Click the  image to open in full size.

Click the  image to open in full size.


Alcohol 120% 1.9.8.7612 : เป็นโปรแกรมสำหรับสร้างไฟล์ image ของ CD, คัดลอกแผ่น CD ที่ได้รับความนิยมมากอีกโปรแกรมหนึ่ง สามารถคัดลอกแผ่น CD ที่มีการป้องกันการคัดลอกได้ โปรแกรมยังมีฟังก์ชั่นจำลองไดรฟ์ CD-ROM มาให้อีกด้วย ทำให้เราสามารถ mount ไฟล์ image เข้ากับไดรฟ์ CD จำลองนี้ ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้เหมือนกับใส่แผ่น CD เข้าไปในไดรฟ์ CD จริงๆ

ประโยชน์ที่จะได้จากการใช้งานโปรแกรมนี้ก็คือ สามารถสร้างไฟล์ image ไว้สำหรับ mount กับไดรฟ์ CD จำลอง ทำให้ไม่ต้องใส่แผ่นจริงๆ เข้าไปทุกครั้งที่ต้องใช้งาน ( เช่นเล่นเกมส์และเกมส์ต้องการให้ใส่แผ่น CD ต้นแบบทุกครั้งที่เล่น) เขียนไฟล์ image ลงบนแผ่น CD โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมสำหรับเขียน CD ตัวอื่นๆ คัดลอกแผ่น CD ได้ ทั้งแบบเขียนเป็นไฟล์ image และการคัดลอกแบบ on the fly คืออ่านจากไดรฟ์ CD-ROM แล้วไปเขียนยัง CD-Writer เลยไม่ต้องมาเขียนเป็นไฟล์ image ก่อน มีไดรฟ์ CD จำลองให้ใช้ ลบแผ่น CD-RW มีตัวค้นหาไฟล์ image ช่วยให้คุณสามารถค้นหาไฟล์ image เพื่อนำมาใช้กับไดรฟ์ CD จำลองได้สะดวกขึ้นครับ

สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการฟังก์ชั่นอะไรเพิ่มเติมมากมาย ในการไร้ท์แผ่น ผมแนะนำเจ้าตัวโปรแกรมตัวนี้เลยครับ จะได้ไม่กินทรัพยากรเครื่องมาก.. ทางผู้พัฒนาบอกคร่าว ๆ มาว่าสามารถก้อปแผ่นที่มีปัญหาหรือเสียได้ด้วย (แต่อย่าเสียแบบหมดสภาพเลยหละ) น่าสนใจมั้ยหละ...ที่สำคัญตัวนี้ไม่ต้อง Crack หรือต้อง Patch หรือต้องใส่ Key เพราะมันจะติดตั้งพร้อมกับ Crack ไปในตัวครับ

คำแนะนำ
ไดรฟ์ CD จำลอง ก็คือไดรฟ์ CD ที่ใช้ซอฟท์แวร์จำลองขึ้นมา ทำงานเหมือนกับไดรฟ์ CD จริงๆ การใส่แผ่น CD ให้กับไดรฟ์ CD จำลองนี้ก็ใช้ไฟล์ image ของ CD (เช่นไฟล์ .iso เป็นต้น) mount เข้ากับไดรฟ์ CD จำลอง ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลของ CD ได้เหมือนกับไดรฟ์ CD จริงๆ โดยที่ไม่ต้องใส่แผ่นเข้าไปในเครื่อง

<< การใช้งานโปรแกรม Alcohol 120% >>
เขียนโดย คุณ ตั้น JP http://www.justusers.net/Alcohol 120% จัดเป็นโปรแกรมก็อปซีดีที่ยอดเยี่ยมอีกตัวหนึ่ง มีฟังชั่นการใช้งานง่ายๆ ไม่ยุ่งยากนัก ขนาดเล็ก การติดตั้งก็สะดวก และยังสามารถก็อปแผ่นเสียหรือแผ่นที่มีปัญหาได้ด้วย (คือเสียพอก็อปได้นะครับ ไม่ใช่เสียแบบจำซากเดิมไม่ได้) แต่ก็จัดเป็นข้อเสียอย่างหนึ่งของมันเหมือนกัน คือมันหลับหูหลับตาก็อปอย่างเดียว เสร็จแล้วจะอ่านจะเล่นได้หรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้วกัน มาดูหน้าตามันกันครับ

Click the image to open in full size.

คำสั่งที่ สำคัญจะมี 2 ส่วน คือ Main และ Options

ในส่วนของ Options คำสั่งอื่นๆเราไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจมันนัก เพราะโปรแกรมตั้งมาให้เรียบร้อยแล้ว สำหรับมือใหม่ก็อย่าไปยุ่งกับมันดีกว่าครับ

มาดูกันที่คำสั่ง Virtual Drive ซึ่งถ้าเลือกที่ Number of Virtual Drive เป็นจำนวนเท่าไหร่ เราจะได้ไดร์ฟซีดีจำลอง (ใช้อ่านดีวีดีได้ด้วย) ในเครื่องเราเท่านั้น แต่สำหรับผมเอง นิยมใช้ตัวโปรแกรม Virtual CD ต่างหากมากกว่า ขอเลือกเป็น 0 แล้วกัน ซึ่งจะเป็นการปิดไม่ให้มี Virtual Drive จากโปรแกรมนี้มาไว้ในเครื่อง

Click the image to open in full size.

ซึ่งจะได้ผล ออกมาตามภาพครับ ไม่มีไดรฟ์จำลองจากโปรแกรมนี้ในเครื่องครับ ขณะที่ภาพแรกด้านบนมีอยู่ 1 ไดรฟ์

Click the image to open in full size.

จากนั้นเรามา ดูที่คำสั่ง Main กันครับ

เริ่มจาก Image Making Wizard คำสั่งนี้ใช้เมื่อเราต้องการสร้าง "อิมเมจไฟล์" จากแผ่นซีดีครับ การสร้างอิมเมจไฟล์ ก็เพื่อป้องกันความเสียหายของไฟล์ต่างๆในแผ่นที่อาจไ ม่สมบูรณ์ระหว่างการคัดลอกอิมเมจไฟล์ ซึ่งจะทำให้ซีดีเป็นเสมือนไฟล์ไฟล์เดียว เป็นการป้องกันความเสียหายในข้อมูลต่างๆในแผ่นไปในตั ว

ในช่อง Skip Reading Error และช่องต่างๆในแถวนั้น เป็นการสั่งให้โปรแกรมบันทึกโดยโดดข้ามข้อมูลที่เสีย หายหรือมีการป้องกัน (อันนี้ศึกษากันเองนะครับ)

ในช่อง Datatype เราก็ยังสามารถเลือกได้อีกว่า แผ่นที่เรานำมาบันทึกเป็นแผ่นแบบไหน มีความเสียหายหรือมีการป้องกันอย่างไร ในที่นี่ผมเลือก Customize จากนั้นกด Next เพื่อทำงานต่อไปครับ

Click the image to open in full size.

