ตอนนี้ผมเชื่อว่าทุกคนกำลังปวดหัวกับอีเมล์ต่างๆ ที่คุณไม่ต้องการมันเลย แต่มันมาโผล่ในกล่องเมล์คุณอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน เราเรียกอีเมล์เหล่านี้ว่า สแปม (Spam)

“สแปมเมล์ (Spam Mail)” หมายถึง จดหมายอิเลคทรอนิกส์ที่ผู้ส่ง (ซึ่งมักจะไม่ปรากฏชื่อและที่อยู่ของผู้ส่ง) ได้ส่งไปยังผู้รับอย่างต่อเนื่องโดยส่งจํานวนครั้งละมากๆและมิได้รับความ ยินยอมจากผู้รับ โดยการส่งสแปมเมล์นั้นอาจมีวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์หรือไม่ก็ได้

เมื่อก่อนสแปมเมล์มักจะมาจากต่างประเทศ โดยมักจะเป็นเมล์ ที่เกี่ยวกับ ขายยาไวอากร้า. กู้เงินสร้างบ้าน (Mortgage), สมัครเว็บโป๊ มากมายซึ่งการตรวจสอบและป้องกันก็สามารถทำได้ง่ายๆ คือ อันไหนภาษาอังกฤษก็ลบมันออกซะ (สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้ใช้ email ภาษาอังกฤษ) แต่เดียวนี้ เมืองไทยเราก็เริ่มพัฒนาตามต่างประเทศแล้วครับ โดยคุณจะเห็นได้จาก อีเมล์แปลก ที่คุณไม่ต้องการมันมาในรูปแบบภาษาไทยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ลดน้ำหนัก, ทำงานที่บ้าน, งานสัมมนา อะไรต่างๆ มากมาย ที่เริ่มจะหลั่งไหลเข้ามาในกล่องอีเมล์ของคุณซะงั้น....

หลายๆ คนมักจะทึกทักเอาเองว่า การส่งอีเมล์ไปหาคนจำนวนมากๆ แบบนี้มันคือการตลาดออนไลน์แบบหนึ่งที่ทำผ่านอีเมล์ (E-Mail Marketing) แต่รู้ไหมครับว่าการทำ สแปมเมล์ กับการตลาดผ่านอีเมล์มันมีความแตกต่างกันอยู่มากเลยทีเดียว.

หลักการทำการตลาดผ่านอีเมล์ที่ถูกต้อง

1. ส่งเมล์หากับผู้ที่คุณรู้จักอยู่แล้ว หรือผู้รับแสดงความจำนงในการรับเมล์
ควร ส่งเมล์ให้กับคนที่รู้จักเค้าอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัว หรือในทางธรุกิจ หรือ ส่งผ่านผู้ให้บริการส่งอีเมล์ โดยที่ผู้ให้บริการเหล่านั้น ได้รับสิทธิในการส่งข่าวสารจากสมาชิกในกลุ่ม ซึ่งอีเมล์สแปมสวนใหญ่จะไม่ได้รับสิทธิในการส่งจากผู้รับ

2. มีส่วน "ยกเลิก (Unsubscribe)" การรับอีเมล์
ภาย ในอีเมล์ทีส่งจะต้องมีการยกเลิก รับอีเมล์ได้ และต้องทำการยกเลิก และไม่ทำการส่งอีเมล์กลับไปอีก และภายหลังจากแจ้งการยกเลิกรับอีเมล์ ควรจะมี อีเมล์ยืนยันการยกเลิกรับกลับไป เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับ (แต่หลายๆ คนมักกลัวและไม่กล้ายกเลิก เพราะจะกลายเป็นการยืนยันว่าอีเมล์ที่ส่งมามีตัวตน และผู้รับจริงๆ)

3. แจ้งผู้รับเมล์ว่าคุณคือใคร
ในอีเมล์ควร มีการแจ้งว่าข้อมูลเกี่ยวกับผู้ส่ง ได้แก่ ชื่อเว็บไซต์หรือชื่อบริษัท, ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้, เบอร์โทรศัพท์ เพื่อยืนยันว่าคุณมีตัวตนจริง

4. ใช้เนื้อหาที่เป็นความจริง
เนื้อหาที่ใช้ ภายในอีเมล์ควรเป็นความจริง ไม่กล่าวอ้างเกินความจริงมากเกินไป และไม่ควรใช้ FW: หรือ RE ในหัวข้อการส่ง เพราะจะทำให้ผู้รับเข้าใจผิดได้

