วันก่อน ลง Windows XP แล้วดันลืม Activate Windows พอครบเดือน เลย ติด Activate
วิธีการแก้ไข
Download AntiWPA 3.4.6 มา
ตอนเข้า Windows XP กด F8 เลือก Safe Mode
จากนั้นเมื่อเข้าใน Safe Mode แล้ว
Copy antiwpa.dll
ไปไว้ที่ C:\Windows\System32
จากนั้น กด Start เลือก Run
พิมพ์
regsvr32 antiwpa.dll
จากนั้น Restart ก็จบกระบวนการ
วิธีแก้ไขที่สอง
กรณีไปติดตั้งโปรแกรมที่มีวินโดลิขสิทธิ์อีก แล้วมีหน้าต่างเตือนไม่หายสักทีลองวิธีนี้ดู
ทดสองโดย hades007 แก้ไขได้จริง
ดาวน์โหลด Cracks ตรงนี้
แล้วทำตามที่แนะนำข้างใน เป็นภาษาอังกฤษน่ะ

รีสตาร์ทเครื่องหนึ่งครั้ง แล้งลองพิมพ์ %systemroot%\system32\oobe\msoobe.exe /a
ที่start เข้าrunแล้วกด Enter จะปรากฎคำว่า Windows is already activated
ถ้าขึ้นตามนี้ก็แสดงว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ

อธิบายโดนละเอียด

วิธีลงโปรแกรม


วิธีใช้

ไปที่ Start >>> All Programs >>> Microsoft Applocale >>> Applocale
2. คลิก Next
3. เลือกที่ Launch an application แล้วคลิกที่ Browes...
อย่าเลือก Add or remove programs นะครับเดี๋ยวมันลบโปรแกรมในเครื่องไม่รู้ด้วยนะ
4. คลิกเลือกที่ไฟล์ที่เราต้องการเปลี่ยนภาษา ในที่นี้ผมเลือก rbo_ex3.exe ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องเป็นไฟล์ .exe นะครับ คลิก Open
5. คลิก Next

6. กดที่แถบรูปสามเหลี่ยมแล้วเลื่อนลงมาล่างสุด กดเลือกภาษาอันที่ล่างสุด ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง
7. คลิก Next
8. คลิกเลือกที่ Create a shortcut to always run... ซึ่งเป็นการสร้าง Shortcut ไว้ที่เมนู Start ของโปรแกรม Applocale เพื่อง่ายในการเรียกใช้ครั้งต่อไปโดยไม่ต้องมานั่งกด เลือกใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนแรก จากนั้นกด Finish
เป็นไงครับกับการลงโปรแกรม Applocale ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ผมว่ามันเป็นโปรแกรมอเนกประสงค์ใช้ได้ในหลายๆ งาน และลงง่ายด้วยนะครับ เพื่อนสามารถประยุกต์ใช้ในงานอื่นๆ ได้เช่นกันนะครับ หากมีข้อสงสัยสามารถถามมาได้เลยนะครับ ยกเว้นการลง Font นะครับ เพราะผมน่ะสอนได้แต่ว่าผู้ที่จะลง Font ต้องมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์บ้าง เพราะบางครั้งมันเคยมีปัญหาครับ แบบว่าลงแล้ววินโดว์ถามหาแผ่นวินโดว์ซึ่งเราใส่เข้าไ ปแล้วแต่ว่ามันไม่มีไฟล์ที่มันต้องการ หรือลงแล้วมีการตั้งค่าภาษาที่ปุ่มแป้นพิมพ์เพิ่มเข้ ามาโดยอัตโนมัติ ซึ่งต้องไปทำการลบอีก แต่มันส่วนน้อยครับ ซึ่งหากเป็นผู้มีความรู้ทางด้านนี้บ้างก็จะสามารถแก้ ปัญหาเหล่านี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าคนไม่รู้ก็งงๆ กันมากเลยล่ะครับ ทางที่ดีก็ให้ผู้ที่มีความรู้มาลงให้ดีกว่าหรือดาวโห ลดมาแล้วลงเพียง Font นั้นๆ ก็ได้ครับ แล้วค่อยใช้โปรแกรม Applocale ซึ่งวิธีการใช้ก็เหมือนกันนะครับ

ผมหวังว่ากระทู้นี้จะพอมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ บ้างนะครับ สงสัยอะไรก็โพสถามได้เลยนะครับ