ต่อ ไปวินโดว์จะเลือกทำการจัดเก็บไฟล์ พร้อมตั้งชื่อให้ ซึ่งเราสามารถแก้ไขได้โดยกดเลือก New Folder เพื่อเลือกที่จัดเก็บใหม่ หรือทำการเปลี่ยนชื่อ เรียบร้อยแล้วเลือก Start เพื่อทำงานครับ

Click the image to open in full size.

เข้าสู่ขั้น ตอนการทำงาน

Click the image to open in full size.

จากนั้นเราจะ ได้อิมเมจไฟล์ที่พร้อมใช้งานครับ

Click the image to open in full size.

ไฟล์ที่ได้จริงๆจะเป็นแบบ นี้ สามารถใช้โปรแกรม Virtual CD ตัวไหนก็ได้เปิดขึ้นมาใช้งานได้เลย โดยไม่ต้องใช้แผ่น เหมาะกับการเล่นเกมส์ที่ต้องใช้แผ่นหรือการก็อปแผ่น เป็นต้น

ขั้นต่อไปจะเป็นการก็อปแผ่นจาก อิมเมจไฟล์ที่สร้างขึ้ น

Click the image to open in full size.

กลับมาที่คำสั่ง Main ที่ Image Burning Wizard ครับ Browse เลือกไปยังที่ๆเราเก็บไฟล์เอาไว้ ในที่นี้ผมเลือกไฟล์ตัวเดิมที่ทำไว้แล้ว หากต้องการลบไฟล์ออก ก็ติ๊กถูกหน้าคำสั่ง Delete Image file after recording จากนั้นกด Next เพื่อทำงานต่อครับ

Click the image to open in full size.

CD/DVD Recorder -- ให้เลือกไดร์ฟที่เราจะทำการบันทึก
Write Speed -- เลือกความเร็วในการบันทึกครับ
Enable Buffer Underrun Technology -- เพื่อเปิดระบบป้องกันความเสียหายจากการบันทึก
Don't Close the last session of current disc -- หากต้องการนำมาบันทึกต่ออีกครั้ง (ในกรณีที่มีพื้นที่เหลือ)
Datatype -- ให้เลือกเหมือนตอนที่ทำ "อิมเมจไฟล์" ครับ จากนั้นก็ Start

Click the image to open in full size.

ถ้าไม่ใส่แผ่นเปล่าลงไป มันก็จะเตือนเหมือนกัน

Click the image to open in full size.

เข้าสู่ขั้นตอนการบันทึก ถือได้ว่าเป็นอันสิ้นสุดการทำงานครับ

Click the image to open in full size.

กลับมาที่ Main อีกทีครับ มาดูที่ Copy Wizard ต่อไปนี้ผมจะพูดถึงท่านที่มีไดรฟ์ซีดี 2 ตัวนะครับ เมื่อเราเลือกจะได้หน้าต่างนี้ขึ้นมา ปรับแต่งค่าต่างๆตามชอบ ในช่องสุดท้ายผมจะเลือก Copy Current Disc On The Fly คือการก็อปจากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่ง แต่หากมีซีดีไดร์ฟตัวเดียวก็ไม่ต้องเลือกครับ

Click the image to open in full size.

ต่อไปเป็นการเลือกไดรฟ์ สำหรับเขียนแผ่นครับ

Click the image to open in full size.

เข้าสู่ขั้นตอนการเขียน ครับ ซึ่งถือว่าเสร็จสมบูรณ์แล้วครับ

Click the image to open in full size.

สำหรับคำสั่ง CD Image Finder คือการหาอิมเมจไฟล์จาก Location ที่เราเลือก ให้ติ๊กถูกทุกช่องด้านล่าง หมายถึงจะค้นหาอิมเมจไฟล์แบบต่างๆได้ครับ

Click the image to open in full size.

ส่วนคำสั่ง CD/DVD Meneger คือการแสดงรายละเอียดของไดรฟ์ต่างๆที่เรามีครับ

Click the image to open in full size.

สุดท้ายคือคำสั่ง Erase Wizard คือการสั่งลบแผ่นดิสก์ (CD-RW เท่านั้น) เราต้องทำการเลือกไดรฟ์และ Erase Method ซึ่งขอแนะนำว่า Full Mode เหมาะสมที่สุด เพราะจะไม่มีปัญหาจุกจิกเมื่อนำกลับมาบันทึกอีกครั้ง หนึ่ง

Click the image to open in full size.


******************* ข้อมูลเพิ่ทเติม**************** ******

โปรแกรม Alcohol นี้มีฟังก์ชั่นสร้างไดรฟ์ CD จำลอง ปกติแล้วโปรแกรมจะจำลองให้เพียง 1 ไดรฟ์ แต่เราสามารถปรับแต่งจำนวนได้ตามต้องการ ในการใช้งาน อย่างแรกจะต้องสร้างไฟล์ image ขึ้นมาก่อน เช่น สร้างไฟล์ .iso เป็นต้นขึ้นมาก่อน ซึ่งไฟล์นี้จะบรรจุข้อมูลต่างๆ ของ CD ทั้งหมด แล้วนำไฟล์มา mount กับไดรฟ์ CD จำลอง ซึ่งก็เหมือนกับเราเอาแผ่น CD จริงๆ ใส่เข้าไปไดรฟ์ CD จริงๆ นั่นเอง ทำให้เราสามารถเล่นเกมส์ที่ต้องการให้เราใส่แผ่น CD ทุกๆ ครั้งได้ โดยให้มาอ่านแผ่น CD จากไดรฟ์ CD จำลอง แทนที่จะอ่านจากไดรฟ์ CD จริง หรือในการใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค แล้วใช้ CD จำลองช่วย ก็ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้โดยใช้พลังงานที่น้อยกว่าการใช้ไดรฟ์ CD จริงๆ

Click the image  to open in full size.

ปกติ แล้วโปรแกรมจะกำหนดไดรฟ์ CD จำลองไว้เพียง 1 ไดรฟ์ ซึ่งก็เพียงพอกับการใช้งานแบบพื้นฐานแล้ว หากต้องการเพิ่มจำนวน ให้คลิกที่ Virtual Drive

Click the image  to open in full size.

