ถ้าจะถามคุณว่า? คุณจะมีวิธีการอะไรที่สามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าของคุณ ที่เคยซื้อสินค้า หรือเคยใช้บริการของคุณได้อย่างง่ายและสะดวก ประหยัด?... ถ้าให้นักการตลาดรุ่นเก๋า เก่ากึ๊ก คงจะนึกถือ การทำ Direct Mail หรือจดหมายส่งตรงหาลูกค้า, การโทรหาลูกค้า Tele-Sale หรือถึงขั้นอาจจะแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนลูกค้าเลยทีเดยว แต่หากยุคนี้ ยุคอินเทอร์เน็ตหรือเทคโนโลยีไอทีมาจ่ออยู่ปลายนิ้วซะขนาดนี้ ใยเลยจะหันกลับไปใช้วิธีเก่าๆ แบบนั้นอยู่ทำไม ในเมื่อมันมีต้นทุนที่สูงกว่า วัดผลก็ลำบาก ใช้เวลาในการจัดการนานมาก เราลองหันมาใช้วิธีอื่นๆ ที่เดิ้ลและเทห์ กันดีกว่าครับ

หากลูกค้าของคุณเป็นกลุ่มที่เป็นนักเรียน หรือวัยทำงาน ที่ทำงานในกรุงเทพหรือหัวเมืองใหญ่ การติดต่อสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มนี้ทาง E-Mail ดูจะเป็นช่องทางที่น่าสนไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะคนในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะมีการใช้คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตทั้งในที่ทำงานหรือที่บ้าน ซึ่งการสื่อสารผ่าน E-Mail หรือการใช้ E-Mail Marketing ดูจะเป็นแนวทางที่น่าใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเป็นช่องทางและเป็นวิธีที่ ประหยัดค่าใช้จ่าย, รวดเร็วแม่นยำ, ตรงกลุ่มเป้าหมาย และยัง สามารถวัดผลได้อีกด้วย ฟังดูแค่นี้ หลายๆ คนก็เริ่มสนใจที่อยากจะเริ่มต้นทำ E-Mail Marketing กันแล้วใช่ไหมครับ? งั้นเรามาดูและเริ่มต้นทำ E-Mail Marketing กันครับ

3 ขั้นตอนง่ายๆ ในการเริ่มต้น E-Mail Marketing
***********************************************************
1. การหาและเก็บข้อมูล E-Mail ของลูกค้า

การหาหรือได้มาซึ่งข้อมูล E-mail ลูกค้ามีอยู่ 2 วิธีหลักๆ ด้วยกัน

1.1. สร้างและเก็บ E-Mail ลูกค้าเอาเอง โดยวิธี นี้คุณต้องเริ่มเก็บและสะสมข้อมูล E-Mail ของลูกค้า ในทุกๆ ครั้งที่คุณมีโอกาสได้พบปะ หรือเจอลูกค้า คุณควรจะมีการเก็บและขอ E-mail ลูกค้า โดยในปัจจุบันหลายคนอาจจะขอแค่ เพียงแค่ เบอร์โทรศัพท์ แต่ไม่เคยขออีเมล์ลูกค้าเลย โดยการได้มาซึ่งข้อมูลลูกค้าอาจจะมาจากหลางวิธีเช่น

  • การสมัครสมาชิกเว็บไซต์ ซึ่งตอนสมัครลูกค้าก็ต้องกรอกข้อมูล email อยู่แล้ว
  • ทำช่องรับข่าวสาร จากทางเว็บไซต์ ซึ่งก็จะสามารถได้ email ของลูกค้ามาได้เช่นกัน
  • การแจกของฟรี หรือให้ร่วมสนุกอะไรบางอย่าง และการจะร่วมได้ ก็ต้องกรอกข้อมูล email ไว้ด้วยเช่นกัน

1.2 หากคุณไม่มีข้อมูลเลย ลองวิธีเช่า (ซื้อ) ฐานข้อมูลลูกค้า หรือให้คนอื่นส่งข้อมูลให้ ซึ่งบริการนี้จะเป็นบริการที่หลายๆ เว็บไซต์ หรือบางธุรกิจอาจจะเปิดโอกาสให้คุณสามารถ ส่งข้อมูลข่าวสารของคุณผ่าน ฐานลูกค้าของเค้าได้ โดยบางแห่งเจ้าของข้อมูลอาจจะเป็นผู้ส่งข้อมูลให้ ไม่ยอมขายข้อมูลลูกค้าให้คุณไปส่งเอง เพราะอาจจะติด ข้อตกลงกับลูกค้าในการรักษาข้อมูล (Privacy Policy) หรือบางแห่งอาจจะขายข้อมูลลูกค้าออกมาเลย และคุณสามารถส่งได้เอง

แต่ต้องระวังให้ดีนะครับ วิธีการไปซื้อข้อมูลรายชื่อ E-Mail แบบทีละเป็นพันๆ หรือหมื่นๆ มาแล้วมาส่งข้อมูลออกไปหาลูกค้าทีละเยอะๆ "โดยที่ผู้รับนั้นไม่ได้มี เจตุจำนงค์จะรับข้อมูลจากคุณ" อันนี้ถือว่า "ไม่เป็น E-Mail Marketing" นะครับ แต่จะถือว่าเป็น สแปม (SPAM) ดังนั้นต้องระวังให้ดี ซึ่งต้องบอก่อนว่าตอนนี้ ประเทศไทยมี พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่บอกไว้ในมาตรา 11 ว่า "ผู้ใดส่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิด หรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของ บุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท" ดังนั้นการส่งมั่วหรือส่งสแปมอาจจะเสี่ยงต่อการผิดกฏหมายได้" น่ากลัวไหมละ ต้องระวังให้ดี

2. การเตรียมเครื่องมือในการส่ง E-Mail หาลูกค้า

หลังจากที่ได้ข้อมูล E-Mail ของลูกค้ามาแล้ว คุณก็จะเป็นต้องมีเครื่องมือในการส่ง E-Mail หาลูกค้า โดยหากรายชื่อ E-Mail ของลูกค้าของคุณมีจำนวนไม่มากเช่น 10-30 รายชื่อ คุณอาจจะใช้วิธีการส่งผ่านวิธีการปกติที่คุณใช้เช่น ส่งผ่าน hotmail.com หรือ Gmail.com แต่ถ้าคุณมีรายชื่อ E-Mail จำนวนมากๆ คุณอาจจะต้องจำเป็นต้องใช้เครื่องมือหรือ Software ที่ช่วยในการส่ง E-mail เช่น ซอฟต์แวร์ของ www.PHPlist.com ที่เป็นซอฟต์แวร์ฟรี ระบบเปิด (Opensource) ที่คุณสามารถไปดาว์นโหลดมาติดตั้งที่เว็บไซต์ของคุณแล้วใช้งานได้ หรือ Aconia Rocket Mail (www.anconia.com) ที่สามารถติดตั้งไว้ที่เครื่องของคุณแล้วส่งหาลูกค้าได้เลย แต่มีข้อควรระวัง การส่ง E-Mail ทีละเป็นจำนวนมาก ขึ้นหลักหมื่นหลักแสนรายชื่ออาจจะส่งได้ยากลำบาก เพราะในการส่งแต่ละครั้งหากส่งจำนวนมากๆ จะเป็นการทำให้การทำงานของระบบอีเมล์ที่คุณใช้งานอยู่ ทำงานหนัก และอาจจะมีปัญหาได้ ดังนั้นควรทยอยค่อยๆ ส่งออกไปทีละไม่มาก จึงจะสามารถส่งออกได้