5. เคารพสิทธิของผู้รับ
ไม่ควรคุกคามหรือ ก้าวก่ายสิทธิของผู้รับมากจนเกินไป และในที่เก็บอีเมล์จากผู้รับควรแจ้งเจตนาและเป้าหมายในการส่งข้อมูลหาผู้รับ ให้ชัดเจนว่าจะส่งเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องอะไรไปบ้าง

6. อย่าไปแอบเอา (ดูด) อีเมล์มากจากที่อื่น
ข้อ นี้ชัดมาก คืออย่าไปเอาอีเมล์มาจากที่อื่นโดยปราศจากการยินยอมจากเจ้าของอีเมล์ หลายๆ คนชอบใช้โปรแกรมไปดูดอีเมล์มาจากเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งข้อนี้เองที่ ผู้ส่งสแปมเมล์หลายๆ ที่ใช้กัน

ลงโทษสแปมเมอร์....!

หากท่านที่ได้รับอีเมล์ ที่ไม่ต้องการ ท่านสามารถหยุดและลงโทษพวกที่ส่งอีเมล์หาท่านได้หลายวิธี

- แจ้งไปยังหน่วยงานที่รับแจ้งปัญหาเรื่องการสแปม
เช่น www.spamcop.net ซึ่งที่นี้จะรวบรวม รายชื่อเว็บไซต์ที่ทำการสแปม จัดเก็บลงฐานข้อมูล และส่งต่อให้กับผู้ให้บริการอีเมล์ทั่วโลก เพื่อบล๊อคหรือกันรายชื่อเว็บไซต์เหล่านั้นเข้ามาในอีเมล์ของผู้รับ (ส่งทีเดียวกันได้ทั่วโลก) หากท่านเจออีเมล์สแปมเยอะ ก็ช่วยกันเข้าไปแจ้งหน่อยครับ จะเป็นผลดีต่อส่วนรวมครับ

- หากคุณใช้ Free Email เช่น hotmail.com หรือ Yahoo.com
ส่วน ใหญ่ผู้ให้บริการฟรีอีเมล์ จะมี บริการให้แจ้งว่า E-Mail ที่เข้ามามีฉบับไหนเป็นสแปมบ้าง หากมีการแจ้งไปหลายๆ คน ต่อไปอีเมล์สแปมจากเว็บไซต์ต่างๆ นั้นก็จะไม่สามารถส่งเข้ามาที่ผู้ให้บริการฟรีอีเมล์ นั้นได้อีก

- โทรกลับไปหาเลย
บางครั้งในอีเมล์ทีส่ง เข้ามาซ้ำซาก จะมีอีเมล์หรือเบอร์โทรอยู่ คุณก็สามารถโทรไปหาเค้าและแจ้งว่า ให้หยุดการกระทำดังกล่าวได้แล้ว และนำชื่อของคุณออกจาก รายชื่อในการส่งอีเมล์ของเค้าด้วย (วิธีนี้ได้ผลดีมาก ผมใช้ประจำ)

- แก้เผ็ดกลับ (วิชามาร)
หากเค้ายังคงส่งมา อีกเรื่อย ๆ หาวิธีแก้เผ็ดคือ นำเบอร์โทรศัพท์ ของเค้าไปโพสต์ในเว็บเกย์ ให้คนโทรเข้ามาหาเค้า จะได้สำนึกเสียบ้าง (แต่อย่าใช้วิธีนี้ไปในทางที่ผิดนะครับ)

จะเห็นได้ว่า การตลาดผ่านอีเมล์เป็นวิธีการตลาดที่มีประสิทธิภาพมาก แต่การที่คุณจะนำมาใช้หรือปฏิบัติ คุณควรจะเคารพ กฏและกติกาของการทำการตลาดลักษณะนี้ด้วย เพราะมันอาจจะส่งภาพลบต่อสินค้าหรือบริการของคุณ และตอนนี้ทางหน่วยงานรัฐบาลกำลังร่างกฏหมายเกี่ยวกับการสแปมเมล์ ซึ่งหากคุณสแปมเมล์ คุณก็จะถือว่าทำผิดกฏหมาย ซึ่งจะมีบทลงโทษที่รุนแรง ซึ่งตอนนี้หลายๆ ประเทศเค้ามีกฏหมายลักษณะนี้แล้ว หยุดส่งเหอะเชื่อผม.!

สำหรับคนที่อยากจะทดสอบ E-mail ของตัวเองก่อนส่งออกไปหาลูกค้า ว่าจะมีโอกาสเป็น Spam กี่ % สามารถเข้าไปเช็กได้ที่
- เว็บนี้ครับ หรือจะลองใช้ของ ที่นี่ก็ได้ครับ

from http://www.pawoot.com/article/e-mail-marketing/157

0 comments:

Post a Comment

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...