คลิกที่รายการ Virtual Drive แล้วกำหนดจำนวนไดรฟ์ที่ต้องการในช่อง Number of Virtual Drive

Click the image  to open in full size.

หากต้องการเปลี่ยนตัวอักษรของไดรฟ์ คลิกที่รายการ Drive Letter แล้วเลือกรายการไดรฟ์ CD จำลอง
ที่ต้องการเปลี่ยนตัวอักษรไดรฟ์ คลิกปุ่ม Edit กำหนดตัวอักษรที่ต้องการ

ภาพจากการทำงานที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นการกล่าวถึงการเพิ่มจำนวนไดรฟ์ให้มากกว่า 1 ไดรฟ์
และการเปลี่ยนตัวอักษรไดรฟ์ หากใช้งานเพียงแค่ 1 ไดรฟ์และไม่ต้องการเปลี่ยนตัวอักษรไดรฟ์ ก็ให้ข้ามขั้นตอนดังกล่าวไป

ต่อ ไปจะเสนอการ mount และการ un-mount ไฟล์ image เข้ากับไดรฟ์ CD จำลอง (เหมือนกับการใส่แผ่น CD เข้าไปในไดรฟ์ CD และการ eject แผ่นออกจากไดรฟ์ CD)

Click the image  to open in full size.

ที่หน้าต่างหลักของโปรแกรม ช่องด้านบนจะเป็นช่องแสดงรายชื่อไฟล์ image ส่วนช่องด้านล่าง จะแสดงรายชื่อไดรฟ์ CD จำลอง

ในช่อง รายชื่อไฟล์ image นั้น หากยังไม่มีไฟล์ image ให้คลิกเม้าส์ขวา แล้วเลือกรายการ Add images เลือกไฟล์ image
ที่ต้องการแล้วกดปุ่ม Open ก็จะปรากฏชื่อไฟล์ image ที่คุณเลือกเข้ามา

Click the image  to open in full size.

ในการ mount CD นั้น สามารถทำได้ 3 วิธีด้วยกัน

1. คลิกเม้าส์ขวาบนไฟล์ image ที่ต้องการ แล้วเลือกรายการ Mount on Device -> ไดรฟ์ที่ต้องการ
2. คลิกเม้าส์บนไฟล์ image ที่ต้องการแล้วลากมาวางบนรายการไดรฟ์ CD จำลองที่ต้องการ
3. คลิกเม้าส์ขวาบนไดรฟ์ CD จำลองที่ต้องการ เลือกรายการ Mount Image แล้วเลือกไฟล์ image ที่ต้องการ mount

Click the image  to open in full size.

เมื่อ mount เสร็จแล้ว เราก็สามารถเข้าถึงไฟล์ต่างๆ ในไฟล์ image เหมือนกับเข้าถึงไฟล์ในแผ่น CD จริง

Click the image  to open in full size.

เมื่อ ต้องการ Un-mount ไฟล์ image (เหมือนกับเรา eject แผ่น CD ออกจากไดรฟ์) ให้คลิกเม้าส์ขวาบนไดรฟ์ CD จำลองที่ต้องการ แล้วเลือก Un-mount Image

Download here.
from http://www.thaigaming.com/software/65619.htm

ครั้งหนึ่ง สมัยที่ผมเองหัดใช้งาน Windows ช่วงแรก ๆ ก็ซนพอสมควร มีการลองของคือ ทดลองลงโปรแกรมต่าง ๆ เดี๋ยวใส่ เดี๋ยวเอาออก ไม่นานเท่าไรนัก Windows ตัวเก่งก็เพี้ยนไปเลย ต้องมาลง Windows ใหม่อีก เรียกได้ว่าต้องลง Windows ใหม่ทุกสัปดาห์เลยก็ว่าได้ เป็นอย่างนี้อยู่ค่อนข้างนานพอสมควร ในสมัยนั้นผมเองก็คิดหาวิธีที่จะทำการ copy ตัวซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เก็บไว้เป็นแบคอัพสำรองเอาไว้ เพื่อที่เวลามีปัญหา จะได้นำเอาไฟล์ที่ทำแบคอัพนั้นมาใช้งาน จนกระทั่งมาพบกับโปรแกรม Norton Ghost ที่มีความสามารถเก็บข้อมูลทั้งหมดใน พาร์ติชันของฮาร์ดดิสก์ ไว้ได้แบบที่เรียกว่า ทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียว อีกทั้งตัวโปรแกรมก็ทำงานบน DOS ซึ่งเป็นการทำงานที่ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก และสามารถทำงานหลังจากที่ทำการ ฟอร์แม็ต ฮาร์ดดิสก์ ได้ทันที ใช้เวลาในการทำ แบคอัพ และนำกลับคืนไม่นานมากนัก ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ท่านที่มีฮาร์ดดิสก์ ที่มีพื้นที่เหลือมากพอ หลังจากที่ทำการลง Windows ใหม่และติดตั้งซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ทำการเก็บแบคอัพข้อมูลและ Windows เก็บไว้ ครั้งต่อไป หากมีปัญหาที่ตัว Windows ก็จะได้ไม่ต้องมาทำการลงโปรแกรมใหม่ทั้งหมดครับ

ก่อนอื่น ต้องหาโปรแกรม Norton Ghost นี้มาใช้งานกันก่อน ลองดูจาก http://www.symantec.com/ นะครับ หรือถ้าหาไม่ได้ ก็โหลดจาก ที่นี่ หรือ ที่นี่ ก็ได้ครับ โปรแกรมจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก หลังจากดาวน์โหลดมาแล้วก็ให้ทำการ unzip และเขียนไฟล์ ใส่แผ่นดิสก์ไว้ก่อน จากนั้น จะบูตเครื่องจากแผ่นดิสก์ที่ได้นี้ หรือจะ copy เฉพาะไฟล์ ghost.exe เก็บไว้ใน โฟล์เดอร์ต่างหาก เพื่อที่จะใช้งานโดยตรงเลยก็ได้

ทำความเข้าใจกับฮาร์ดดิสก์ในเบื้องต้นก่อน

ก่อนการ ใช้งาน Norton Ghost อยากจะให้ทำความเข้าใจ ระบบการเก็บข้อมูลและการแบ่งพาร์ติชันของฮาร์ดดิสก์ กันก่อน เพราะตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ หากเราไม่เข้าใจและทำโดยใส่ไดร์ฟหรือพาร์ติชันผิด ข้อมูลต่าง ๆ อาจจะหายไปทั้งหมดเลยก็ได้ ดังนั้น ขอให้พยายามศึกษาคำว่า Drive และ Partition ให้เข้าใจจริง ๆ ก่อน