3. การวัดและการประเมินผล

ในซอฟต์แวร์ส่ง E-Mail บางตัวจะมีเครื่องมือที่ช่วยวัดว่า E-Mail ที่คุณส่งไปนั้น ส่งไปได้กี่ฉบับ และมีคนเปิด E-Mail ของคุณกี่คน (Open Rate) ซึ่งวิธีนี้จะช่วยวัดผลว่าแคมเปญหรือ E-Mail ที่คุณส่งไปสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากน้อยแค่ไหน Open rate (อัตราการเปิด email ) เป็นตัววัดว่า email ที่เราส่งไปนั้นมีผู้คลิ๊กอ่านกี่เปอร์เซ็นต์ หากเขียนเป็นสมการได้่ดังนี้

Open Rate (อัตราการเปิด email) = ( จำนวน email ที่ได้รับการคลิ๊กในครั้งแรก / จำนวน email ที่เราส่งออกไป ) x 100

ตัวอย่าง - บริษัท ก. ส่ง email แนะนำสินค้าไปยังสมาชิก mailing list จำนวน 1,000 ฉบับ มีจำนวนสมาชิกที่คลิ๊กเปิด email จำนวน 2,575 ฉบับ เพราะฉะนั้น Open Rate ของ email แนะนำสินค้าจะเท่ากับ (450/1000) x 100 = 45 %

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่า E-Mail ที่บริษัท ก. ส่งไปโดยเฉลี่ย 100 ฉบับ(100 email address) ถูกคลิ๊กเปิด 45 ฉบับ สำหรับ open rate ที่ควรจะเป็นนั้นอาจไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าเป็นเท่าใด ขึ้นอยู่กับว่า e-mail นั้นมีรูปแบบอย่างไร น่าสนใจแค่ไหน แต่สิ่งที่บอกได้คือถ้า open rate อยู่ในอัตราสูงแสดงว่า email นั้นเป็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มเป้าหมาย

จะส่งอะไรหาลูกค้าดี ใน E-mail ?

การส่ง email หากลูกค้า มีหลายๆ คนเลือกส่งข้อมูล สินค้ามาใหม่, สินค้าโปรโมชั่น, ข่าวสารจากทางร้าน, การพูดคุยจากเจ้าของเว็บไซต์ไปยังลูกค้า, ทิปเทคนิคต่างๆ เช่นเทคนิคการเลือกซื้อของ, หรือทิปการนำสินค้าไปใช้ (คนชอบพวกนี้มาก) หรือลองกลับมาดูว่า ร้านค้าคุณ หรือเว็บไซต์คุณมีข้อมูลอะไร อัพเดทบ่อย ๆ แล้วเป็นสิ่งที่คนทั่วไป หรือลูกค้าของเราน่าจะสนใจ ก็สามารถส่งไปหาลูกค้าได้ เช่น เว็บบอร์ด มีคุนพูดคุยกระทู้น่าสนใจ ก็สามารถส่งไปให้คนเข้ามาอ่านได้

ความถึ่การส่ง E-Mail หาลูกค้า

หลายๆ คนมักถามว่า เราจะส่ง E-mail หาลูกค้าบ่อยเท่าไรดี ต้องบอกว่าก่อน "ขึ้นอยู่กับแต่ละเว็บ" บางเว็บมีข้อมูล ข่าวสารเยอะ ก็สามารถส่งหาลูกค้าได้ "ทุกอาทิตย์" แต่บางเว็บไซต์ อาจจะมีข้อมูลข่าวสารไม่เยอะมาก อาจจะส่ง "ทุกเดือน" แต่ส่งทุกวัน นี้คงไม่เหมาะเท่าไรครับ เพราะอาจจะทำใ้ห้ลูกค้ารำคาญก็ได้

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการทำ E-Mail Marketing ที่จะช่วยสร้างหรือเชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างคุณและลูกค้าของคุณเข้าไว้ ด้วยกันให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำได้ไม่ยากเลยในปัจจุบัน แต่หลายๆ ธุรกิจก็ยังไม่ได้ทำกัน ดังนั้นเมื่ออ่านจบแล้ว ก็ลองมานั่งนึกดูว่า บริษัทหรือองค์กรของเรา ได้เริ่มใช้วิธีนี้ในการติดต่อกับลูกค้าของคุณแล้วรึยัง? แต่ต้องระวังด้วยนะครับ ต้องแน่ใจว่าลูกค้าของคุณ "ยินยอมให้คุณส่ง E-Mail" หาเค้านะครับ เพราะหากปราศจากความยินยอม E-Mail ที่คุณส่งไป ก็จะกลายเป็นจดหมายขยะที่คุณเองได้อยู่เป็นประจำอยู่แล้วทุกๆ วันนั้นเอง.... ใช้ให้ถูกทางกันนะครับ.. ผมขอฝากไว้

Pawoot P.

from http://www.pawoot.com/article/e-mail-marketing/286

เราสามารถใช้ ms outlook ส่ง mass email ได้ซึ่งไม่ใช่การส่งอีเมลย์ทีละมาก ๆ โดยใช้ cc หรือ bcc อย่างที่เราคุ้นเคยแต่เป็นการ mail merge รายชื่อต่าง ๆ ที่อยู่ใน contact ทั้งหมดเข้ามาไว้ในการส่งในคราวเดียว ซึ่งความสามารถในการ mail merge นี้เป็นความสามารถอย่างหนึ่งของ ms word ด้วยเช่นกัน

mail merge ใช้สองส่วนด้วยกันคือตัวไฟล์ doc และ data source เพื่อใช้ในการ merge เข้าด้วยกัน ซึ่ง outlook จะทำหน้าที่ในส่วนของการส่ง mass email นั่นเอง เนื่องจากเราส่ง mass email ไปยัง contact ของเราเองที่อยู่ใน outlook ดังนั้นจึงไม่ใช่การ spamming

ขั้นตอนการส่ง mass email ผ่าน outlook

1. เปิด ms outlook ขึ้นมาจากนั้นให้ไปที่ contacts และเลือกคนที่คุณต้องการเพิ่มเข้าไปในรายชื่อที่ต้องการจะส่ง mail คุณสามารถกด ctrl ค้างไว้เพื่อเลือกหลาย contact หลาย ๆ คนในคราวเดียว ถ้าจะให้สะดวกในการเลือกยิ่งขึ้นให้คุณไปที่ view –> arrage by –> categories

2. จากนั้นให้ไปที่ tools –> mail merge

3. เมื่อปรากฎหน้าต่างใหม่ขึ้นมาให้เลือกตัวเลือก ดังภาพ โดยใ่นช่อง message subject line: คือหัวข้ออีเมลย์ที่เราจะส่ง