kentum
CREDIT FROM http://www.jokergameth.com/board/showthread.php?t=14558

เนื่องจากวันนี้มีญาติให้ช่วยซ่อมคอมให้ ทั้งๆที่ปกติก็ไม่เคยซ่อมและเป็นปัญหาที่ไม่น่าเกิด
คือเอาไปให้ช่างซ่อมคอมซ่อมให้ช่างก็ลงวินโดและโปรแกรมต่างๆครบ จากที่เคยมีเสียงก็ไม่มีเสียง ทั้งที่ลงไดรฟ์เวอร์ หมด และเมื่อตรวจเช็คแล้วไม่มีไดรฟ์เวอร์บกพร่อง จนเกือบต้องลงวินโดใหม่เพราะคิดว่าวินโดบกพร่อง ตัวเมนบอร์ด คือ p4i45gx_pe ทั้งขยับขั้วลำโพง ทั้วเซ็ตไบออส ก็แก้อาการเสียไม่ได้ แต่ก็แก้ไขได้เสร็จ จึงอยากแนะนำคนที่พบปัญหาอาจซ่อมด้วยตนเองดังนี้ เผื่อหลงทางทั้งวันแบบผม
คือ
1.กรณีลงวินโดวร์ใหม่ไม่ว่าลงด้วยตนเองหรือให้ช่างคอมลงให้ ถ้าอาการเสียเป็นดังนี้ คือไม่มีเสียง
ทั้งที่คิดว่าลงไดร์เวอร์ครบหมด ไม่มีขาดแต่คุณทราบไหมปัญหาอาจเกิดจาก ลงไดร์เวอร์ไม่ตรงกับรุ่นเมนบอร์ดครับ พิสูจน์ด้วยตนเองแล้วครับ
2.หาชื่อรุ่นเมนบอร์ดก่อนเลย หาจากนี่ครับ download PC WIZARDและติดตั้งครับ เปิดโปรแกรมและดูที่ system summary ทางซ้าย ทางขวาจะเห็น mainboard ชื่อรุ่น...............
(เช่น p4i45gx_pe)
3.นำชื่อเมนบอร์ด ค้นหาไดร์เวอร์ครับ จาก สองที่นี่ก่อนเลย
http://europe.asrock.com/support/download.asp?c=All
http://members.driverguide.com/index.php
ถ้าไม่มีก็ต้องหาจาก google.com ครับ คือพิมพ์รุ่นเมนบอร์ด และไดร์เวอร์ เช่น
p4i45gx_pe driver download
4.คุณต้องหาไดร์เวอร์ที่ตรงกับรุ่นเมนบอร์ดน่ะครับ ขอย้ำตรงนี้ ถ้าคุณได้ไดร์เวอร์ไม่ตรง แก้ไม่ตรงจุดครับ เสียงไม่มาแน่นอน ผมลองแล้ว อย่างของผมขาดเสียงก็เลยเอา sound driver ลงแต่เป็นของรุ่น p4i45gx_pe ซึ่งหาโหลดที่ไทยหรือ หาแผ่นไม่ได้ครับเพราะอยู่ๆก็ยกคอมมาให้ ใครทำไรเสียมาติดตั้งไงเราก็ไม่รู้ ถ้าเน็ตใช้ไม่ได้คุณก็ลง lan driver ถ้าเชื่อมต่อ usb ไม่ได้ ก็ลง usb driver แล้วถ้าจะเอาชัวร์ๆแบบไม่รู้จะแก้ไงก็นี่เลย ลงไดร์เวอร์เรียงดังนี้ bios,audio,lan,usb,inf drivers ก็คือลงใหม่หมดครับ แต่เคสผมนี่เสียงไม่มี ลงไดร์เวอร์ของรุ่นเมนบอร์ดซึ่งเก่ามากแล้วหาไดร์เวอร์ยากๆๆๆมากๆๆๆ แต่เมื่อลงไดร์เวอร์เสียงเสร็จ รีสตาร์ทเสียงมาทันทีครับ นึกว่าต้องล้างเครื่องลงใหม่หมดซะแล้ว

ที่แนะนำข้างบนเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุคือถ้าคุณหาไดร์เวอร์ให้ตรงรุ่นเมนบอร์ดไม่ได้ จบครับ ซ่อมไม่ได้แน่ เพราะผมลองหมดทุกอย่างที่พอจะมีปัญญาลองแล้ว ยังดีหาโหลดจากเว็บเมืองนอกได้
อีกวิธีเป็นการแก้ไขก่อนที่จะเกิดปัญหาต่างๆกับคอมที่รักของคุณครับ คือ เมื่อคุณไม่ใช่ช่างคอม แล้ว วันดีคืนดีคุณเกิดโชคดีได้เป็นเจ้าของคอมสักเครื่อง ที่คอมเปิดมาเข้าหน้าวินโดว์ ใช้งานเล่นหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ได้ทุกอย่าง และยังไม่มีไวรัสมาเยี่ยมเครื่องคุณ อยากแนะนำด้วยความหวังดีให้คุณ เก็บไดร์เวอร์ของคุณไว้ก่อนครับ แผ่นวินโดหาที่ไหนก็มี แต่แผ่นไดร์เวอร์ที่จะตรงรุ่นกับคอมของคุณหายากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอยืนยัน นอนยัน เอ้า
ถ้าให้ดีเก็บไว้สัก สามแผ่น ให้อุ่นใจครับ ขอเตือนอีกครั้ง
วิธีแก้ไขต้นเหตุ
ดาวน์โหลดนี่ลงเครื่องคุณก่อน มันก็คือ เครื่องมือแบคอัพไดร์เวอร์ครับ
DOWNLOAD MY DRIVERS ลงติดตั้งและเปิดขึ้นมา เข้าหัวข้อ collect all ชื่อไดร์เวอร์ทั้งหมดโผล่ให้เห็น backup all drivers to one EXE installer เอาไปเก็บไว้ในที่ๆปลอดภัยเลยแต่ต้องเก็บ โปรแกรม My drivers ด้วยน่ะเผื่อได้ใช้
เวลาใช้ก็ง่ายๆ คือ เวลาลงวินโดใหม่
ถ้า format แล้วลงวินโดวร์เสร็จก็เอาไดร์เวอร์พวกนี้ที่เก็บไว้ก็ครบน่ะ คอมก็จะกลับมาใช้ด้วยไดร์เวอร์อันเดิม
หรือ ถ้าอยู่ๆคอมไม่มีเสียงหรือมีอาการที่คิดว่าเสียก็เอาไดร์เวอร์เก่าลงเท่านั้นเอง ใครมีข้อแนะนำก็ฝากไว้ที่บล็อกนี้น่ะครับ

credit from Hades007

วิธีการที่ถูกต้องที่สุดคือ การ verifying หรือ validating ให้กับการเบิร์นแผ่นซีดีหรือดีวีดีใหม่ๆ ก่อนที่คุณจะนำไปเล่นบนเครื่องเล่นต่างๆ