Drive ในที่นี้หมายถึง ตัวฮาร์ดดิสก์ คือ ในคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องสามารถที่จะทำการติดตั้ง ไดร์ฟต่าง ๆ ได้หลาย ๆ ตัวเช่น Drive A: คือฟลอปปี้ดิสก์ Drive C: คือฮาร์ดดิสก์ตัวแรก ส่วน Drive D: คือซีดีรอม เป็นต้น สำหรับกรณีของฮาร์ดดิสก์ จะมีพิเศษกว่านั้น คือเราสามารถทำการแบ่งฮาร์ดดิสก์ 1 ตัวให้เป็นหลาย ๆ ไดร์ฟได้ เช่น ฮาร์ดดิสก์ 1 ตัวแต่ถูกแบ่งออกเป็น Drive C: และ Drive D: โดยที่ซีดีรอม ก็จะกำหนดให้เป็น Drive E: แทนเป็นต้น

Partition ก็คือการแบ่งพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์ ออกเป็นหลาย ๆ ไดร์ฟ หรือเรียกว่าการแบ่งเป็นหลาย ๆ Partition นั่นเอง จากตัวอย่างข้างบน คือ เราสามารถที่จะแบ่งฮาร์ดดิสก์ 1 ตัวออกเป็นได้หลาย ๆ พาร์ติชัน หรือแบ่งออกเป็นหลาย ๆ ไดร์ฟนั่นเอง ดูวิธีการจัด การกับพาร์ติชันได้ที่นี่

ทีนี้ ลองสำรวจเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่กันก่อน ว่ามีฮาร์ดดิสก์ติดตั้งอยู่กี่ตัว และมีการแบ่งการใช้งานหรือแบ่งพาร์ติชัน ต่าง ๆ ออกเป็นอย่างไรบ้าง อย่างเช่นฮาร์ดดิสก์ของเครื่องที่ผมใช้งาน มี 1 ตัวแต่แบ่งออกเป็น 2 พาร์ติชัน ดังนั้น ในระบบ Windows เครื่องผมก็จะมองเห็นว่ามีไดร์ฟ C: กับ D: เป็นฮาร์ดดิสก์ ส่วนซีดีรอม ก็จะเป็นไดร์ฟ E: แทน ที่ต้องให้ทำความเข้าใจกับเรื่อง Drive และ Partition ตรงนี้ก่อน ก็เพราะว่า ในการใช้งาน Norton Ghost จะต้องมีการอ้างถึงสองคำนี้ และเพื่อเป็นการป้องกัน การผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จากการใส่หรือระบุ Drive หรือ Partition ผิดครับ

ฮาร์ดดิสก์ที่จะทำแบคอัพได้ ต้องเป็นอย่างไร

จาก ที่ได้บอกแล้วว่า การใช้งาน Norton Ghost นี้จะเป็นการทำสำรองหรือแบคอัพข้อมูลทั้งพาร์ติชัน ของฮาร์ดดิสก์ ดังนั้น ฮาร์ดดิสก์หรือคอมพิวเตอร์ที่จะทำการแบคอัพแบบนี้ได้ จะต้องมีการแบ่งพาร์ติชัน ออกเป็นอย่างน้อย 2 พาร์ติชัน หรือจะต้องมีไดร์ฟ อยู่ในเครื่องอย่างน้อย 2 ไดร์ฟนั่นเอง ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ก็คือ เราจะทำการเก็บทุกอย่างใน Drive C: นำเอาไปเก็บไว้ใน Drive D: เพื่อที่จะได้ทำการฟอร์แมต Drive C: ได้ หลังจากนั้น ก็ทำการนำข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ใน Drive D: มาใส่คืนใน Drive C: ใหม่ หรือที่เรียกว่าการ Restore นั่นเอง ดังนั้น หากใครมีฮาร์ดดิสก์แค่เพียง Drive C: ตัวเดียว คงจะต้องเริ่มต้นวางแผน การจัดแบ่งพาร์ติชันของฮาร์ดดิสก์ กันใหม่ก่อนนะครับ อย่างน้อยที่สุดก็ควรที่จะแบ่งออกเป็น 2 ไดร์ฟ เพื่อใช้สำหรับลง Windows ไดร์ฟหนึ่ง และอีกไดร์ฟที่เหลือก็สำหรับเก็บข้อมูลและไฟล์ที่จะทำแบคอัพด้วย Norton Ghost ด้วย หากเครื่องใครที่คิดว่าพร้อมแล้ว ก็เริ่มต้นทดลองใช้งานกันได้เลย

เริ่มต้นเรียกใช้งานโปรแกรม Norton Ghost

หลังจากที่หา ดาวน์โหลด มาแล้วก็ทำการ unzip และเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ จะได้ไฟล์ GHOST.EXE ซึ่งในการใช้งาน จะต้องทำใน MS-DOS Mode เท่านั้น วิธีการเข้า DOS Mode ทำได้โดยการสั่ง Shutdown และเลือกที่ Restart in MS-DOS mode หรือเมื่อบูทเครื่องใหม่ กดปุ่ม F8 ค้างไว้และเลือกที่ MS-DOS mode หรือจะเป็นการบูทเครื่องจากแผ่น Startup Disk Windows 98 ก็ได้ หลังจากเข้า MS-DOS mode แล้วก็ใช้คำสั่งเปลี่ยนโฟลเดอร์ไปที่ ๆ เก็บโปรแกรม Norton Ghost เรียก ghost และกด Enter จะมีโลโก้ของโปรแกรม กดที่ปุ่ม OK เพื่อเริ่มต้นการใช้งาน

การทำแบคอัพหรือทำสำเนาฮาร์ดดิสก์เก็บไว้

ขั้นตอนแรก คือการทำแบคอัพเก็บไว้ก่อน โดยการเรียกโปรแกรม Norton Ghost และกดที่ OK เพื่อเริ่มต้นการทำงาน จะเห็นเป็นเมนูต่าง ๆ ให้เลือก