4. จากนั้นเมื่อคลิ๊ก ok แล้วโปรแกรม ms outlook ก็จะทำการเรียกโปรแกรม ms word ขึ้นมาเนื่องจากคุณจะต้องเขียนเนื้อหาของอีเมลย์โดยใช้ ms word จึงจะใช้ฟังก์ชั่น merge mail ของ ms outlook ได้สำเร็จ


5. เราได้เลือกรายชื่อผู้รับอีเมลย์ไปแล้วใน ms outlook ดังนั้นที่เราจะทำต่อไปคือทำการใส่ custom fields


จากรูปให้เลือก greeting line

ุ6. จากนั้นคุณจะสามารถกำหนด field ให้เป็นรูปแบบที่ต้องการได้


7. ในขั้นตอนนี้คือตอนนี้คือตอนที่คุณจะเขียนเนื้อหาของอีเมลย์ลงไปที่หน้า doc บน ms word

8. เริ่มต้นส่งอีเมลย์โดนการไปที่ finish & merge –> send email messages


จากนั้น ms outlook จะเริ่มส่งอีเมลย์ออกไปสู่รายชื่อที่เราได้เลือกไว้ในตอนแรก

บทความโดย 2beshop.com



from http://www.pawoot.com/article/e-mail-marketing/505

ตอนนี้ผมเชื่อว่าทุกคนกำลังปวดหัวกับอีเมล์ต่างๆ ที่คุณไม่ต้องการมันเลย แต่มันมาโผล่ในกล่องเมล์คุณอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน เราเรียกอีเมล์เหล่านี้ว่า สแปม (Spam)

“สแปมเมล์ (Spam Mail)” หมายถึง จดหมายอิเลคทรอนิกส์ที่ผู้ส่ง (ซึ่งมักจะไม่ปรากฏชื่อและที่อยู่ของผู้ส่ง) ได้ส่งไปยังผู้รับอย่างต่อเนื่องโดยส่งจํานวนครั้งละมากๆและมิได้รับความ ยินยอมจากผู้รับ โดยการส่งสแปมเมล์นั้นอาจมีวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์หรือไม่ก็ได้

เมื่อก่อนสแปมเมล์มักจะมาจากต่างประเทศ โดยมักจะเป็นเมล์ ที่เกี่ยวกับ ขายยาไวอากร้า. กู้เงินสร้างบ้าน (Mortgage), สมัครเว็บโป๊ มากมายซึ่งการตรวจสอบและป้องกันก็สามารถทำได้ง่ายๆ คือ อันไหนภาษาอังกฤษก็ลบมันออกซะ (สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้ใช้ email ภาษาอังกฤษ) แต่เดียวนี้ เมืองไทยเราก็เริ่มพัฒนาตามต่างประเทศแล้วครับ โดยคุณจะเห็นได้จาก อีเมล์แปลก ที่คุณไม่ต้องการมันมาในรูปแบบภาษาไทยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ลดน้ำหนัก, ทำงานที่บ้าน, งานสัมมนา อะไรต่างๆ มากมาย ที่เริ่มจะหลั่งไหลเข้ามาในกล่องอีเมล์ของคุณซะงั้น....

หลายๆ คนมักจะทึกทักเอาเองว่า การส่งอีเมล์ไปหาคนจำนวนมากๆ แบบนี้มันคือการตลาดออนไลน์แบบหนึ่งที่ทำผ่านอีเมล์ (E-Mail Marketing) แต่รู้ไหมครับว่าการทำ สแปมเมล์ กับการตลาดผ่านอีเมล์มันมีความแตกต่างกันอยู่มากเลยทีเดียว.

หลักการทำการตลาดผ่านอีเมล์ที่ถูกต้อง

1. ส่งเมล์หากับผู้ที่คุณรู้จักอยู่แล้ว หรือผู้รับแสดงความจำนงในการรับเมล์
ควร ส่งเมล์ให้กับคนที่รู้จักเค้าอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัว หรือในทางธรุกิจ หรือ ส่งผ่านผู้ให้บริการส่งอีเมล์ โดยที่ผู้ให้บริการเหล่านั้น ได้รับสิทธิในการส่งข่าวสารจากสมาชิกในกลุ่ม ซึ่งอีเมล์สแปมสวนใหญ่จะไม่ได้รับสิทธิในการส่งจากผู้รับ

2. มีส่วน "ยกเลิก (Unsubscribe)" การรับอีเมล์
ภาย ในอีเมล์ทีส่งจะต้องมีการยกเลิก รับอีเมล์ได้ และต้องทำการยกเลิก และไม่ทำการส่งอีเมล์กลับไปอีก และภายหลังจากแจ้งการยกเลิกรับอีเมล์ ควรจะมี อีเมล์ยืนยันการยกเลิกรับกลับไป เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับ (แต่หลายๆ คนมักกลัวและไม่กล้ายกเลิก เพราะจะกลายเป็นการยืนยันว่าอีเมล์ที่ส่งมามีตัวตน และผู้รับจริงๆ)

3. แจ้งผู้รับเมล์ว่าคุณคือใคร
ในอีเมล์ควร มีการแจ้งว่าข้อมูลเกี่ยวกับผู้ส่ง ได้แก่ ชื่อเว็บไซต์หรือชื่อบริษัท, ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้, เบอร์โทรศัพท์ เพื่อยืนยันว่าคุณมีตัวตนจริง

4. ใช้เนื้อหาที่เป็นความจริง
เนื้อหาที่ใช้ ภายในอีเมล์ควรเป็นความจริง ไม่กล่าวอ้างเกินความจริงมากเกินไป และไม่ควรใช้ FW: หรือ RE ในหัวข้อการส่ง เพราะจะทำให้ผู้รับเข้าใจผิดได้

5. เคารพสิทธิของผู้รับ
ไม่ควรคุกคามหรือ ก้าวก่ายสิทธิของผู้รับมากจนเกินไป และในที่เก็บอีเมล์จากผู้รับควรแจ้งเจตนาและเป้าหมายในการส่งข้อมูลหาผู้รับ ให้ชัดเจนว่าจะส่งเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องอะไรไปบ้าง

6. อย่าไปแอบเอา (ดูด) อีเมล์มากจากที่อื่น
ข้อ นี้ชัดมาก คืออย่าไปเอาอีเมล์มาจากที่อื่นโดยปราศจากการยินยอมจากเจ้าของอีเมล์ หลายๆ คนชอบใช้โปรแกรมไปดูดอีเมล์มาจากเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งข้อนี้เองที่ ผู้ส่งสแปมเมล์หลายๆ ที่ใช้กัน

ลงโทษสแปมเมอร์....!