อารมณ์ เสียมั้ยล่ะครับ เวลาที่กำลังรีบส่งงานอยู่แล้วเจ้ากรรม ไดรฟ์เขียนแผ่นซีดีดันเบิร์นแผ่นเจ๊งซะงั้น แถมยิ่งถ้าเหลือแผ่นดิสก์เปล่าแผ่นเดียวด้วยล่ะก็ คุณคงเซ็งน่าดูเลยใช่มั้ยล่ะครับ ผมล่ะคนหนึ่งแล้วที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ตอนเบิร์นเพลง เล่นเอาเซ็งไปเลย ต้องรีบไปหาซื้อแผ่นซีดีแผ่นใหม่ยี่ห้อหรู ที่แสนแพง ราคาต่างกันเกือบ 5 เท่าเลยทีเดียว เพราะมันจำเป็นต้องซื้อ

แต่ ด้วยเทคนิคง่ายๆ 5 ข้อนี้ ก็จะช่วยให้คุณสามารถลดความผิดพลาดลงและหลีกเลี่ยงปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นใน ระหว่างการเบิร์นแผ่นซีดีหรือดีวีดีได้มากขึ้น

1.โปรดติ๊กฟังก์ชัน verify: ถ้ามีกฎทองในการเบิร์นแผ่นซีดี/ดีวีดีแล้วล่ะก็ การใช้ซอฟต์แวร์ที่มีฟังก์ชันการ verify หรือ validate เพื่อเปรียบเทียบการเขียนแผ่นกับการอ่านแผ่น ก็จะเป็นอะไรที่ดีเยี่ยมเอามากๆ ถึงแม้ว่าฟังก์ชันการ verify ไม่ ได้เพิ่มโอกาสในการเบิร์นแผ่นให้สำเร็จ แต่มันจะช่วยให้คุณรู้ถึงปัญหาในระหว่างการเบิร์นแผ่นดิสก์ได้ แม้ว่าคุณจะเบิร์นแผ่นสำเร็จก็ตาม แต่ในเวลาเล่นแผ่นก็มีโอกาสเกิดบั๊กขึ้นได้เสมอ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพราะแผ่นดิสก์ห่วยแต่อย่างใด แต่เกิดขึ้นจากการเริ่มต้นเขียนแผ่นที่ไม่ดีต่างหากล่ะครับ เพราะฉะนั้น ติ๊ก validate ไว้สักนิดก็ดีนะครับ

2. ใช้ สื่อบันทึกข้อมูลผิดชนิด: ถ้าคุณคิดว่า คุณสามารถเลือกแผ่นบันทึกข้อมูลที่เจ๋งที่สุดมาเบิร์นนั้น ต้องขอบอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เพราะการเลือกแผ่นบันทึกข้อมูลให้เหมาะสมกับเครื่องเล่นที่ซัปพอร์ตแผ่นชนิด ต่างๆ นั้นคือความคิดที่ดีที่สุดในการเลือกแผ่นต่างหาก ยกตัวอย่างเช่น แผ่นดีวีดี ที่มีทั้งแบบ DVD+-R/RW หรือ DVD-RAM เป็นต้น ซึ่งถ้าคุณซื้อแผ่นซีดีหรือดีวีดีที่เป็นยี่ห้อโนเนม แล้วล่ะก็ กฎทองในข้อที่ 1 เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก และมันก็มีโอกาสที่จะเบิร์นแผ่นเสียได้มากกว่า โดยในประสบการณ์ที่เจอ แผ่นดีวีดีจะสามารถเบิร์นแผ่นได้ดีกว่าแผ่นซีดีอยู่แล้ว ในแง่ของการผลิต แต่ในความเป็นจริง หากคุณเลือกใช้แต่แผ่นที่มีราคาต่ำ ไดรฟ์ของคุณก็จะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าที่จะทำให้หัวอ่านซีดีเขียนแผ่นไม่ตรง และไม่แม่นยำได้ ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การเบิร์นแผ่นของคุณเสีย หรือมีอาการกระตุกครับ

ลองปรับความเร็วในการเบิร์นแผ่นให้ต่ำลง จะให้ผลที่ดีกว่าการเบิร์นที่ความเร็วระดับสูงสุด

3. อย่าเขียนแผ่นซีดีเร็วเกินไป: ผมเชื่อแน่ว่า ทุกคนคงไม่มีใครอยากจะรอนานในเวลาเบิร์นแผ่นดิสก์หรอกครับ แต่อย่างว่า ยิ่งเขียนแผ่น CD-R และ DVD-R เร็วมากเท่าไร โอกาสที่แผ่นจะเสียก็มีมากขึ้นตามไปด้วย แต่ปัญหานี้จะไม่ค่อยเกิดขึ้นกับแผ่นซีดีและดีวีดีแบบ rewritable เพราะ แผ่นแบบนี้มันจะเขียนได้ช้ากว่าปกติอยู่แล้ว ซึ่งการเบิร์นแผ่นจะเสียหรือไม่เสียนั้น ปัจจัยหลักคือระยะเวลาในการเขียนแผ่นที่คุณตัดสินใจเลือกนั่นแหละ ที่จะก่อให้เกิดปัญหาแผ่นเสียขึ้นมา ดังนั้นทางที่ดี คุณควรเลือกความเร็ว ที่รองลงมาจากความเร็วสูงสุด หรือต่ำกว่านั้น เพราะถ้าวัดเวลาเขียนแผ่นจริงๆ แทบจะไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของเวลาเลย อย่างความเร็วที่ 18x และ 16x เป็นต้น แต่สำหรับผมแล้ว น้อยครั้งนักที่ผมจะเขียนแผ่นด้วยความเร็วสูงสุด เต็มทีเลยผมก็เขียนไม่เกิน 10x ละยิ่งถ้าเป็นแผ่นดีวีดีด้วยแล้วล่ะก็ แทบไม่เคยเกิน 4x เลยครับ