ในการทำแบคอัพเก็บข้อมูล หลังจากเรียกโปรแกรมแล้ว ให้เลือกที่เมนู Local >> Partition >> To Image (ใช้ปุ่มลูกศรซ้ายขวา และกด Enter เพื่อเลือก) คือเป็นการสั่งให้ทำกับ Partition ให้สร้างเป็น Image ไฟล์เพื่อเก็บไว้ใช้งาน (Image คือไฟล์แบคอัพ ที่จะเก็บข้อมูลทั้งหมดของฮาร์ดดิสก์ครับ) กดปุ่ม Enter เพื่อเลือกการทำ Partition to Image ครับ

ทำการเลือก Drive ที่ต้องการจะทำแบคอัพสำรองข้อมูล คือ Drive ที่ 1 นั่นเอง (ตัวอย่างนี้มีฮาร์ดดิสก์ 1 ตัวในเครื่องนี้) ใช้ปุ่ม Tab เพื่อเลื่อนปุ่มไปที่ OK และกด Enter (กดที่ปุ่ม Tab ไปเรื่อย ๆ เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งของการกดปุ่มได้)

จากนั้นทำการเลือก Partition ของ Drive ที่ต้องการจะทำแบคอัพ เช่นในที่นี้มีอยู่ 2 partition (คือ C: กับ D: นั่นเอง) ให้เลือกที่ Partition 1 คือ Drive C: และเลือกที่ OK (โดยกดปุ่ม Tab สำหรับเปลี่ยนตำแหน่งการกดปุ่มนะครับ)

จากนั้น เลือกชื่อไฟล์ของ Image file ที่จะเก็บเป็นข้อมูลไว้ เช่น win98th หรืออะไรก็ได้ กดที่ Open เพื่อทำงานต่อไป

โปรแกรมจะมีการถามถึงระดับของการบีบอัดข้อมูล เลือกที่ Fast ครับ

โปรแกรมจะถามยืนยันอีกครั้ง ก็กดที่ Yes เพื่อเริ่มต้นทำการแบคอัพทันที

ภาพตัวอย่างขณะที่โปรแกรมกำลังทำการก็อปปี้หรือทำแบ คอัพครับ รอจนจบก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการแบคอัพแล้ว ซึ่งเราจะได้ไฟล์ win98th.gho หรือชื่อไฟล์ตามที่เราตั้งไว้ ที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ เก็บสำรองไว้

----------------------------------------------------------------------------

การนำข้อมูลที่เก็บไว้มาใช้งานใหม่หรือที่เรียกว่า Restore

หลังจากนี้ หากวันดีคืนดี Windows มีอันต้องเป็นไปด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากเราต้องการที่จะนำเอาข้อมูลและโปรแกรมต่าง ๆ ที่ได้ทำการสำรองเก็บไว้ออกมาใช้เหมือนเดิม วิธีการก็จะคล้าย ๆ กันคือ เรียกโปรแกรม Norton Ghost ก่อน (จาก MS-DOS mode นะครับ)

ในการนำข้อมูลกลับมา หลังจากเรียกโปรแกรมแล้ว ให้เลือกที่เมนู Local >> Partition >> From Image คือเป็นการนำเอา Image file มาใส่ลงใน Partition นั่นเอง

เลือกไฟล์ที่ต้องการจะนำข้อมูลมาใช้งาน แล้วเลือกกดที่ Open

เลือก Partition ของข้อมูลที่อยู่ใน Image file และกด OK

เลือกฮาร์ดดิสก์ที่จะใส่ข้อมูลจาก Image file ควรระมัดระวัง Drive ให้ถูกต้องด้วยนะครับถ้ามีฮาร์ดดิสก์หลายตัว

ถ้าหากฮาร์ดดิสก์ที่เลือกใส่ข้อมูลกลับลงไปมีหลายพา ร์ติชัน ให้ทำการเลือก Partition ที่ต้องการ เช่น Drive C: ก็คือ Partition ที่ 1 นั่นเอง กดที่ OK

โปรแกรมจะมีการถามเพื่อยืนยันการทำงานอีกครั้ง หากมั่นใจว่าไม่มีอะไรใส่ผิดก็กดที่ Yes เพื่อเริ่มต้นการนำข้อมูลจาก Image file มาใส่ลงใน Partition ได้เลยครับ หลังจากที่โปรแกรมทำการก็อปปี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในกรณีเช่นนี้จะต้องทำการ Restart Computer ใหม่เสมอ หากไม่มีอะไรผิดพลาด เราก็จะได้ Windows ตัวเดิมเมื่อครั้งที่ยังไม่มีปัญหากลับคืนมาเหมือนเดิมครับ

ข้อควร ระวังอย่างมากคือ การเลือก Drive และ Partition เพราะหากทำผิด Partition อาจจะทำให้ข้อมูลต่าง ๆ หายได้ ดังนั้น ก่อนที่จะทำ ควรจะทำการสำรองข้อมูลที่สำคัญมาก ๆ เก็บไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลนะครับ

นอกจากนี้ หากลองดูให้ดี ๆ ในเมนูต่าง ๆ จะเห็นว่า เราสามารถที่จะทำการ โคลนนิ่งระหว่างฮาร์ดดิสก์ 2 ตัวได้เลย โดยการเลือกที่ในเมนู Drive ซึ่งจะทำให้การ copy ข้อมูลทุกอย่างในฮาร์ดดิสก์ ไปใส่ไว้ในฮาร์ดดิสก์อีกตัวหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว วิธีนี้ ร้านค้าที่ประกอบคอมพิวเตอร์ขายนิยมใช้กันมาก เพราะใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีก็สามารถลงโปรแกรมต่าง ๆ ในฮาร์ดดิสก์ของเครื่องลูกค้าได้แล้ว หากใครมีเครื่องคอมพิวเตอร์หลาย ๆ ชุดที่มีอุปกรณ์ต่าง ๆ เหมือนกัน โดยเฉพาะตามร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ต่าง ๆ ที่มักจะมีปัญหากับซอฟต์แวร์ต่าง ๆ บ่อย ๆ (เนื่องจากมีผู้ใช้งานหลายคน) ก็สามารถที่จะทำการ โคลนนิ่งฮาร์ดดิสก์โดยวิธีนี้ได้ด้วยนะครับ

from http://www.com-th.net/software/?ghost

ทุกวันนี้เราไม่ได้ใช้จอภาพ เพื่อเอาไว้ดู Free TV, Cable TV หรือเครื่องเล่น DVD หรือ

แม้กระทั่งเครื่องเล่น Bluray disc แล้วนะครับ อีกหนึ่งเครื่องเล่น ที่มีประโยชน์มากนั่นคือ

เครื่องคอมพิวเตอร์ นั่นเองครับ


การเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์กับทีวี ฟังดูแล้ว อาจจะดูแปลก แต่จริงๆแล้ว มันไม่ต่างอะไร