หากท่านที่ได้รับอีเมล์ ที่ไม่ต้องการ ท่านสามารถหยุดและลงโทษพวกที่ส่งอีเมล์หาท่านได้หลายวิธี

- แจ้งไปยังหน่วยงานที่รับแจ้งปัญหาเรื่องการสแปม
เช่น www.spamcop.net ซึ่งที่นี้จะรวบรวม รายชื่อเว็บไซต์ที่ทำการสแปม จัดเก็บลงฐานข้อมูล และส่งต่อให้กับผู้ให้บริการอีเมล์ทั่วโลก เพื่อบล๊อคหรือกันรายชื่อเว็บไซต์เหล่านั้นเข้ามาในอีเมล์ของผู้รับ (ส่งทีเดียวกันได้ทั่วโลก) หากท่านเจออีเมล์สแปมเยอะ ก็ช่วยกันเข้าไปแจ้งหน่อยครับ จะเป็นผลดีต่อส่วนรวมครับ

- หากคุณใช้ Free Email เช่น hotmail.com หรือ Yahoo.com
ส่วน ใหญ่ผู้ให้บริการฟรีอีเมล์ จะมี บริการให้แจ้งว่า E-Mail ที่เข้ามามีฉบับไหนเป็นสแปมบ้าง หากมีการแจ้งไปหลายๆ คน ต่อไปอีเมล์สแปมจากเว็บไซต์ต่างๆ นั้นก็จะไม่สามารถส่งเข้ามาที่ผู้ให้บริการฟรีอีเมล์ นั้นได้อีก

- โทรกลับไปหาเลย
บางครั้งในอีเมล์ทีส่ง เข้ามาซ้ำซาก จะมีอีเมล์หรือเบอร์โทรอยู่ คุณก็สามารถโทรไปหาเค้าและแจ้งว่า ให้หยุดการกระทำดังกล่าวได้แล้ว และนำชื่อของคุณออกจาก รายชื่อในการส่งอีเมล์ของเค้าด้วย (วิธีนี้ได้ผลดีมาก ผมใช้ประจำ)

- แก้เผ็ดกลับ (วิชามาร)
หากเค้ายังคงส่งมา อีกเรื่อย ๆ หาวิธีแก้เผ็ดคือ นำเบอร์โทรศัพท์ ของเค้าไปโพสต์ในเว็บเกย์ ให้คนโทรเข้ามาหาเค้า จะได้สำนึกเสียบ้าง (แต่อย่าใช้วิธีนี้ไปในทางที่ผิดนะครับ)

จะเห็นได้ว่า การตลาดผ่านอีเมล์เป็นวิธีการตลาดที่มีประสิทธิภาพมาก แต่การที่คุณจะนำมาใช้หรือปฏิบัติ คุณควรจะเคารพ กฏและกติกาของการทำการตลาดลักษณะนี้ด้วย เพราะมันอาจจะส่งภาพลบต่อสินค้าหรือบริการของคุณ และตอนนี้ทางหน่วยงานรัฐบาลกำลังร่างกฏหมายเกี่ยวกับการสแปมเมล์ ซึ่งหากคุณสแปมเมล์ คุณก็จะถือว่าทำผิดกฏหมาย ซึ่งจะมีบทลงโทษที่รุนแรง ซึ่งตอนนี้หลายๆ ประเทศเค้ามีกฏหมายลักษณะนี้แล้ว หยุดส่งเหอะเชื่อผม.!

สำหรับคนที่อยากจะทดสอบ E-mail ของตัวเองก่อนส่งออกไปหาลูกค้า ว่าจะมีโอกาสเป็น Spam กี่ % สามารถเข้าไปเช็กได้ที่
- เว็บนี้ครับ หรือจะลองใช้ของ ที่นี่ก็ได้ครับ

from http://www.pawoot.com/article/e-mail-marketing/157

คุณเคยได้รับเมล์ขยะ (Junk Mail) บ้างไหม ไม่ว่าจะเป็น Work at Home, การลดน้ำหนัก, ขายไวอากร้า และอื่นๆ อีกมาก. บ้าง ก็ส่งมาจากคนไทยกันเอง บ้างก็มาจากต่างประเทศ ซึ่งบางประเทศเราก็ไม่สามารถอ่านตัวหนังสือเค้าได้เลย ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้ เราเรียกกันว่า “สแปม” SPAM

คุณอาจจะสงสัยว่าเค้าได้ E-Mail ของคุณมาจากไหน และได้มาได้อย่างไร…? วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีและแหล่งที่นักส่ง E-mail Spam ไปหาคุณมักจะใช้กัน เพื่อคุณจะได้รู้และหาทางป้องกันตัวเองได้

แหล่งที่นัก Spam มักจะตามล่า E-mail

1. ระบบ Mailing List

ระบบ Mailing List บางที่ไม่มีระบบป้องกันการดึง E-mail ออกจากระบบ โดยเพียงแค่ส่ง E-mail เข้าไปในระบบ Mailing List จากนั้นระบบจะทำการส่ง E-mail ที่มีอยู่ภายในระบบทั้งหมดกลับมาให้นัก Spam เลยทันที

2. เว็บไซต์ต่างๆ

เดียว นี้มีโปรแกรมที่จะทำหน้าที่เข้าไปตรวจสอบข้อมูลภายในเว็บไซต์ต่างๆ และโปรแกรมนี้สามารถแยกแยะข้อมูลภายในเว็บไซต์ แล้วดึงออกมาเฉพาะ E-mail ที่มีคนทิ้งเอาไว้ในเว็บไซต์นั้นๆ เช่น จากเว็บบอร์ด, Guest Book หรือ ฟอร์มเก็บข้อมูลอื่นๆ ภายในเว็บ โดยวิธีการที่เจ้าของเว็บไซต์ สามารถป้องกันและตอบโต้สำหรับผู้ที่ใช้โปรแกรมลักษณะนี้เข้ามาตรวจสอบ โดยสามารถใช้ 'poison' CGI script. ป้องกันการใช้โปรแกรมดังกล่าวเข้ามาดูด E-mail ภายในเว็บของคุณ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.website101.com/SpamFilter/spam_script.html

3. โปแกรม Web Browser

ภายในโปรแกรม Web Browser จะมีการเก็บข้อมูลต่างๆ เอาไว้ภายในตัวเอง โดยตรงนี้นัก Spam จะใช้เทคนิคต่างๆ ที่จะดึง E-mail และข้อมูลต่างๆ ของคุณออกมาจาก Web Browser ของคุณ หากคุณต้องการเช็กข้อมูลต่างๆ ที่เวลาคุณท่องอินเทอร์เน็ตแล้วเว็บต่างๆ จะรู้ข้อมูลอะไรคุณบ้างลองเข้าไปที่ http://www.privacy.net/analyze/

4. ห้อง Chat หรือ IRC

โปรแกรม Chat บางตัวเก็บ E-mail ของผู้ใช้เอาไว้ โดยนัก Spam ส่วนใหญ่จะใช้วิธีนี้เก็บ E-mail จาก Chat Room ตามที่ต่างๆ โดยที่ผู้เข้ามาในห้อง Chat Room จะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้ถูกเก็บ E-mail ไปเรียบร้อยแล้ว

5. ข้อมูลผู้จดทะเบียนโดเมน (Whois)

ในการจดโดเมนเนม ผู้ที่จดจะต้องทำการให้ข้อมูลที่ติดต่อในส่วน Administrator, Technical และ Billing ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมี E-mail แสดงไว้อยู่ด้วย โดยวิธีการเรียกดูข้อมูลเหล่านี้ก็สามารถดูอย่างง่ายดายด้วยการใช้ “Whois” Command โดย E-mail ส่วนใหญ่ที่ได้จากวิธีนี้จะเป็น E-mail ที่ถูกต้อง เพราะผู้ที่จดโดเมนเนมต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อใช้ในการติดต่อและยืนยัน ในการจัดการโดเมนเมน