4.เฟิร์มแวร์ ไม่ใหม่พอ: การอัพเดตเฟิร์มแวร์ให้กับไดรฟ์เขียนแผ่นดิสก์ ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่จะทำให้โอกาสในการเขียนแผ่นดิสก์เสียลดลง เพราะเดี๋ยวนี้เครื่องเขียนแผ่นหลายยี่ห้อกำลังแข่งขันกันอย่างหนัก เร่งเวลาในการออกจำหน่ายสู่ตลาด ซึ่งอาจจะทำให้เฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่มากับเครื่องไม่สมบูรณ์เพียงพอใน ขณะที่เราซื้อ ดังนั้นการอัพเดตเฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าคุณไม่แฮปปี้อยู่แล้วกับประสิทธิภาพในการเขียนแผ่น คุณสามารถหาเฟิร์มแวร์อัพเดตได้ที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตยี่ห้อต่างๆ อย่าไปรอให้เครื่องเสียซะก่อนค่อยแก้ไขน่ะครับ ยังไงก็กันไว้ดีกว่าแก้ แต่ถ้าเครื่องเขียนแผ่นของคุณไม่ได้เป็นอะไร ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปอัพเดตแก้ไขเฟิร์มแวร์น่ะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าอัพเดตขึ้นมากลับทำให้เขียนแผ่นเสียมากขึ้นกว่าเดิมอีก แต่ถ้ายังมีปัญหาในการเขียนแผ่นดิสก์เสียเกิดขึ้นอยู่เหมือนเดิม แม้ว่าจะเปลี่ยนยี่ห้อของแผ่นบันทึกแล้วก็ตาม ลองอัพเดตเฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์ให้กับเครื่องดู ก็น่าจะช่วยได้เช่นกัน

5. คอมพิวเตอร์ คุณไม่เร็วพอ: พีซีเครื่องใหม่ในตอนนี้ มีความเร็วเพียงพอที่จะทำงานอย่างอื่นควบคู่ไปกับการเบิร์นแผ่นในเวลาเดียว กัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเบิร์นแผ่นได้สำเร็จทุกครั้งน่ะครับ โอกาสที่แผ่นจะเสียก็ยังมีสูงอยู่ ดังนั้นการปิดแอพพลิเคชันที่ไม่ได้ใช้ หรืออย่างน้อยก็ minimize มันลงมาในขณะที่กำลัง เบิร์นแผ่นอยู่ ก็จะช่วยลดโอกาสที่แผ่นจะเสียได้มากขึ้น ซึ่งที่ผมกล่าวมา ผมไม่ได้หมายถึงว่า ให้คุณหยุดทำงานทั้งหมด ในขณะที่เบิร์นแผ่นอยู่ แต่คุณควรระวังเอาไว้ เพราะโอกาสที่เบิร์นแล้วแผ่นจะเสียยังมีอยู่ และยิ่งถ้าคุณมีแผ่นบันทึกเพียงแค่แผ่นเดียวเท่านั้น แถมยังเสียไม่ได้อีกด้วย ผมแนะนำเลยว่า ปิดแอพพลิเคชันทั้งหมด แล้วไปหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาจะเป็นความคิดที่ดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ดื่มชากาแฟ หรืออ่านหนังสือพิมพ์ ก่อน จนกว่าการเบิร์นแผ่นจะเสร็จสมบูรณ์ เพียงเท่านี้คุณก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าแผ่นจะเสีย โดยเฉพาะถ้าเครื่องคอมพ์ของคุณเป็นรุ่นเก่าๆ ด้วยแล้วล่ะก็ เปิดแค่โปรแกรมเบิร์นแผ่นอย่างเดียวนี่แหละครับ ดีที่สุด

เป็น ไงกันบ้างครับกับทิปเทคนิคง่ายๆ ที่ใครหลายๆ คนมักจะมองข้ามความสำคัญตรงจุดนี้ไป ยังไงก็ของให้ทุกคนเบิร์นแผ่นกันได้สำเร็จน่ะครับ มีแผ่นเสียน้อยๆ รวมทั้งเลือกยี่ห้อแผ่นดิสก์ที่ดูมีประสิทธิภาพสูงๆ ด้วยน่ะครับ

สามวิธี ใน Google ที่ให้ได้มาซึ่งทุกอย่าง ที่อยากดาวน์โหลด ในอินเตอร์เน็ต

คุณสามารถใช้วิธีนี้ ในการหาดาวน์โหลดโปรแกรม แคร็ก ซีดี คีย์ หรือต่างๆนานา ที่คุณอยากได้

วิธีที่หนึ่ง
พิมพ์คำเหล่านี้ ใน Google Search
(1)
\"parent directory \" /appz/ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(2)
\"parent directory \" DVDRip -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(3)
\"parent directory \"Xvid -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(4)
\"parent directory \" Gamez -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(5)
\"parent directory \" MP3 -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(6)
\"parent directory \" Name of Singer or album -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

หมาย เหตุ ให้คุณเปลี่ยน คำที่ตามหลัง parent directory เช่น MP3 Gamez appz DVDRip เป็นสิ่งที่คุณอยากได้ แล้วก้อค้นหา คุณจะพบกับ ความมหัศจรรย์ใน Google



วิธีที่สอง
พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google

?intitle:index.of? mp3
จากนั้นแค่เพิ่มชื่อ เพลง อัลบั้ม นักร้อง ลงไป เช่น ?intitle:index.of? mp3 myfavoritesongs

วิธีที่สาม
พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google

inurl:micr0s0f filetype:iso

จากนั้น ก้อเปลี่ยน คำว่า micr0s0f กับคำว่า iso เป็นคำที่คุณต้องการ เช่น inurl:myc0mpany filetype:zip

เมนบอร์ด (Mainboard)

