ถ้าจะเปรียบเปรยว่า จางซันฟง หรือ อีกชื่อคือ ปรมาจารย์ เตียซำฮง แห่งบู๊ตึง
เป็นผู้รังสรรค์เพลงมวยที่สวยที่สุดชุดหนึ่ง นาม ไท้เก๊ก....ว่าเป็นยุด เรเนสซองค์ ของศิลปะมวยจีน

ผมก็อยากจะเปรียบ วรรณกรมยุคใหม่ของมวยจีน
ว่าอยู่ในสมัยที่รุ่งโรจน์ของหนังเรื่อง FearLessเขาผู้นั้นคือ....
ฮั่วหยวนเจี่ย เพลงฝ่ามือไร้เงา และเพลงหมัดไร้ที่สุด

เด็กหนุ่มที่ มีพรสวรรค์ - หลงใหล - คลั่งใคล้ - จนกระทั่ง บ้า....เพลงหมัดมวย ของจีน ในยุคต่างชาติครองเซี่ยงไฮ้
ชะตาชีวิต ที่ลิขิต ให้เขา เกิดมาเพื่อครองความเป็น ที่ 1 ในวงการกังฟู

ฝรั่งต่างชาติ แบ่งเค้กเมืองจีน และสนับสนุน ทั้งแผน ขี้โรคแห่งเอเซีย
รวมไปถึงแผน แบ่งแยกแล้วปกครอง (ฆ่ากันเพื่อเป็นใหญ่)

แผนขี้โรคแห่งเอเชีย
คือ เปิดบ่อนการพนัน ซ่องนางโลม และสถานสูบฝิ่น อย่างถูกกฏหมาย ให้เกลื่อนเมืองจีน
คนเล่นพนันจนไม่ลืมหูลืมตา เงินหมดขายนา นาหมดขายทรัพย์สิ่งของ
ของหมดขาย วัวควาย ควายหมดขายเมีย เมียหมดขายลูกขายหลาน ติดการพนัน = ยิ่งกว่าบ้านไฟไหม้ จริงๆ !!

เมื่อเป็นหนี้การพนัน ก็นำไปสู่การค้ามนุษย์อย่างที่บอก ซ่องนางโลมเลยเฟื่องฟู
ผู้หญิงเปรียบได้ต่ำกว่า "เครื่องระบายความใคร่" ของคนมีกะตังค์

คนที่หมดหวัง หมดกำลังใจ ท้อที่จะสู้ ทอดอาลัยก็ หันไปสูบฝิ่น
สูบแล้วก็ เพ้อ สุบแล้วผ่ายผอม ถลำลึกติดฝิ่น อยากฝิ่นก้ต้องขโมย จี้ ปล้น ฆ่า
ทำทุกอย่างไม่ต้องนับเป็นผู้คนต่อไป เพื่อได้เงินมาสูบฝิ่น

ฮั่วหยวนเจี่ย ผกผันชีวิตตนเอง จากผู้สูงสุดในกังฟู สู่ผู้ไร้รังนอน พเนจรไร้รัง
และในวันที่โลกสิ้นหวัง ชะตาขีดเส้นให้เขาใหม่อีกครั้ง

ฮั่วหยวนเจี่ยกลับมาพร้อม มโนสำนึกที่ ผุดจรัสแรงกล้า
ด้วยความช่วยเหลือของสหาย คหบดี
วันที่เขาฝัน และเขานึกออกแล้วว่าเส้นทางที่ถูกต้องของความฝันคืออะไร เริ่มเป็นจริง

เขาจัดตั้ง สำนักฝึกสอนวิทยายุทธ์ของจีน ขึ้นเป็นแห่งแรกในยุคนั้น ที่เมืองเซี่ยงไฮ้
จุดมุ่งหมายคือ มุ่งเสริมสร้างพลานามัย ฝึกร่างกายให้ปลอดโรคแข็งแรง
เพื่อเป็นกำลังสำคัญพัฒนาชาติ เพื่อไม่ให้ต่างชาติมองคนจีนว่า" ขี้โรคแห่งเอเชีย" ได้อีกต่อไป

มหาอำนาจหลายชาติในตอนนั้นโกรธมาก วางแผน ลงขัน เปิดลานประลอง
ล่อให้ ฮั่วหยวนเจี่ย รับคำท้า....

ในยุคนั้น นิยมฝึกเพลงมวยอยุ่ไม่กี่ชุด นอกจากเพลงมวยวัดเส้าหลินมาตรฐานแล้ว
เพลงมวยที่ดัดแปลงจากการเคลื่อนไหวของ จัตุบาท ทวิบาท
เช่น งู กระเรียน พยัคฆ์ ตั้กแตน มังกร มวยลิงและ..หมัดเมา
ก็เป็นที่นิยมมากเช่นกัน

ฮั่วหยวนเจี่ย ได้บัญญัติ แนวทางของตนเองขึ้นจาก ความเป็นเอตะทัคคะ ทางทักษะยุทธ ของเขา
ฮั่วหยวนเจี่ยได้รับการยกย่อง เป็นปรมาจารย์ ด้านหมัดมวย เนื่องจาก วิชาที่เขาคิดค้น 2 ชุดคือ
เพลงฝ่ามือไร้เงา และ เพลงหมัดไร้ที่สุด

แนวทางเพลงฝ่ามือไร้เงา คือแนวทางเดียวกันกับที่ บรู๊ซ ลี ยอดกังฟูในยุคต่อมาเอาไปใช้ !!

