถานะการณ์ของคู่แข่งในตลาดที่เราทำการโฆษณาสินค้าอยู่อย่างเสมอๆ
13. แนะนำให้ใช้งาน Standard Edition มากกว่า Starter Edition ถ้าต้องการจะประสบความสำเร็จอย่างสูงและต้องการทำธุรกิจ Affiliate Marketing ผ่านทาง Adwords เพียงอย่างเดียว
14. แนะนำให้เอาใจใส่ในเรื่องของ Conversion Rate สำหรับ keywords, ad-copy และ landing page มากกว่าค่า CTR
15. ให้ทำการทดสอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไปได้ โดยให้ทดสอบทีละอย่างต่อ 1 ครั้งการทดสอบ และบันทึกผลทุกครั้งเมื่อได้ทำการทดสอบแล้ว
16. ควรทำธุรกิจนี้ผ่านทาง Adwords อย่างต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการโดนแบนจาก Google ในทุกๆด้านโดยสิ้นเชิง
17. แนะนำให้หาเครื่องมือที่ช่วยในการ Tracking และวัดผลการดำเนินงานต่างๆใน Google Adwords โดยเครื่องมือที่เป็นที่นิยมและมีประโยชน์อย่างมากในการติดตามและวัดผลก็คือ HyperTracker ซึ่งสามารถเข้าไปดูได้ที่ wxw.HyperTracker.com
18. แนะนำให้ใช้งานเครื่องมือที่ชื่อว่า LinkShrinker เพื่อใช้ในการป้องกันการสูญหายของค่า Commission อีกทั้งยังสามารถติดตามผลงานของ Affiliate Links ได้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย
19. ให้ใช้งาน Report ใน Google Adwords เพื่อที่จะใช้วัดผลงานและติดตามประสิทธิภาพของโฆษณา คีย์เวิร์ดและการทำงานต่างๆ ผมแนะนำให้หมั่นเข้าไปสร้างรายงาน และติดตามรายงานอย่างใกล้ชิด
20. ให้ทำการใส่บัตรเคดิตสำรองไว้ด้วย เพื่อที่ว่าจะได้แน่ใจว่าเราสามารถทำการรันธุรกิจผ่าน Adwords ได้อย่างต่อเนื่อง
21. ให้หาบัตรเครดิตที่สามารถคืนเงินได้ทุกครั้งที่มีการใช้งาน อาทิ เช่น Amex, Kasikorn Bank เป็นต้น
จากหนังสือที่ชื่อว่า "รวยด้วย Adwords - สุดยอดเทคนิคและทิปต่างๆในการทำเงินล้านผ่าน Google Adwords
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...