เป็นแผงวงจรหลักในคอมพิวเตอร์มีลักษณะเป็นแผ่นเซอร์กิตPCB(PrintCircuitBoard)ใช้สำหรับติดตั้งอุปกรณ์
อิเล็กโทรนิคต่างๆรวมทั้งซีพียู,หน่วยความจำหรือRAMและแคช(Cache)ซึ่งหน่วยความจำความเร็วสูงสำหรับพักข้อมูลระหว่างซีพียูและแรม
อุปกรณ์ที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งซึ่งอยู่บนเมนบอร์ดได้แก่ชิปเซ็ต (Chipset) ภายในประกอบด้วยทรานซิสเตอร์ขนาดเล็กจำนวนหลายล้านตัวผลิตด้วย
เทคโนโลยี การทำงานระหว่างอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให ้เมนบอร์ดแต่ละยีห้อและแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติต่างกันนอกจากนี้บนเมนบอร์ด
ยัง มีช่องสำหรับเสียบการ์ดเพิ่มเติมที่เรียกว่า สล็อต(Slot)ซึ่งการ์ดจอ, การ์ดเสียง ฯลฯ ต่างก็เสียบอยู่บนสล็อต นอกจากนี้เมนบอร์ดในปัจจุบันยังได้
รวมเอาส่วนควบคุมการ ทำงานต่าง ๆ ไว้บนตัวเมนบอร

[คำไม่พึงประสงค์]ีกด้วย ได้แก่ ส่วนควบคุมฮาร์ดดิสก์ (Harddisk Controller),พอร์ตอนุกรม (Serial Port)
พอร์ต ขนานหรือพอร์ตเครื่องพิมพ์ (Printer Port), พอร์ต PS/2,USB(Universal Serial Bus) รวมทั้ง Keyboard Controller
สำหรับ อุปกรณ์ อื่นที่มีมาตั้งแต่เริ่มกำเนิดเมนบอร์ดได้แก่ ROM BIOS และ Real-Time Clock เป็นต้น ส่วนอาการเสียที่มักจะเกิดบ่อยที่ผู้ใช้ควร
รับรู้และสามารถแก้ไขได้ตัวอย่างเช่น

1.รู้ได้อย่างไรว่าเมนบอร์ดที่ใช้อยู่ รองรับอุปกรณ์ Onboard อะไรบ้าง
หากอยากรู้ว่าคอมพิวเตอร์หรือเมนบอร์ดที่ใช้อยู่มีอุปกรณ์ Onboard อะไรแถมมาด้วยก็ไม่ยาก โดยให้ดูที่ด้านท้ายเคสซึ่งจะมีพอร์ตสำหรับ
ต่อ เมาส์ และคีย์บอร์ด ถ้าหากเมนบอร์ดมีอุปกรณ ์ Onboard อื่นให้มาด้วยก็จะมีพอร์ตสำหรับอุปกรณ์นั้นเช่น พอร์ต Modem, Lan, VGA, Sound คือถ้าพบมีพอร์ตดังกล่าวอยู่ท้ายเคสก็ให้เสียบใช้งานได้ทันที

2. การ์ดจอ Onboard เสียจะทำอย่างไร
ปัญหานี้จะแสดงอาการออกมาในลักษณะเปิดเครื่องได้เห็นไฟเข้าเครื่องทำงานปรก ติต่หน้าจอจะไม่มีภาพอะไรเลยผู้ใช้หลายคนนึกว่าเมนบอร์ดเสีย
จึงไปหาซื้อ เมนบอร์ดมาเปลี่ยนใหม่ทำให้สูญเสียเงินไปโดยใช่เหตุสาเหตุ เป็นเพราะระบบแสดงผลของชิปเซ็ตบนเมนบอร์ดเสีย ทำให้ไม่มีภาพปรากฏบน
หน้า จอวิธีแก้ ให้ทำการจัมเปอร์บนเมนบอร์ดเป็น Disable หรือกำหนดค่าในไบออสให้เป็น Disable ขึ้นอยู่กับรุ่นของเมนบอร์ด แล้วนำการ์ดจอมาติดตั้ง
ลงในสล็อต AGP แทน หากเป็นรุ่นที่ไม่มีสล็อต AGP ก็คงต้องหาซื้อการ์ด PCI มาติดตั้งแทน หรือส่งซ่อมที่ร้าน p.c.point ได้นะครับ

3. เมนบอร์ดมีการ์ดเสียง Onboard ไม่ทำงาน
ปัญหานี้มีลักษณะคล้ายกับปัญหาการ์ดจอ Onboard แต่ส่วนใหญ่การ์ดเสียง Onboardที่มีปัญหาใช้งานไม่ได้
สาเหตุ
1. ยังไม่ได้กำหนดให้ใช้งานวงจรเสียงได้จากไบออส
2. ยังไม่ติดตั้งไดรเวอร์สำหรับวงจรเสียงดังกล่าว
3. อาจเป็นส่วนของวงจรเสียงในชิปเซ็ตเสีย
วิธีแก้
1. กำหนดค่าในไบออสโดยเลือกหัวข้อ Integrated Peripherals
2. เลือกหัวข้อ Onboard Hardware Audio และกำหนดค่าเป็น Enabled
3. Save ค่าไว้และออกจากไบออสบู๊ตเครื่องใหม่
4. ใช้แผ่นไดรเวอร์เมนบอร์ดติดตั้งไดรเวอร์เสียงลงใน Windows
. หากติดตั้งแล้วใช้การไม่ได้แสดงว่าส่วนวงจรเสียงเสีย ให้ Disabled ยกเลิกการใช้งานในไบออส แล้วหาซื้อการ์ดเสียงมาติดตั้งใหม่