เพลงฝ่ามือที่ร่ายรำแผ่วพริ้ว อันตราย ในฝ่ามือ มี ฝ่ามือ ในจริงคือเท็จ ในเท็จคือจริง
พร่างพราย ละลานตา ฝ่ามือถึงตัว เผลอเพียงนิด ชีวิตก็มืดมัว
นั่นคือฝ่ามือไร้เงา ที่อาสัยความว่องไว และการคุมสมาธิ คู่ต่อสู้ ให้งุนงง เดามองแนวทางฝ่ามือไม่ออก
ว่าจะลงมือด้วยกระบวนท่าใด อันไหนจริง อันไหนเท็จ

เพลงหมัดไร้ที่สุด จุดสำคัญอยู่ที่การ รวมรั้ง และปลดปล่อย - ยืดขยาย และ กระจายพลัง
เพลงหมัดทั่วไป เมื่อชกไม่ถุกก็ ชักมือกลับมาชกใหม่
หากชกถูกเป้าหมาย ก็กระเด็นไปตามแรงหมัด หรือฝ่ามือนั้นๆ

ฮั่วหยวนเจี่ย บัญญัติเคล็ดวิชา 4ประการนั้น เพื่อใช้กับทั้งเพลงหมัด และฝ่ามือ

รวมรั้งพลัง ไม่ปล่อยออกหากไม่ถูกเป้า

ปลอดปล่อยพลัง อย่างรุนแรง เมื่อกระทบเป้าได้อย่างแม่นยำ

ยืดขยาย คือ ใช้เพลงหมัดแบบ ไม่มีจุดสิ้นสุด จุดสุดปลายพลังไม่มี
เพราะออมพลังไว้ จึงไม่มีจุดสุดของเพลงหมัด จนกว่าจะถูกเป้าหมาย !!
เป้าหมายที่ คำนวนจุดปลายสุดพลังหมัดไว้ เพราะคิดว่ารอดพ้น หลบได้
ก็กลับกลายเป็น หลบไม่พ้น หนีไม่ได้!!

กระจาย คือ เมื่อยืดขยายไปจนกระทบเป้า พลังส่วนที่อดออมรวมรั้งไว้ ก็จะถูกปล่อยออกไป
แต่ในทางปฏิบัติ ความลึกล้ำ ของปรมาจารย์ ฮั่วหยวนเจี่ย ยังค้นคิดลึกลงไปกว่าแค่นี้

เคล็ดลับ ไร้ที่สุด เมื่อใช้แบบถึงที่สุดคือ การ กระแทกซ้ำๆ 2 -3 -4 -5 ครั้ง
ลงบนจุดหมายเดิม หลังจากที่ หมัด หรือฝ่ามือแรก ฟาดถูกตรงนั้น

อธิบาย : คือลักษณะ การไม่ชักหมัดกลับมา เพื่อรวมพลังต่อยใหม่
แต่เป็นการ กดแช่ค้างไว้ที่เป้า เมื่อต่อยถูก แล้วยังเกาะติดเป้าหมาย และเร่งพลังจากในกาย
กดกระแทก เปลี่ยนผ่านท่าฝ่ามือ จากต่อยเป็นสะบัด จากสะบัดเป็น ตบฟาด ที่เดิมต่อเนื่อง
ได้อีกไร้ที่สุด จนกระทั่งคู่ต่อสู้บอบช้ำภายใน สาหัส... เพราะคาดไม่ถึง
(นึกว่าจะโดนแค่ หมัดเดียวแต่กลายเป็น เบิ้ล 2-3ซ้อนๆ)

ความร้ายกาจ ของการคิดค้นนี้ ทำให้ ไม่มีใครรับมือ "อาจารย์ฮั่ว"ได้แม้สักครึ่งท่ากระบวนเพลง
บนเวทีประลองของทุกชาติ
ในที่สุด พวกนั้นก็ วางแผนใช้ยาพิษจัดการกับเขา
จุดจบของวีรบุรุษ ก็มาถึง

ฮั่วหยวนเจี่ย ถูกพิษ ในขณะประลอง สำนึกว่าต้องตาย และอาจพ่ายแพ้
แต่คำสั่งเสียที่เขาให้แก่เพื่อนคหบดีก่อน จะยืนตายบนเวที
นั้นคือ.... " ถึงแพ้ ก็ต้องสู้ "

from http://oldforum.serithai.net/index.php?topic=5735.150%3Bwap2

0 comments:

Post a Comment

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...