6. Internet Directory หรือ Yellow page

ตอน นี้มีหลายๆเว็บไซต์ที่ให้บริการรวบรวมข้อมูลสินค้าหรือ รายชื่อคนต่างๆ เพื่อให้สามารถติดต่อหรือสอบถามได้ โดยข้อมูลเหล่านี้บางแห่งจะมีข้อมูล E-Mail อยู่ทำให้สามารถนัก Spam สามารถเก็บข้อมูลจากส่วนนี้ได้

7. CD รวบรวมรายชื่อ E-mail

เดียวนี้จะมีผู้ให้บริการขายรายชื่อ E-mail โดยจะทำการรวบรวมอยู่ใน CD โดยจะมีรายชื่อ E-mail มากมายโดยผู้ที่ซื้อไปสามารถทำการส่งหา E-mail เหล่านั้นได้ โดยที่มาของ E-mail เหล่านั้นก็มักจะมาจากวิธีที่กล่าวมากจากในข้างต้น

วิธีการป้องกัน

ในบางเว็บไซต์หรือบางแห่งที่ต้องการข้อมูลของคุณ คุณอาจจะให้ E-mail หลอก ไปแทนที่จะให้ E-mail ของคุณจริงๆ ไป เพราะอาจจะมีความเสี่ยงมากที่ รายชื่อ E-mail ของคุณจะถูกเก็บสะสมโดยนัก Spam และสำหรับเจ้าของเว็บไซต์ อาจจะติดตั้งโปรแกรมที่คอยป้องกันการเก็บ E-mail จากนัก Spam เอาไว้เพื่อป้องกัน E-mail ของผู้ที่เข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์

ตอนนี้ปัญหาเรื่องการ Spam E-Mail กำลังเป็นปัญหาที่ประเทศต่าง ๆกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมากเพราะการ Spam ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาล ซึ่งบางแห่งการ Spam ถือ เป็นความผิดทางกฏหมายที่มีความผิดร้ายแรงเลยทีเดียว สำหรับในเมืองไทยตอนนี้ ยังไม่มีกฏหมายใดที่จะเข้ามาสนับสนุนหรือป้องกันการกระทำในลักษณะนี้ อาจจะต้องฝากทางฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หาทางป้องกันปัญหานี้ก่อนที่จะรุกรามไปมากกว่านี้…

Pawoot Pongvitayapanu
6/10/03

from http://www.pawoot.com/article/e-mail-marketing/13

ผมพยายามรวบรวม software ที่ผมใช้เองในปัจจุบัน ที่ใช้แล้ว พบว่าดี และเจ๋ง จะขอนำมาเสนอ และแบ่งปันให้คนอื่นๆ ลองใช้ดูนะครับ เพื่อ คุณมีอะไร เจ๋งๆ จะได้มาแบ่งปันผมกลับบ้างครับ เดียวเจออะไรเจ๋งๆ จะมา update เรื่อยๆ ครับ

สำหรับองค์กรที่ทาง BSA (ฺีBusiness Software Alliance) ได้แจ้งเข้ามา มีแนวทางยังไงลองมาดูด้านล่างครับ

เว็บที่ให้ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับ Software กับการละเมิด http://www.stop.in.th
สำหรับท่านที่กลัวโดนจับ ปรับ ลองดู Software ทดแทนได้ครับ ว่าเราจะใช้ software ตัวไหนดีครับ (จากประสพการณ์ตัวเอง)

Software ที่สามารถมาทดแทนการใช้งานของเสียเงินได้

Software
Replace Software
Detail
Link
MS Project
Openproj (Freeware) โปรแกรมแทน Microsoft Project ทำได้ดีมาก ใช้งานโดยทั่วไปของการวางแผนงานโปรเจ็กได้หมด Grant Chart, Resource Chart. เปิดไฟล์ MS Project เดิมได้หมด ผมว่าใช้แทนได้เลย http://openproj.org/openproj
Adobe Acrobat Reader Foxit Reader (Freeware) โปรแกรมอ่าน PDF File และตัวเขียน ผมลองดูอยู่ พบว่าเร็วมาก กินแรมน้อยกว่า Adobe PDF มาอยู่เลยครับ ของฟรี ลองไปโหลดมาใช้กันได้ครับ http://www.foxitsoftware.com
MS Outlook Mozilla Thunderbird (Freeware) โปรแกรมอ่านเมล์ ใช้งานแทน Outlook ได้ 100% เจ๋งมากครับ ขอแนะนำเลยครับ ใ้ช้ควบคู่กับ Google Doc หรือ Gmail ได้เลยครับ อ่านวิธีการ config คร่าวๆ ได้ที่นี่ครับ http://www.mozilla.com/en-US/thunderbird/
Mind Manager Free Mind (Freeware) สำหรับสร้าง Mind Mapping ใช้ในการคิดงาน หรือประชุมครับ แทน Mind Manager http://www.xmind.net
http://freemind.sourceforge.net
Dictionary ถ้าออนไลน์่บ่อยๆ ให้เข้าไปที่ http://dict.longdo.com เป็นการค้นหาคำศัพท์ทางเว็บได้เลย หรือดู software หลายๆตัวที่ช่วยแปลได้
Visio Visio Viewer (Freeware) ใช้ดูเปิดไฟล์ Visio ได้โดยใช้ IE เปิด (แต่ไม่สามารถแก้ไขได้) เหมาะสำหรับดูไฟล์ VISIO Microsoft
WinZip 7 Zip
(Freeware)
7 Zip โปรแกรมบีบ-ขยายไฟล์ยอดนิยม(ของฟรี) ที่ใช้รองรับ .Zip. RAR http://sourceforge.net/projects/sevenzip/
FTP FileZilla
(Freeware)
โปรแกรมส่งข้อมูล FTP สำหรับคนทำเว็บไซต์โอนข้อมูลขึ้นไปยัง Hosting http://sourceforge.net/projects/filezilla/

*แหล่งโหลด software ฟรีๆ ตัวล่าสุด ดีๆ ที่คนนิยมใช้ลองไปโหลดได้ที่ http://filehippo.com/

Image Viewer (โปรแกรมดูภาพใช้แทน ACDsee)

  • Faststone Image Viewer (Freeware) : โปรแกรมดูภาพที่เร็วและ Feature น่าใช้ (http://www.faststone.org) แนะนำตัวนี้.!
  • irfanview (Freeware) : โปรแกรมดูภาพที่เหมือน ACDsee เล็ก เร็ว ฟรี.! และ Feature เพียบ.. (http://www.irfanview.com)
  • Picasa (Freeware) : โปรแกรมดูภาพ และจัดการภาพของ Google (ใช้ Account Google ร่วมได้) เร็วดีครับ สำหรับคนที่ใช้ Flickr.com มีตัว add-on สามารถส่งภาพจาก Picasa ไป Flickr ได้โดยลง http://picasa2flickr.sourceforge.net เพิ่ม
  • xnview (Freeware): โปรแกรมดูภาพน่าใช้ (http://www.xnview.com)