4. จะติดตั้งพอร์ต USB ของตัวเครื่องเข้ากับเมนบอร์ดได้อย่างไร ุ
เมนบอร์ดทั้วไปมักจะมีพอร์ต USB ติดตั้งมาให้จำนวน 2 พอร์ต โดยจะมีขั้วพอร์ต USB ให้อีก 1 ช่องสำหรับต่อพอร์ต USB ได้อีก 2 พอร์ต
ซึ่ง พอร์ตต่อเพิ่มพอร์ต USB มักเป็น Options เสริมที่ต้องซื้อเพิ่มเอาเองแต่ในตัวเคสรุ่นใหม่ที่ด้านหน้าหรือด้านข้างมัก จะมีพอร์ตเสริม USB มาให้อีก 2 พอร์ต
วิธีแก้ การติดตั้งพอร์ตเสริม USB ของตัวเคสจำนวน 2 พอร์ต เพื่อให้ใช้งานได้จะต้องนำสาย สัญญาณและสายจ่ายไฟจำนวน 8 เส้นมาเสียบต่อเข้ากับช่องต่อพอร์ต
USB บนเมนบอร์ด โดยจะต้องดูคู่มือเมนบอร์ดประกอบด้ยอย่าเสียบผิดสายเพระสาย USB จะมีไฟเลี้ยงอยู่ด้วย จะทำให้อุปกรณ์ต่อพ่วงเสียหายได้ สำหรับขั้นตอนการติดตั้งพอร์ต USB ตัวเครื่องเข้ากับเมนบอร์ดดังนี้
1. เปิดฝาเครื่องออกมาและหาตำแหน่งขั้วต่อพอร์ต USB บนเมนบอร์ด โดยที่ขา 1 จะมีเส้นทึบ สีขาวขีดคร่อมอยู่ 2.นำสายสัญญาณและสายจ่ายไฟพอร์ต USB จากเมนบอร์ดมาเรียงไว้ โดยสายจะมี 2 ชุด ๆ ละ 4 เส้น
3. นำสายทั้ง 2 ชุดเสียบเข้ากับขั้วต่อพอร์ต USB บนเมนบอร์ดโดยดูจากคู่มือเมนบอร์ดประกอบ กันด้วยอย่าสลับสายกันเป็นอันขาด

5. ใช้งานพอร์ต USB 2.0 ผ่านเครื่องพิมพ์ ไม่เห็นความเร็วเพิ่มขึ้น
สาเหตุ พอร์ต USB 2.0 เป็นพอร์ตมาตรฐานเพิ่งออกมาใหม่ รองรับความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลได้สูงถึง 480 Mbps หรือเร็วกว่าพอร์ต USB 1.1 ถึง 40 เท่าแต่ใช่ว่าเมื่อเมนบอร์ดรองรับพอร์ต USB 2.0 แล้วจะสามารถ ใช้งานได้เลย ต้องทำการติดตั้งไดรเวอร์ของ USB 2.0 ให้ถูกต้องเสียก่อน วิธีแก้ สำหรับวิธีการตรวจดูว่าคอมพิวเตอร์ของเรา ได้ติดตั้งและใช้ความสามารถของพอร์ต USB 2.0 แล้วหรือยังมีดังนี้
1. ใน Windows XP ให้คลิกปุ่ม Start>Control Panel>Switch to classic view 2. ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน system
3. คลิกแท็ป Hardware
4. คลิกปุ่ม Device Manager
5. คลิกเครื่องหมาย + หน้า Universal Serial Bus controllers จะพบว่ามีแต่ไดรเวอร์ของ USB 1.1 ติดตั้งไว้เท่านั้น สำหรับ USB 2.0 ยังไม่ได้ติดตั้ง (มีเครื่องหมายตกใจสีเหลืองหน้าตัว Universal Serial Bus (USB) Controller
6. ให้ติดตั้งไดรเวอร์ USB 2.0 โดยการคลิกเมาส์ขวาที่ตัว Universal Serial Bus (USB) Controller และเลือกUpdate Driver…
7. เมื่อปรากฏหน้าจอให้ Update Driver ให้ใส่แผ่นซีดีรอมไดรเวอร์ของเมนบอร์ดเข้าเครื่องและคลิกเลือกหัวข้อ Install the software automatically และดำเนินการตามขั้นตอนที่ปรากฏหน้าจอต่อไป
8. ในขั้นตอนที่ 6 หากต้องการติดตั้งไดรเวอร์ USB จากแผ่นไดรเวอร์เมนบอร์ดโดยตรงก็สามารถทำได้โดยใส่แผ่นไดรเวอร์เข้าไปใน เครื่องเพื่อให้รันโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะปรากฏหน้าจอให้เลือกข้อ VIA USB 2.0 Driverและดำเนินการไปตามข้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอไปจนเสร็จสิ้น หลังจากนั้นจะบู๊ตเครื่องขึ้นมาใหม่
9. ให้เข้าไปตรวจสอบสถานะของไดรเวอร์ USB 2.0 ว่าได้รับการติดตั้งแล้วหรือไม่โดยเข้าไปที่ Control Panel ซึ่งจะพบว่ามีไดรเวอร์ของ USB 2.0 ได้รับการติดตั้งแล้วคือ USB 2.0 Root Hub และ VIA USB 2.0 Enchanced Host Controller เพียงเท่านี้เมื่อมีการใช้งานพอร์ต USB 2.0 เช่น สั่งพิมพ์งานเอกสารด้วยเครื่องพิมพ์งานเอกสารด้วยเครื่องพิมพ์ผ่านพอร์ต USB 2.0 งานพิมพ์แทบจะวิ่งออกมาทีเดียว

