เปิดพระกรุโบราณ...เป็นปฐมฤกษ์...เพราะมีความมหัศจรรย์สมบูรณ์แบบที่สุดกรุ หนึ่งของดินแดนสุวรรณภูมิ ทั้งด้าพุทธศิลป์ ปฏิมากรรม พุทธคุณ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางการภาพ

มีปัจจัยใดที่ทำให้พระกรุธาตุนาดูนต่างจากพระกรุอืนๆ?

- เป็นพระกรุโบราณเก่าแก่ที่สุดกรุหนึ่งของพระพิมพ์ (มีพระสัมฤทธิ์ด้วย) ของดินแดนสุวรรณภุมิ (1,200 - 1,300 ปี) ที่มีคนรู้จักน้อยที่สุด

- เป็นพระดินเผาที่มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่หลากหลายมหัศจรรย์ที่สุดคล้าย ฟอสซิล การเปลี่ยนแปลงสภาพพระพิมพ์ขึ้นอยู่กับสถานที่ี่ค้นพบที่ีสายแร่ผ่าน เป็นต้นว่าเป็นหินสีต่างๆ แร่สีดำ สีดำเงามันคล้ายเหล็กไหล นำ้้้้ตาล แร่สีำีอืนๆ แร่ทองดง ทอง กังไส หรือหยกสีเขียว หรือเขียวอ่อน หรือหลายลักษณะรวมกัน บางองค์กลายเป็นสนิมแดงทั้งองค์ หรือเกือบทั้งองค์

- พระกรุนาดูนทำมีเนื้อุต่างๆ เช่น ดินเผา หินหรือเนื้อสัมฤทธิ์

- พระกรุนาดูนมีีลักษณะพิเศษต่างๆมาก เช่น เป็นพระสองหน้าที่เหมือนกัน หรือต่างกัน พระคู่ในอค์เดียว พระแผ่นที่มีหลายๆองค์ พระบูชาและลักษณะอื่นๆ รวมทั้ง มีพิมพ์แบบหรือขนาดที่หลากหลาย

- มีสภาพเก่าแก่มากๆทำให้พระดูศักดิ์สิทธิ์ขลัง พุทธคุณด้านต่างๆ รวมทั้งประสบการณ์สำหรับบางองค์์

(เนื่อง จากพระชุดนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก สำหรับผู้ที่คิดไม่สุจริต เช่น การปลอมแปลงที่เกลื่อนตลาด การได้มาที่ไม่บริสุทธิ์ การหลอกลวง เอาเปรียบโดยวิธีพิสคารต่างๆ ผู้ที่คิดทำ หรือทำแล้วก็ตาม อันตรายมาก ระวังนะครับ จะมีความเป็นไปแน่นอน กฎแห่งกรรมนั้นทำงานเที่ยงตรงมากโดยเฉพาะ สำหรับผู้ที่ไม่คิดจเทำบุญสุนทาน)

- มีลักษณะลายหลังพระพิเศษต่างๆ เช่น ลายเกล็ดงู ลายผ้า หรือลายนิ้วมือคนโบราณ

สำหรับ พระกรุนาดูนที่ยังคงสภาพดินเผาไว้ ก็มีความหลากหลาย เช่น สีหินน้ำตาลแก่ สีเหลืองอ่อน (สีมันปู) สีชมพู สีแดงหินทราย สีขาวนวล (เทาอ่อน) ผลจากการวิเคราะห์วัสดุมวลสาร พบว่าพระพิมพ์กรุนาดูนประกอบด้วยศิิลาแลง ดินเหนียว แกลบข้าว ทรายกรวด เป็นส่วนประกอบ บางองค์มีเมล็ดข้าวผสมอยู่ (คุณโสดา รัตนิน มหาวิทยาลัยโอตาโก นิวซีแลนด์)

ในแง่พุทธศิลป์ ศาสตรจาร์ ยอร์ช เซเดส์ นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ได้แบ่งกลุ่มพระพิมพ์โบราณของดินแดนสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นพระดินเผากับพระดินดิบ ไว้ 5 แบบ

1.พุทธศิลป์แบบพระปฐม ขุดพบที่จังหวัดนครปฐม มักเป็นปางมหาปาฏิหารย์ที่เมืองสาวัตถี พระพิมพ์แบบนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 950 - 1250