กับที่

เราเสียบสายมอนิเตอร์ เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เลย เพียงแต่อาจจะสับสนเพราะ มันมี

มากกว่า 1 จอนั่นเอง


จุดประสงค์ที่ผู้ใช้ต้องต่อจอเสริม เข้ากับคอมพิวเตอร์นั่นก็เพราะว่า


7


รูปภาพจาก harvard


พรีเซนต์งาน บนจอที่ใหญ่ขึ้น หรือ ใช้เครื่องฉายโปรเจคเตอร์


เป็นเรื่องปกติแล้วหละครับ ปัญหาหลักๆคือ โน้ตบุคสมัยนี้ มาเป็น Widescreen

แต่โปรเจคเตอร์ที่โรงเรียน หรือ ออฟฟิศนั้น ยังเป็นรุ่นเก่าอยู่ ไม่รองรับ widescreen

เลยทำให้ต้องมีการปรับสัดส่วนภาพใหม่ ความละเอียดก็ผิดเพี้ยนไป ทำให้ไม่สามารถ

พรีเซนต์งานได้มีประสิทธิภาพได้ตามต้องการ


99


รูปภาพจาก se-ed


รับชมภาพยนตร์ วีดีโอไฟล์ จากเครื่องคอมพิวเตอร์


สมัยนี้คนนิยมที่จะโหลดภาพยนตร์แบบ HD มาเก็บไว้ใน Harddisk กัน นอกจากจะเก็บ

ได้ทนทาน เก็บได้เยอะ และ ราคาไม่แพงแล้ว ยังสามารถปรับ configure อะไรได้สารพัด

อีกตังหาก (ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ใช้ครับ) ปัญหาอีกปัญหาหนึ่งคือ สัดส่วนภาพ

ของโน้ตบุคที่ส่วนมากยังเป็น 16:10 ต้องมาเจอหนังที่เป็น 16:9 หรือ panoramic ถ้าเรา

ตั้งความละเอียดไม่ถูก ก็จะทำให้สัดส่วนหนังผิดแปลกไปนะครับ


81


รูปภาพจาก tradingcomputers


ขยายจอภาพเดิมที่มีขนาดเล็ก ให้ใหญ่ขึ้น มีพื้นที่การทำงานที่กว้างขึ้น


บางคนใช้จอเดียว ทำงานเกี่ยวกับกราฟฟิก บางทีตัวชิ้นงานก็เต็มจอละ ยังมีพวก

tools / panel อะไรต่อมิอะไร เขาคงอยากจะขยายจอ แล้วให้จอเสริม ในการวาง

เครื่องมือ (เหมือนที่เราเห็นในหนัง มี 3-4 จอ ต่อๆกัน ดูโปรมากๆเลยครับ)


แล้วเราจะต่อจอเสริม ยังไงดีหละ???


1. ก่อนอื่นเลย คุณต้องมีจอภาพ มากกว่า 1 จอ จะเป็นจอ CRT, LCD, Plasma,

Projector อะไรก็ว่าไปครับ


2. ทำการสำรวจ ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ โน้ตบุค คุณมีพอร์ตที่จะต่อจอนอก

ได้อีกหรือเปล่า อาจจะเป็น Composite out (สายAV หัวสีเหลือง), S-video (มีสอง

แบบ 4 กับ 6 pin), RGB, DVi, HDMI, Display port และ ก็ดูว่า บนจอภาพของคุณ

มีช่องต่อสัญญาณขาเข้าอะไรให้เชื่อมต่อบ้าง (ไม่นับช่องเสียบเสาอากาศ/

Scart/RCA นะครับ)


สำหรับทีวีรุ่นเก่าๆ ที่ไม่มีช่องต่อคอมพิวเตอร์โดยตรง การ์ดจอต้องรองรับ Tv-out

ครับ บนการ์ดจอจะมีพอร์ตใดพอร์ตหนึ่งต่อไปนี้ให้เลือกใช้ครับ


1


รูปภาพจาก wheethet


av-cable


- Composite out (รูป C) นี้เป็นแบบเก่าน่ะครับ ความละเอียดไม่สูงมาก

แต่มันก็เหมาะสำหรับทีวี รุ่นเก่าๆน่ะครับ


svideo-cable


- S-video สายแบบนี้มีสองแบบ คือ 7pin (รูปB) กับ 4pin (รูปA) อยากให้ดูว่า ที่อยู่ที่

คอมเรา กับ ทีวีเรา เป็นแบบกี่pin แล้วซื้อสายมาต่อให้ถูกแบบน่ะครับ เพราะถ้าต่อผิด

สีมันจะไม่ออกครับ .. ทีวีบางเครื่องอาจจะไม่มีพอร์ตนี้ ก็ต้องไปซื้อสายแปลงจาก

S-video to Composite มาต่อหละครับ.. ส่วนคุณภาพนั้น ดีกว่า Composite นิดนึง


13


รูปภาพจาก lindy


ถ้าคอมพิวเตอร์ใครไม่มี TV-out กับพอร์ตที่ผมว่าไปนั้น ก็ต้องไปซื้อกล่องแปลงสัญญาณ

ราคาก็พันต้นๆขึ้นไปครับ (ขึ้นอยู่กับความละเอียดของ output) และ พอร์ตสองแบบนี้

คุณภาพอาจจะไม่สูงมาก แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานพวก วีดีโอคลิป โปรแกรมคาราโอเกะ

หรือ พรีเซนต์งาน ตัวอักษรอาจจะไม่คมชัด ทั้งนี้เพราะเป็นข้อจำกัดของสายครับ


สำหรับทีวีรุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น LCD TV, Plasma TV, LCD Monitor, Projector

จะมีการรองรับการต่อคอมพิวเตอร์ เราจะคุ้นกับพอร์ตพวกนี้ขึ้นมาหน่อยครับ


501-61_lg



รูปภาพจาก sandberg

- RGB พอร์ตนี้เรารู้จักตั้งแต่เราเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ แล้วครับ คุณภาพค่อนข้างจัดว่า

ดีเลยทีเดียว แต่เป็นระบบ Analog ซึ่งสามารถถูกคลื่นรบกวนได้ง่าย แต่ทุกวันนี้ก็ยังใช้

อยู่ครับ เพราะราคาไม่สูงมาก..