6. เปิดสวิทซ์แล้วเครื่องไม่ทำงานใด ๆ เลยไฟก็ไม่ติด ไม่มีเสียงร้อง
สาเหตุที่1ปลั๊กPower Supply หลวม วิธีแก้ ให้ลองขยับปลั๊ก Power Supply ทั้งทางด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์และที่เต้าเสียบให้แน่น - สาเหตุที่ 2 อาจเป็นที่ Power Supply เสีย วิธีแก้ ให้ลองตรวจเช็คว่ามีไฟฟ้าออกจาก Power Supply ถูกต้องหรือไม่วิธีสังเกต ถ้าเป็นสายไฟสีแดงจะมีค่า +5 Volt ถ้าเป็นสายสีเหลืองจะมีค่า +12 Volt หรืออาจสังเกตง่าย ๆ ขั้นต้นว่าเมื่อเปิดสวิทซ์นั้นพัดลมที่ต�

ความรู้เกี่ยวกับการทำ DVD จากไฟล์หนังที่โหลดมา
(หมายถึงไฟล์ที่โหลดบิท หรือ CB ไม่ใช่ไฟล์ฝั่งซับที่เราเอามาให้โหลดข้างบนนะ)

ใครที่อ่านที่บ้าน Binbou Dashi แล้ว ไม่ต้องอ่าน เพราะก๊อปมาจ้ะ

อุตส่าห์โหลดหนัง กะ ซับกันมาแล้ว - จะเอามาดูกันได้อย่างไร g7.gif
อ่ะ!! ไม่พอ แล้วถ้าจะทำเป็น DVD เปิดดูกะทีวี จะทำยังไง emotion_074.gif

ขอ ย้ำจิ๊ดนึง อันนี้เป็นสาระความรู้เพื่อความบันเทิงในครอบครัวและมวลหมู่เพื่อนฝูง ไม่สนับสนุนการเอาไปทำเพื่อการค้านะคะ ยังไงก็ขอความร่วมมือกันนิสนึงนะ


1. Basic: ดูกันง่ายๆ บนคอมพิวเตอร์

- ลง plugin ชื่อ VobSub 2.23
- เอาหนังที่โหลดมา กับ subtitle ที่เป็น .srt หรือ .ssa ใส่ไว้ใน folder เดียวกัน
- เปลี่ยนชื่อให้เหมือนกัน ทั้งไฟล์หนัง และไฟล์ซับ ให้ต่างกันแค่นามสกุล หนังก็เป็น .avi ส่วนซับก็เป็น .srt หรือ .ssa
- แล้วก็เปิดดูด้วย window media player ง่ายๆ ที่มีในเครื่องนั่นแหละ plugin VobSub มันจะดึงซับขึ้นมาโชว์เอง
- อีกโปรแกรมที่นิยมกันมากนอกจาก window media player คือ GOM Player โปรแกรมนี้ดีตรงที่แคปรูปได้ด้วย เป็น jpg
รูปสวย ไฟล์ไม่ใหญ่มาก กดปุ่มรูปสามง่ามมุมล่างขวา จะมีเมนู capture ให้
- ไฟล์มันก็จะยังแยกกันอยู่ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้รวมกันแต่อย่างใด

2. ไรท์หนังเป็น DVD กัน ด้วยโปรแกรม ConvertXtoDVD (เปิด/ปิดซับ หรือเลือกภาษาได้ ไม่ใช่แบบฝั่งซับ)

- ลงโปรแกรม ConvertXtoDVD 2.2.3.258 (มาเปลี่ยนเวอร์ชั่นให้ใหม่ เห็นเค้าว่าอันเก่าหมดอายุแล้ว)
- เปิดมาก็ ตั้ง Setting ก่อน
- เลือก subtitle - Font ที่ใช้ น่าจะเป็นพวก Tahoma 26-Bold หรือ MS Sanrif 26-Bold จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่อง 2 บรรทัดแล้วกินที่
- ตรง Text Rendering เป็นเรื่องของการตัดคำ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ มันจะฉลาดตัดคำ ตามจำนวน Max. Length ที่เราตั้งไว้
แต่ถ้าเป็นภาษาไทย ต้องตัดคำด้วย manual (ดูข้างล่าง) แล้วเลือก No word wrap ที่ตรงนี้
- แล้วก็กดเครื่องหมาย + เพิ่มไฟล์หนัง รองรับหลายนามสกุล หลักๆ ก็ avi mpg
- Menu ก็แต่งเอา มั่วๆ เอานะ
- ในคลิปหนัง ก็กด + จะเจอ subtitle ก็ Add Subtitle จะใส่กี่ภาษา ก็ใส่ไป แต่ต้องเป็นซับ .srt เท่านั้น (แต่เราเคยใส่ 3 แล้วมันขึ้นแค่ 2 ไม่รู้แปลว่าไร)
- เสร็จแล้วก็ Convert แล้วก็รอ...รอ...รอ... ประมาณ เท่ากับ Real time หนัง 3 ชั่วโมง ก็ render 3 ชั่วโมง
- โปรแกรมจะ render โดยเซฟไว้ในเครื่องก่อน ใน Setting/General จะมีให้เลือก folder ที่เก็บไฟล์
- ถ้าใส่แผ่น DVD ไว้ render เสร็จ มันจะไรท์ให้เลย แล้วถ้าไม่อยากให้ลบไฟล์ที่ render ไว้ใน Harddisk ออก ก็ติ๊กไม่ให้ delete ด้วย
- ถ้าจะนอน ก็ตั้ง Shutdown when done
- สามารถใส่ไฟล์ได้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง สังเกตที่ตอน add file แถบด้านล่างจะมีบอกว่ากี่ GB ถ้าเกิน 4.2GB มันก็ยอมให้ทำได้ แต่คุณภาพหนังที่ได้ จะดรอปจากต้นฉบับ
- ถ้าใส่ไม่เกิน 4.2GB หนังต้นฉบับชัดยังไง DVD ออกมาก็ชัดอย่างนั้นเลย