2. พุทธศิลป์แบบถ้ำมลายู ทำด้วยดินดิบ เป็นพระพุทธรูปหรือพระโพธิสัตว์ฝ่ายมหายาน ศิลปะศรีวิชัยเป็นพระดินดิบเป็นพระพุทธรูปหรือพระโพธิสัตว์ สร้างเพื่ออุทิศส่วกุศลหรือสร้างบุญให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว(ตามคติมหายาน) เพื่อแผ่พระศาสนา พระดินดิบ วัดคูหาภิมุก ยะลา

3. พุทธศิลป์แบบขอม จัดเป็นยุคเดียวกับพระพิมพ์แบบถ้ำมลายู แต่หลังเล็กน้อย พุทธลักษณะเป็นพุทธศิลป์แบบลัทธิมหายาน

4. พุุทธศิลป์แบบสุโขทัย โดยมากเป็นพระในอิริยาบถกำลังก้าวเดิน (พระลีลา) ซึ่งอยู่ราว พ.ศ. 1750 -1950

5. พุทธศิลป์แบบอยุธยา มักเป็นพระพุทธรูปปางต่างๆประทับอยู่ภายในเรือนแก้ว

พระ พิมพ์กรุพระธาตุนาดูนจัดอยู่ในกลุ่มพุทธศิลป์แบบประปฐม พระพิมพ์รุ่นแรกนิยมสร้่งเป็นพุทธประวัติ 4 ปาง ได้แก่ ปางประสูติ ตรัสรู้ ประทานปฐมเทศนา และปรินิพพาน และสถานพระพุทธปาฎิหารย์อีก 4 แห่ง ได้แก่ สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์สวรรค์ ทรงทำยมกปาฏิหารย์ ทรงทรมาณช้างนาฬาคีรี และทรงทรมาณพระยาวานร ทั้งนี้พบว่าปัจจุบันมีทั้งหมดประมาณ 109 ปาง

ที่ขุดพบที่อำเภอนาดูนจังหวัดมหาสารคาม (นครจัมปาศรีโบราณ) พระกรุนาดูนมีลักษณะสำคัญๆดังนี้

1. ลักษณะพิมพ์สี่เหลี่ยมผืนผ้า 2. แบบฐานสี่เหลี่ยมยอดโค้ง

2. แบบสามเหลี่ยมหน้าจั่ว 3. แบบสามเหลี่ยมรูปใบไม้(ก้นหอย)

4. แบบสี่เหลี่ยมจตุรัส (รวมทั้งกลม:พระโพธิสัตว์นาดูน)

5. แบบลอยตัวองค์เดียว

วันนี้ พระกรุนาดูน ไปไกลมากจริงๆ (Nadoomania) ภาพรวมไปถึงเกือบทุกทวีปแล้ว โดยเฉพาะ ทวีปอเมริกา ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย รวมทั้ง สแกนดิเนเวียร์ มีคนไทยเท่านั้นที่ยังไม่มีรู้ ขณะนี้หากอยากหาไว้บูชาก็ยังไม่สายเกินไป แม้ราคาจะเพิ่มขึ้นแต่พอ



from http://www.tiida-club.net/smf/index.php?topic=13882.240


พระกรุนาดูน













วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6960 ข่าวสดรายวัน


พระกรุนาดูน


คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง

โดย ราม วัชรประดิษฐ์










การ โจรกรรมพระพิมพ์กรุโบราณ อายุเก่าแก่กว่า 1,200 ปี ที่รู้จักกันในชื่อ "พระ กรุนาดูน" และสามารถได้พระไปจำนวนกว่า 90 ชิ้น จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น จ.ขอนแก่น นั้น ทำให้มีผู้ให้ความสนใจและไถ่ถามกันถึงเรื่องราวความเป็นมาของพระกรุนี้กัน อย่างคึกคัก

พระกรุนาดูน ที่คนร้ายโจรกรรมไปนั้น เป็นพระที่รู้จักกันกว้างขวางในหมู่นักเล่นพระและ ผู้นิยมสะสมพระเครื่อง โดยแตกกรุในปี พ.ศ. 2522 ที่ ต.นาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ซึ่งกรมศิลปากรร่วมกับราษฎรได้ช่วยกันขุดค้นบูรณะบริเวณท้องนาของชาวบ้าน โดยพบหลักฐานว่าเป็นแหล่งโบราณคดีมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12 ถึงพุทธศตวรรษที่ 16 มีร่องรอยของเมืองโบราณยุคทวารวดี เรียกกันโดยทั่วไปว่า นครจัมปาศรี