Screen Capture (โปรแกรมจับภาพ)

  • Faststone Capture (Trial Version 30 วัน) : โปรแกรมจับหน้าจอ (Capture) ฟรี ตัวเล็ก ไม่ใหญ่เทอะทะ Interface ใช้งานง่าย สามารถ capture "freehand region" ได้ สามารถ capture หน้าต่างเว็บ browser ที่มีความยาวเกินหน้าจอได้ (scrolling window) มีตัว Screen Color Picker ในตัว (http://www.faststone.org)
  • Cam Studio (Freeware) : โปรแกรมจับหน้าจอเป็นแบบ VDO ได้ทั้งภาพและเสียง เป็นโปรแกรมที่เป็นรุ่นก่อนหน้าที่ Macromedia จะซื้อไป แล้วถูกพัฒนาต่อเนื่องมาเป็น Captivate ดังนั้นโปรแกรมรุ่นที่ก่อนจะถูกซื้อไป จึงถูกนำมาพัฒนาต่อเป็น CamStudio แล้วปล่อยเป็น License แบบโอเพนซอร์สนี้เองครับ แต่น่าเสียดายที่ CamStudio มีเพียงเวอร์ชั่นสำหรับวินโดวส์เท่านั้น (http://sourceforge.net/projects/camstudio)
  • webshotspro.com เว็บไซต์ที่จะจับภาพหน้าเว็บไซต์ไหุ้คุณสามารถนำไปใช้ได้เลย ปรับได้หลายขนาด - http://www.webshotspro.com
  • Jing (Freeware) : โปรแกรมจับภาพ น่าใช้ของค่าย Techsmith ที่สามารถจับภาพได้เจ๋ง และสามารถเชื่อมต่อกับเว็บอื่นๆ ได้เช่น Flickr, Picasa (ตอนลงมันจะขอลง .net frame work ด้วย) น่าใช้ๆ (http://www.jingproject.com)

โปรแกรมแต่งภาพ Photoshop

CD-Write Application (โปรแกรมไรท์แผ่น CD)

  • Infrarecorder (Freeware) : โปรแกรมไรท์ CD (เหมือน Nero) - (http://infrarecorder.sourceforge.net)
  • MagicISO Virtual CD/DVD-ROM (Freeware) : โปรแกรมสำหรับการ Mount หรือสร้าง Virtual CD-ROM ขึ้นมาจาก ISO ไฟล์ - (www.magiciso.com)

Backup ข้อมูล (เก็บข้อมูลสำคัญไว้ดีกว่า)
โปรแกรมที่ผมใช้ ในการ Backup ข้อมูลเป็นประจำครับ เพราะมีความเสี่ยงมาก ที่ข้อมูลจะหาย หรือ Laptop จะหาย

  • SyncBack (Trial Version) : โปรแกรมที่ช่วย Backup ข้อมูลตั้งเวลาได้ เก็บ profile ได้ - (http://www.2brightsparks.com)

Mobile Application

เทคนิคการ Sync ข้อมูล Calendar + Contact ลงมือถือ

ครั้งก่อนผมได้แนะนำถึงการเปลี่ยนไปใช้ Gmail หรือ Google Calendar แทนระบบ Email เดิมที่คุณใช้อยู่ รวมถึงการหันไปใช้ Thunderbird เป็นโปรแกรม E-mail Client และ Calendar แทน Outlook ซึ่งจะช่วยทำให้คุณสามารถทำงานได้ทุกที่ทั่วโลกสบายๆ และไม่จำเป็นต้องใช้ MS Outlook ที่กินทรัพยากรเครื่องอันมหาศาลอีกต่อไป

ซึ่งผมเชื่อว่า น่าจะช่วยตอบคำถามหลาย ๆ คำถาม หรือเปิดแนวความคิดให้กับองค์กรที่ใช้ Outlook หรือ Exchange (ระบบ email องค์กร) หันมาใช้ระบบนี้แทนได้ แต่อาจจะไม่ตอบคำถามคนที่ใช้ PDA Phone เท่าไร เช่นพวก Microsoft Windows Mobile ว่าจะทำยังไงถึงจะ Sync ข้อมูล Contact หรือ Calendar มาลงบนมือถือคุณได้

เอาละครับ หลังจากที่ผมได้นำตัวเองไปทดลองใช้ระบบต่างๆ มาซักพัก ก็พอจะมีคำแนะนำให้กับทุกคนได้ครับ ว่าคุณจะทำยังไงถึงได้ระบบ E-Mail + Calendar + Contact ที่ฟรี และสามารถ Sync กับมือถือคุณได้ ซึ่งคุณจะต้องมีสิ่งต่างๆ ดังนี้

1. PDA Phone Windows Mobile Base
2. Gmail Account (Gmail.com) หรือ Google App (Google.com/a)
3. NuevaSync.com Account
4. Pleaxo.com Account

ลองทำดู หากต้องการอ่านเพิ่มเติมอ่านได้ที่
http://www.tipsfor.us/2008/04/19/sync-your-windows-mobile-contacts-and-c...

New - ตอนนี้ Google มีบริการใหม่ล่าสุด เรียกว่า Google Sync ที่สามารถ Sync ข้อมูลของมือถือคุณกับ Google Calendar ได้ครับ ลองไปใช้งานดูนะครับ เค้า Support เกือบทุกยี่ห้อโทรศัพท์ครับ

Internet Application

  • Orbit Downloader (Freeware) : สำหรับ Download file ต่างๆ จากเว็บไซต์ และรวมถึง Download File Flash ต่างๆจากเว็บไม่ว่าจะเป็น Youtube.com และเว็บ VDO Clip ต่างๆ (www.orbitdownloader.com)

Mailing List Application

  • Aweber.com : เว็บให้บริการ ส่ง Email หาลูกค้า ทำ E-Mail Marketing ได้ดีเลยทีเดียว มีค่าใช้จ่ายครับ

ตอนนี้ในเครื่องของผมส่วนใหญ่ ก็แทบจะใช้โปรแกรม Freeware และ Opensource หมดแล้วครับ สำหรับท่านที่สนใจ จะลองทำตามผม ลองดูได้ที่เว็บ http://www.linuxalt.com/ ซึ่งเป็นเว็บเปรียบเทียบ Application บน windows กับ linux ว่ามีตัวแทนได้บ้าง เจ๋ง และฟรีด้วย

from http://www.pawoot.com/software

คุณเคยรู้ไหมว่า "เว็บไซต์ที่คุณมีอยู่ มีคนเข้าวันละกี่คน?" คน เหล่านั้นเข้ามา มาำทำอะไรบ้าง? และถ้ามี คุณเคยวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้หรือไม่ ในตอนนี้ ผู้ให้บริการ เก็บสถิติข้อมูลคนเ้ข้าเว็บไซต์ และบริการวิเคราะห์ข้อมูลมีมากมายหลายแห่ง ผมได้รวบรวม บริการเด่นๆ ทั้งของไทยและของต่างประเทศมาให้ดูกัน รวมทั้งของฟรี และของเสียเงินครับ