2


รูปภาพจาก socalelectronics


สำหรับ ทีวีเครื่องใด ที่มีช่องต่อ DVD Component (แบบแยกสี 3 สี) แต่ไม่มีช่อง RGB

คุณสามารถ ไปหาซื้อสายแปลงจาก RGB to DVD Component ได้ครับ


6


รูปภาพจาก xbitlabs


บางการ์ดจอ แถมสายแปลงจาก mini RGB (ใช้พอร์ตร่วมกับ S-video แต่แยกออกมา

เป็นสามเส้น สามสี ไว้ต่อ Component ครับ) แต่ใช้สาย Component จะตั้งความละเอียด

ได้ไม่สูงนะครับ


dvi_cable



รูปภาพจาก global-b2b-network

- DVi พอร์ตนี้เป็นการพัฒนาต่อมาจาก RGB เพื่อเปลี่ยนการส่งสัญญาณ จาก Analog

ให้เป็น Digital ภายในสายสัญญาณ จะมีการส่งแค่ข้อมูล 0 กับ 1 เท่านั้น เราจะมั่นใจได้ว่า

ข้อมูลจะถูกส่งไปครบ โดยไม่มีคลื่นมารบกวนได้ และ แน่นอนว่า คุณภาพของ DVi

จะต้องดีกว่าแน่ๆ


attachment


รูปภาพจาก Wikipedia


DVi เขามีหลายแบบให้เลือกนะครับ เวลาเลือกซื้อสายก็ต้องเชคให้ดีๆก่อนนะครับ


4


รูปภาพจาก dansdata


ถ้าคอมพิวเตอร์ใครมีพอร์ต DVi-i แต่จอภาพมี RGB ก็สามารถซื้อหัวแปลงได้นะครับ

เพราะ DVi-i รองรับทั้ง analog และ digital ครับ


hdmi_cable


รูปภาพจาก computerheaven


- HDMI พอร์ตนี้ จะมีความเป็น multimedia มากขึ้นครับ เพราะพอร์ตนี้ สามารถส่ง

ข้อมูล ได้ทั้งภาพและเสียงระบบรอบทิศทาง และยังเป็นระบบดิจิทัลอีกตังหาก อีกทั้ง

พอร์ตยังมีขนาดเล็ก และ ไม่ต้องขันน๊อตให้แน่นขณะเสียบสายอีกครับ ตอนนี้โน้ตบุค

หลายๆรุ่นก็เริ่มจะใส่พอร์ตนี้เข้ามาให้แล้ว ตอนนี้ถือว่าเป็นที่นิยมมากเลยครับ


3


รูปภาพจาก tradeboss


พอร์ต HDMI นี้สามารถซื้อตัวแปลง HDMI to DVi ได้นะครับ หรือจะแปลงต่อไปเป็น

RGB ก็ได้ แต่แน่นอนว่า เสียงจะไม่ออกครับ อาจจะต้องใช้เสียงจาก sound card

แทนนะครับ


dp-mm-3


รูปภาพจาก electronicplus


- Display port พอร์ตนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ซึ่งสิ้นปี ถึง ปีหน้า น่าจะเห็นได้เด่นชัด

มากกว่าตอนนี้ ซึ่งตามเสปค นั้นดีกว่า HDMI ครับ พอร์ตนี้ผมยังไม่ขอพูดถึงแล้ว

กันนะครับ เพราะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก


12


รูปภาพจาก tcmagazine


หลังจากสำรวจ และ จัดแจงซื้อสาย มาต่อแล้ว ก็ทำการขั้นต่อไปต่อเลยครับ


3. ลง driver การ์ดจอ ใครใช้ nVidia, ATi, Intel, S3 ก็จัดแจงลง driver ให้ครบถ้วน

นะครับ แล้วทำการเสียบสาย ถ้าโน้ตบุคใครมีฟังค์ชั่นการ Presentation ก็ต้องเปิดนะครับ

อาจจะต้องกด Fn+F4 หรืออะไรพวกนี้นะครับ ไม่ยังงั้นคอมพิวเตอร์ จะมองไม่เห็นจ

อภาพ ครับ


ยังไม่จบนะครับ คลิกหน้าต่อไป จะมีวิธีการตั้งค่าต่างๆในคอมพิวเตอร์ ต่อนะครับ…


ต่อกันเลยนะครับ


4. ทำการตั้งค่าครับ


โดยทั่วไป โหมดการแสดงผลจะมี อยู่ 3-4 โหมด ดังนี้ครับ


- Single Display คือเลือกไปเลย ว่าจะแสดงผลออกจอไหนสักจอหนึ่ง


single1


จะเลือกได้ครับว่าจะเอาจอไหน สักจอหนึ่ง


single2



- Clone หรือ Mirror คือทำให้สองจอ แสดงผลเหมือนๆกัน และ ความละเอียด

ต้องเท่ากัน ถ้าจอหลัก เป็นสัดส่วน 4:3 แต่จอเสริมเป็น 16:9 มันจะใช้ความละเอียด

ของจอหลัก นั่นหมายความว่า บนจอเสริม ภาพจะยืดกว้างออกไป แต่ถ้าสองจอมี

สัดส่วนเท่ากัน แต่จอหลักความละเอียดสูงสุดที่ 1280×1024 แต่จอเสริมความ

ละเอียดสูงสุดที่ 800×600 จอหลักก็จะต้องปรับลดความละเอียดลงไปที่ 800×600

นะครับ จะทำให้แสดงผลออกมาใหญ่แปลกๆน่ะครับ


clone


- Dual View คือ ทำให้สองจอ เป็นอิสระต่อกัน แต่ไม่ได้หมายความว่า จะทำงาน

เหมือนคอมพิวเตอร์สองเครื่องนะครับ แต่ถ้าคุณตั้งจอเสริมของคุณเป็น Secondary view

เวลาคุณเริ่มใช้งาน จอเสริมจะมีแต่ wallpaper แต่ถ้าคุณลากหน้าต่างโปรแกรม

ไปทางขวาของจอ (ซ้ายก็ได้ แล้วแต่ตั้ง) หน้าต่างนั้นจะไปแสดงจอเสริม ถ้าคุณกด

ขยายให้เต็มจอ ก็จะเต็มจอแค่บนจอเสริม โดยที่ task bar จะอยู่แค่บนจอหลักเท่านั้น

และ โหมดนี้ คุณสามารถตั้งได้เลยว่า จอหลักจะใช้ความละเอียดเท่าไร และ จอเสริม

จะใช้ความละเอียดเท่าไร หมดปัญหาเรื่องสัดส่วนที่ไม่ตรงกัน ของ Clone ไปเลยครับ


dual


dual2


เลือกได้ครับว่าจะให้จอไหนเป็นจอหลัก จอไหนเป็นจอเสริม


reso1


reso2


เมื่อใช้โหมด Dual view เราสามารถเลือกปรับความละเอียดของแต่ละจอได้อย่าง

อิสระเลยครับ


- Extend โหมดนี้ จะทำการขยายหน้าจอหลักไปอีก นั่นหมายความว่า ถ้าคุณต่อ

สองจอเข้าด้วยกัน จอคุณจะยาวยืด ไป ถ้าคุณเปิดโปรแกรมแล้วขยายให้เต็มจอ ครึ่งจอ

จะอยู่ที่แต่ละจอ ถ้าคอมคุณมี 2 การ์ดจอ คุณก็สามารถต่อได้มากสุดถึง 4 จอเลยทีเดียว

อลังการมั่กๆ โหมดนี้จะมีประโยชน์ สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่การทำงานกว้างๆ เช่นอยาก