หมายเหตุ : เตรียมซับด้วย SubtitleWorkshop

ในกรณีที่ subtitle ที่ได้มา i) มันไม่เป็น .srt ก็ต้องแปลง หรือ ii) เป็นภาษาไทย จะต้องอาศัยการตัดคำมาช่วยนิดนึง
หรือ iii) เวลาไม่ตรง คือไม่ตรงกับเสียง ก็ใช้ SubtitleWorkshop ช่วย
แต่ถ้ามั่นใจว่าไม่มีปัญหา ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปเลย (ถ้าเป็นซับเรา เราจะทำให้หมดแล้ว ข้ามไปได้เลย)

- ลงโปรแกรม SubtitleWorkshop2.51
- ดูวิธีลงโปรแกรม + ใส่ภาษาไทยให้โปรแกรม ที่ไฟล์ word ที่แนบ
- หลักๆ เช็คซับว่าตรงกับเสียงหรือเปล่า ก็เปิดซับ File/Open แล้วก็เปิดหนัง Movie/Open
- ปรับซับให้ตรงกับเสียงก็ Edit/Timings
- แก้ซับ ก็ไปพิมพ์ในกล่องล่างสุด
- ประเด็นคือ ถ้าเป็นภาษาไทย ต้องตัดคำเอง คือบรรทัดละไม่เกิน 40 ตัวอักษร ประมาณนี้ (เพราะ ConvertXtoDVD มันเป็นฝรั่ง เลยไม่ค่อยฉลาด)

Review เทียบกับการทำ DVD ด้วยโปรแกรมอื่น เท่าที่เราเคยลองทำ

ประสบการณ์ส่วนตัวของเรานะ เราอาจจะโง่เองก็ได้ อย่าเชื่อให้มากนักละ ลองดูเอง ดีที่สุดจ้า..

- Nero Premium 7: ใส่หนังได้แค่ตอนเดียวก็เต็มแผ่น DVD5 แล้ว แถมคุณภาพยัง drop อีก เหลือประมาณ 70-80% เจอข้อนี้เข้าไป เรื่องอื่นก็ไม่ได้ทดสอบกันแล้ว
- TMPGEnc DVD Author 3 with DivX Authoring: ใส่หนังได้ 2 ชั่วโมง คุณภาพหนังออกมาดีเหมือนต้นฉบับ
เมนูสนุก ทำได้หลากหลาย เป็น movie ก็ได้ ภาพ ก็ได้ ใส่เพลงก็ได้ วนก็ได้ ปรับตำแหน่งก็ได้ สารพัดจะทำเลย
แต่มีปัญหากับซับไทย กลายเป็นภาษาญี่ปุ่นทุกที 10 ซับ ต้องเป็นสัก 7 ซับ เราแก้ไม่เป็น
- VirtualDubMod: เป็นโปรแกรมสำหรับฝั่งซับเข้าไปในเนื้อหนัง ก็ถ้าจะอัพไฟล์ขึ้นไปไว้ให้โหลด ก็คงต้องฝั่งซับแบบนี้แหละ

Credit 1: ทุกโปรแกรมที่เอามาลง จาก www.ForumW.org ซึ่งต้องสมัครเป็นสมาชิก
หรือไม่ก็ google เลย search จากชื่อโปรแกรม เจอแน่นอน ทุกโปรแกรม อาจได้ version ล่าสุดกว่าด้วยซ้ำ
(แต่ SubtitleWorkshop เรา Thai.lng มารวมไว้ให้ด้วยแล้ว ไม่งั้นปกติจะไม่มี ต้องไปหาอีกต่างหาก)


Credit 2: ความรู้ทั้งหลาย มาจากเพื่อนในเน็ต ทั้งไทย ทั้งเทศ ที่แบ่งปันกัน สอนกันต่อๆ มา กับลองผิดลองถูกเอง
แล้วถ้าอยากถามอะไรเพิ่มเติม แนะนำให้ไปบอร์ดเทคนิคนะ เราก็เรียนรู้มาจากที่นั่น
เราคงไม่มีความสามารถจะตอบอะไรใครได้หรอกค่ะ
สุดท้าย .. ใครเป็นแล้วก็สอนเพื่อนๆ ต่อ อย่าห่วงวิชากันน้า ขอแค่นี้แหละ

from http://forums.popcornfor2.com

พอดีข้อมูลเก่าจะใส่พาสไว้แต่ มาคิดดีๆแล้วโปรแกรมดีๆ ก็อยากให้มีคนไปใช้ง่ายๆเวลาผมโหลดมาจากที่อื่นกว่าจะได้บางตัวใช้เวลาเป็นอาทิตย์ อย่าง เมตาสต็อกนี่ผมหาหลายวันน่ะ
ถ้าโฮสที่ผมฝากไฟล์ไว้โหลดช้าหรือไม่ดี หรือจะแนะนำโฮสดีๆก็เมล์มาครับ แต่ต้องฟรี เก็บไฟล์ได้นานเกิน สามเดือน เก็บไม่จำกัด สามารถ resume download/upload ที่ผมใช้อยู่ตอนนี้ก็คือ mediafire,filefactory,hotfile
พอดีเห็นมีคนโพสว่าอยากได้เมตาสต้อกเนื่องจากใส่พาสไม่ผ่าน วันนี้ผมจะเอาพาสออกและอัพให้โหลดใหม่น่ะครับ ไม่ใส่พาสด้วย แต่เนื่องจากอยากโปรโมทบล็อกให้คนทราบเยอะๆเลยใส่ชื่อบล็อกผมแทรกในชื่อไฟล์ไว้ด้วย ถ้าไงก็เป็นเครดิตสำหรับที่หาโปรแกรมให้แล้วกันน่ะครับ
เนื่องจากเน็ตที่ใช้อยู่หลุดบ่อยมาก อาจจะอัพเกมส์หรือโปรแกรมดีๆให้ช้าแต่อัพให้แน่นอนครับ ถ้าวันไหนเน็ตแรงไม่หลุดก็ได้วันนั้นล่ะครับ
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...