เครื่องมือวัดผล เก็บสถิติและวิเคราะห์เว็บไซต์

Service Detail Price

บริการเก็บสถิติของ "คนไทย"
(คนไทยด้วยกันช่วยกันสนับสนุนคนไทยดีกว่าครับ)
Truehits.net ผู้ให้บริการเก็บสถิติและข้อมูลเว็บไซต์ของคนไทย เหมาะสำหรับผู้ทีทำเว็บไซต์ในไทย และมีกลุ่มลูกค้าและต้องการเข้าการจัดอันดับเว็บไซต์ในไทย (คุ้มค่ามาก เชียร์ให้ใช้ครับ) อ่านเพิ่ม มีค่าใช้จ่าย
Stats.in.th อีกผู้ให้บริการเก็บสถิติแห่งหนึ่งของไทย มีข้อมูลที่ครบถ้วนระดับนึง
ฟรี.!
Statmotion.com ผู้ให้บริการเก็บสถิติคนไทย แต่เข้าใจว่าเป็นการนำระบบเมืองนอกมาใช้ เป็น Web Analytics และ Heat Map Technology แบบ Real-Time มีค่าใช้จ่าย

บริการเก็บสถิติของ "ต่างประเทศ"
Google Analytics เครื่องมือเก็บข้อมูลเว็บไซต์สุดฮิตของ google ละเอียดใช้ได้เลย
ดูเทคนิคการใช้ Google Analytics เพียบๆ ได้ที่นี่
ฟรี.!
Yahoo! Web Analytics เครืองมือเก็บสถิติเว็บไซต์ของค่าย Yahoo คล้ายๆ Google Analytics ฟรี.!
beta
Omniture ระบบนับสถิติที่เว็บใหญ่ ๆหลายแห่งใช้กัน เป็นของ Adobe มีค่าใช้จ่าย
Woopra.com เครื่องวิเคราะห์เว็บไซต์เป็น desktop client คือ download มาติดตั้งที่เว็บไซต์ ฟรี.!
Performancing Metrics เครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์ที่ดีอีกแห่ง มีความสามารถมากมายหลายอย่าง ฟรี.!
Nedstat เปิดให้บริการมานานกับการเก็บข้อมูลเว็บไซต์ แต่อาจจะไม่ลึกมากเท่าไร -
webstats.motigo.com เ็ก็บข้อมูลสถิติคนเข้าเว็บไซต์ได้ดี ฟรีด้วย ฟรี.!
eXTReMe Tracking บริการเก็บสถิติ มีข้อมูลเบื้องตนง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมากนัก ฟรีตลอดอายุการใช้งานนะครับ ขอแต่อย่าไปแก้Code ของเขา หรือปรับแก้ให้โลโก้เล็กลงเท่านั้นพอครับ ใช้ฟรีตลอดชีพครับ แต่จะเป็นแบบ open คือคนอื่นเข้ามาดูสถิติเราได้หากไม่อยากให้ใครมาดูได้ ต้องเสีย 5$ ต่อเดือนครับ (ประเทศไทยโดนห้ามใช้แ้ล้ว) ฟรี.! และเสียเงิน
Opentracker.net บริการ tracking สำหรับติดตามพฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ แสดง ข้อมูลและสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์.มีค่าใช้จ่ายเดือนละ 700 บ. ปีละ 6,958 บ ฟรี.! และเสียเงิน
Statcounter.com เก็บสถิติคนเข้าเว็บไซต์ เป็นบริการฟรี ฟรี.!
Onestat.com บริการเก็บ stat อีกแห่งมีของฟรีให้ลองใช้ด้วย ฟรี.! และเสียเงิน
w3counter.com บริการเก็บสถิติอีกแห่งที่มีรปแบบสวยงาม ดู user ว่าอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้บน Google Map ได้ด้วย ฟรี.!
Reinvigorate.net เป็น Desktop Application ในการเก็บข้อมูลเว็บไซต์อีกตัว ที่น่าสนใจ ฟรี.!
Clicky.com ผู้ให้บริการอีกแห่ง รูปแบบจะคล้ายๆ กับ Performancing Metrics เป็นผู้พัฒนาคนเดียวกัน ฟรี.!
Histats.com บริการเก็บสถิติที่มีความหลากหลายข้อมูลที่แสดงหน้าเว็บ สามารถแสดงคนออนไลน์ในเว็บเราปัจจุบันได้ว่ามีเท่าไร ฟรี.!
SiteMeter.com ระบบเก็บสถิติ ที่ตัวฟรี ดูข้อมูลได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว ฟรี.! และเสียเงิน

ติดระบบเก็บสถิติตัวไหนดี?

หลายๆ คนอ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงมีคำถามต่อว่า "แล้วฉันจะตัวตัวไหนดีละ?" ถ้าคำถามนี้ ผมอยากจะแนะนำของไทยไว้ซักตัวและของเมืองนอกไว้ซักตัว ถ้าจะแนะนำของของ Truehits (อยากให้สนับสนุนของไทย) และก็อาจจะเป็นของเมืองนอกอีกซักตัว (อาจจะเป็น Google Analytics) ซึ่งต้องบอกเลยครับ ว่าสถิติแต่ละเว็บ "ข้อมูลจะไม่มีเท่ากันครับ" เพราะแต่ละผู้ให้บริการจะมีเทคนิคและ วิธีการเก็บ (Methodology) การเก็บที่แตกต่างกันออกไป แต่ภาพรวมๆ อาจจะมีความใกล้เคียงกัน ซึ่งคุณจะได้ข้อมูลที่สามารถนำมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ได้ดี ส่วนใหญ่ที่เค้าจะติดกันคือ ประมาณ 2 ระบบเป็นอย่างต่ำครับ หรือบางคนคิดว่าอันเดียวโอเค ก็สามารถทำได้

ติดตั้งระบบเก็บสถิติลงไปในเว็บของคุณยังไงดี?

วิธีการติดสถิติแบบนี้ ส่วนใหญ่ คุณต้องเข้าไปสมัครสมาชิก ของผู้ให้บริการนั้นๆ หลังจากนั้น ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ จะต้องให้คุณเอา Code ที่เค้าจะให้คุณนำไปใส่ไว้ "ทุกๆหน้า" ของเว็บไซต์ ของคุณ เพื่อที่จะได้เก็บข้อมูลคนที่เข้ามาในเว็บไซต์ เมื่อมีการเรียกหน้าเว็บของคุณและในหน้าเว็บนั้นมี โค๊ดข้อมูลที่คุณเอาไปใส่เอาไว้ ถ้าไม่ใส่ ระบบก็จะไม่เก็บข้อมูลสถิติของหน้าเว็บ ดังน้ันทางที่ดี ควรใส่ในทุกๆ หน้า

แต่สำหรับ Google Analytics จะต้องมีการยืนยัน Verify ว่าคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์จริงๆ โดยการใส่ ไฟล์ลงไปในเว็บไซต์ หรือ เพิ่ม Meta Tag ลงไปในหน้าเว็บไซต์ เพื่อยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์นั้นจริงๆ (เพราะหากไม่ใช่เจ้าของเว็บไซต์จริงๆ จะไม่สามารถทำการยืนยันได้)