ให้ tools อยู่จอขวา msn อยู่จอขวา แต่โปรแกรมทำงาน graphic อยู่จอซ้าย อะไร

ประมาณนั้นครับ


extend


รูปภาพจาก dcviews


สำหรับจอภาพที่มีสัดส่วนประหลาดๆ


อย่างตัวอย่างของผมนี่หละครับ ผมใช้ Plasma Panasonic PV8MT เป็นจอขนาด 42 นิ้ว

สัดส่วน 16:9 ความละเอียดขนาด HD-ready ซึ่งความละเอียดที่ควรจะเป็นคือ 1366×768

ถ้าหารๆจนได้สัดส่วนจะได้ 16:9 แต่ทว่า ตามเสปค จอนี้มีความละเอียด 1024×768 ถ้าหารๆ

จนได้สัดส่วน ก็จะได้ 4:3 !! อ้าว งานเข้าสิครับ ไหงเป็นงั้น แล้วจะตั้งค่าไงหละนี่?!?


ไม่ต้องเป็นห่วงไปครับ ถ้าเราใช้สายDigital (DVi, HDMI, Display port) ใน driver

จะมี HDTV settings ให้เราเลือกปรับ กว้างxยาว ได้เองครับ ไม่ต้องกลัวว่าสัดส่วน

จะผิดเพี้ยนไปนะครับ อย่างในตัวอย่างนี้ผมเลือกให้เป็น Dual view จะได้เลือกปรับ

ความละเอียดได้อย่างอิสระ จอหลักก็ใช้ความละเอียดเดิม บนจอเสริมที่มีปัญหา

ผมก็จับ scale ใหม่ซะ


resize



เลือก resize desktop ครับ แล้วบนจอ TV จะขึ้นอย่างรูปข้างล่างนี้ครับ

img_1122


ให้เราปรับค่า โดยให้ลูกศรอยู่ตรงมุมขอบจอทั้งสี่ แล้วถึงกด OK เป็นอันเสร็จครับ


สำหรับการเซต 24P เพื่อให้ได้ความละเอียด Full HD


มาตรฐานที่ดีที่สุดในการรับชมภาพทุกวันนี้ คงหนีไม่พ้น Full HD ที่ความละเอียด

1920×1080 refresh rate 24Hz หรือเรียกสั้นๆว่า 24P นะครับ ถ้าเราใช้สาย HDMI

ต่อเข้า เขาจะมีให้เลือก output เลย ว่าเราจะใช้ความละเอียดเท่าไร อัตรา refresh rate

ที่เท่าไร ครับ


hdtv1


ในกรอบมีทั้ง 1080p 50Hz และ 1080P 24Hz มาให้ครบเลยครับ


hdtv2


สำหรับจอ HD ready อย่างที่ผมใช้อยู่ ใช้ 720p กำลังดีเลยครับ



ค่าที่จำเป็นต่อการ set up ก็ครบถ้วนแล้วนะครับ นอกจากนั้นต้องลองเล่นดูน่ะครับ

ยังมีโหมดให้ปรับแสง ปรับสีอีก


ในเมื่อภาพไปแล้ว เสียงก็ต้องไปด้วย จริงมั๊ยครับ ตรงนี้ผมอธิบายสั้นๆแล้วกัน


ถ้าคุณจะต่อภาพจากคอมพิวเตอร์เข้าจอภาพโดยตรง ถ้าใช้สาย HDMI จะไม่มีปัญหาครับ

เพราะสายนี้ จะส่งได้ทั้งภาพและเสียง แต่ถ้าเป็นสายประเภทอื่นๆ จะส่งสัญญาณได้แค่ภาพ

ฉะนั้นเราก็ต้องหาสายสัญญาณ มาต่อครับ โดยทั่วๆไป ข้างๆพอร์ตที่ใช้เชื่อมต่อภาพ

จะมีช่องต่อเสียง ก็ต้องดูนะครับ ว่าเป็นสายแบบไหน แล้วหาซื้อสายให้ถูก นะครับ


cable_audio_pc audio-cable


รูปภาพจาก ust, tmponline


หรือถ้าเราจะนำเสียงจากคอมพิวเตอร์ ไปต่อผ่านแอมป์ ให้เขาขยายอีกทีหละก็ ก็ต้องดู

ว่าการ์ดเสียงเรามีช่องต่อสัญญาณอะไรให้ต่อบ้าง ไม่ว่าจะเป็น Optical หรือ

จะเป็น Coaxial


qed_optical_cable rca-digital-coaxial-premium


รูปภาพจาก qedperformance-uk, cablewholesale




ก่อนจะจบนี้ ผมขอสรุปเลยแล้วกันว่า ถ้าจอภาพทั้งสองของเรามีสัดส่วนภาพไม่ตรงกัน

ควรเลือกใช้โหมดที่ทำให้สัดส่วนภาพของเราไม่ผิดไป นั่นคือ Single view กับ Dual view

แต่ถ้าสองจอมีสัดส่วนเท่าและความละเอียดสูงสุดเท่ากัน ก็ถึงใช้ Clone จะสะดวกดีครับ

ตอนนี้ก็มีจอรุ่นใหม่ๆบางรุ่น ที่เป็น USB ที่ทำให้การต่อจอเสริมเป็นเรื่องง่ายแล้วครับ

ถ้ามีโอกาสคงได้นำมาทดสอบกันนะครับ


ยังไงก็ขอให้สนุกกับการใช้จอเสริมนะครับ การตั้งค่าไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย

(จริงหรือเปล่าครับ T.T)


ที่มาข้อมูล http://www.lcdspec.com/web/?p=2181

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...