สำหรับลูกค้า TARADquickweb.com สามารถนำพวกนี้ไปติดตั้งได้ โดยนำโค๊ดที่ได้มา้ไปใส่ได้ที่เมนู "ระบบรายงานและสถิติ > สถิติผู้เข้าชม ร้านค้า" แล้วใส่โค๊ดที่ได้ที่ ช่องที่บอกว่า "ใช้สถิติจากบริการสถิติต่าง"

เครื่องมือเก็บสถิติเว็บไซต์ แบบไม่ต้องติด stat

Web Site
Detail
Compete.com เว็บไซต์ที่ใช้ดูข้อมูลเว็บไซต์ ต่างๆ ทั่วโลกได้ (อย่างคร่าวๆ) สามารถเปรียบเทียบได้
Alexa.com ผู้ให้บริการ Tools Bar และบริการแสดงสถิติเว็บไซต์ทั่วโลก (อย่างคร่าว) รวมถึงมีการจัดอันดับเว็บ
ทั่วโลกและแยกเป็นแต่ละประเทศอีกด้วย
Quantcast.com สามารถวิเคราะห์เว็บไซต์ได้อย่างละเอียดมาก พร้อมบอก เพศ-อายุ (Demographic) คนเข้าเว็บได้อีกด้วย ใช้ได้กับเว็บใน อเมริกา ******

จริงๆ มีเครื่องมืออีกหลายอย่าง หลากหลายกว่านี้ครับ เดียวผมมีเวลาจะมาใส่เพิ่มครับ หรือใครมีอะไร ช่วยแนะำนำด้วยครับ จะได้เอามา update เพิ่มเติมต่อ

**อยากรู้ว่าส่วนใหญ่ "คนไทยใช้ระบบเก็บข้อมูลเว็บไซต์ตัวไหน" ลองดูผลโหวตได้ที่นี่ครับ

ในตารางด้านล่างจะแสดงคุณสมบัติของบริการบันทึกสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม เช่น Opentracker, ทรูฮิต (truehits) และ extreme tracking

เราำ ได้ทำการเปรียบเทียบคุณสมบัติของบริการบันทึกสถิติการเข้าชมเว็บไซต์กับ บริการที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ใช้บริการของ Opentracker ได้เห็นถึงความแตกต่างของบริการของเรา หากคุณสนใจในบริการของเรา คุณสามารถทดลองใช้บริการได้ฟรี 4 สัปดาห์ เพื่อทำการเปรียบเทียบคุณสมบัติของบริการต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ได้ด้วยตนเอง

คุณสมบัติของบริการ Opentracker Truehits eXTReMe Tracking
แสดงรายชื่อของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) yes yes yes
แสดงหมายเลข IP Address ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ yes yes yes
แสดงจำนวนหน้าเว็บไซต์ที่มีการเข้าชม (Page View) yes yes yes
แสดงรายละเอียดของผู้เข้าชมเว็บไซต์แต่ละบุคคลอย่างละเอียด yes no yes
แสดงรายชื่อประเทศของผู้เข้าชมเว็บไซต์ yes yes yes
แสดงรายชื่อจังหวัดของผู้เข้าชมเว็บไซต์ yes no no
แสดงรหัสไปรษณีย์ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ yes no no
แสดงหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ yes no no
แสดงชนิดของระบบปฏิบัติการ (OS) ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ yes yes yes
แสดงชนิดของบราวเซอร์ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ yes yes yes
แสดงลิงค์ที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ใช้ในการอ้างอิงถึงเว็บไซต์ yes yes yes
แสดงหน้าเว็บไซต์ที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ใช้ในการอ้างถึงเว็บไซต์ yes no yes
แสดงรายละเอียดของผู้ใช้เดิมที่กลับมาที่เว็บไซต์อีกครั้ง yes no no
แสดงผลสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ในรูปแบบ real time yes no no
สามารถทำการบันทึกสถิติการเปิดอีเมล์ของผู้ใช้ (email tracking) yes no yes
สามารถซ่อนการวัดสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ yes no yes
แสดงรายชื่อบริษัทหรือองค์กรของผู้เข้าชมเว็บไซต์ yes no no
แสดงลิงค์ที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ใช้ในการออกไปยังเว็บไซต์อื่น yes no no
แสดงอัตราการออกจากเว็บไซต์ ( เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ แล้วออกจากเว็บไซต์ โดยไม่ได้เข้าไปยังหน้าอื่นๆ ของเว็บไซต์ ) yes no no
สามารถคาดการณ์พฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ล่วงหน้า yes no no
สามารถดาวน์โหลดรายงานผลสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ในรูปแบบไฟล์ Excel yes yes yes
สามารถบริหารและจัดการผู้ใช้้่ผ่านระบบออนไลน์ yes no no
สามารถทดลองใช้บริการบันทึกสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ได้ฟรี yes no yes
สามารถบริหารและจัดการเว็บไซต์ที่ทำการบันทึกสถิติผ่านระบบออนไลน์ yes no no
สามารถทำการชำระค่าบริการผ่านระบบชำระเงินออนไลน์ yes no yes
สามารถทำการขายต่อบริการบันทึกสถิติการเข้าชมเว็บไซต์้ ผ่านระบบออนไลน์ yes no no
อัตราค่าบริการรายปี 6,958 บาท ($169) 1,800 บาท ($45) 2,160 บาท ($54)

ใน ปัจจุบันนี้มีบริการ tracking เกิดขึ้นมากมาย โดยเราได้ยกตัวอย่างบริการ tracking 3 บริการด้านบน ซึ่งเป็นบริการ tracking ที่มีการใช้กันอยู่ในประเทศไทย

ตัวอย่างการแสดงผลของ Opentracker, ทรูฮิต (truehits)และ extreme tracking

opentracker opentracker opentracker


Performancing Metrics -VS- The Other Guys

Just Another Web Analyzer? Judge for yourself!

pMetrics

Google

StatCounter

SiteMeter

Woopra

W3counter

Mint

Customizable dashboard
Powerful filtering and segmentation
Developer API
Dedicated mobile and iPhone versions
Goals and conversions
Campaign tracking
Real time goals, conversions, and campaigns
Tracks Ajax and Flash events
Juicy details about each individual visitor
See every action by every visitor
Compatible with secure (https) sites
Track outbound links
Track downloads
Bounce rates
Visitor organizations (e.g. Microsoft Corp)
Visitor hostnames (e.g. comcast.net)
Most active visitors
Track custom data for every visitor (usernames, cookies, etc)
Email reports
IP tags
Real time data
Widgets to put on your web site
Get your stats via RSS feeds
View popular data in a TagCloud
Aggregate (multi-day) view for all data
Data export to CSV and XML
Spy (a live view of your web site)
Works with visitors who have disabled JavaScript
Official WordPress plugin for easy integration with your blog
FeedBurner RSS stats integration
Google Maps integration
Clean, modern interface
Public statistics
New features every week
Free service
Insanely affordable premium service n/a n/a
Affiliate program to earn you cash or free premium service


= Not by default. Requires hack and/or manual HTML editing and/or third party plugin.

from http://www.pawoot.com/web-tracking

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...