ในการขุดค้นครั้งนั้น มีการพบโบราณวัตถุ ตลอดจน พระ พุทธรูปพระพิมพ์ ศิลปะทวารวดี จำนวนมากมายหลายชิ้น ที่สำคัญก็คือพบพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุในผอบ ประดิษฐานในองค์พระสถูปทรงระฆังจำลองสูง 24.4 เซนติ เมตร สามารถถอดแยกได้เป็นสองส่วน ซึ่งต่อมามีการจัดสร้างเป็นองค์พระธาตุนาดูนขึ้น และพบพระพิมพ์ดินเผาที่เป็นส่วนผสมระหว่าง ดิน เหนียว ศิลาแลง แกลบ ทราย และกรวด จำนวนหนึ่ง พระพิมพ์ที่พบส่วนใหญ่ จะแสดงให้เห็นถึงศิลปะทวารวดีอันเป็นรากฐานการเผยแพร่พระพุทธศาสนาคติหินยาน ในบริเวณสุวรรณภูมิอย่างชัดเจน องค์พระส่วนมากจะเป็นพระแผง ซึ่งหมายถึง พระพิมพ์ขนาดเขื่องใหญ่กว่าฝ่ามือ และมีองค์พระพุทธปรากฏอยู่หลายองค์ ศิลปะแสดงให้เห็นอิทธิพลของมอญทวารวดีที่เผยแพร่จากภาคกลางและกระจายตัวอยู่ ในแถบภาคอีสาน แสดงให้เห็นถึงการติดต่อสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาอย่างเด่นชัด มีการพบพระพิมพ์ต่างๆ ที่เรียกกันว่า กรุนาดูน ถึง 40 กว่าพิมพ์ บ้างทำเป็นองค์พระพุทธรูปนั่งบนบัลลังก์ ที่เรียกกันว่าพระนั่งเมือง บ้างทำเป็นพระพุทธรูปยืนในลักษณาการตริภังค์ อันหมายถึงการผ่อนคลายอิริยาบถสามส่วน ได้แก่ การหย่อนไหล่ การหย่อนสะโพก และการหย่อนหัวเข่า ปรากฏในรูปพระลีลา

นอกจากนี้ยังมี พระนาคปรก มีทั้งปรกคู่และปรกเดี่ยว บางครั้งพบว่ามีการนำพระแผงมาตัดให้เล็กลงเหลือเฉพาะองค์ก็มี การพบพระกรุนาดูนในระยะแรกนี้นั้น ปรากฏว่ามีพระจำนวนมากที่ชาวบ้านแห่พากันเข้ามาขุดค้น จึงทำให้พระกรุนาดูนแพร่หลายเข้าสู่วงการพระและเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้าง ขวาง บางส่วนกรมศิลปากรได้เก็บรวบรวมไว้ และเนื่องจากเห็นว่า ขอนแก่นเป็นจังหวัดใหญ่ และมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่มีความแน่นหนาและมั่นคง จึงเก็บรวบรวมพระนาดูนจำนวนหนึ่งไว้ที่ขอนแก่น แต่แล้วก็มาถูกโจรกรรมชนิดกวาดเกลี้ยงทั้งกรุ สร้างความเสียดายในการสูญเสียสมบัติสำคัญของชาติเป็นอย่างยิ่ง

ใน ราวปี พ.ศ.2540 ก็มีข่าวว่ากรุนาดูนแตกส่งผลให้ชาวบ้านแห่กันเข้าไปขุดหาพระกรุนี้กันอีก ครั้งหนึ่ง ซึ่งสำหรับสนนราคาของพระกรุนาดูน ต.นาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคามนั้น แม้ว่าจะเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางเนื่องจากมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน และมีพุทธศิลปะทวารวดีที่มีลักษณะเฉพาะตัว แต่เนื่อง จากองค์พระมีขนาดเขื่อง และปรากฏในรูปของพระแผงจึงทำให้ราคาไม่สูงมากนัก ส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับหลักพันถึงหลักหมื่น แต่พุทธคุณซึ่งขึ้นชื่อทางด้านแคล้วคลาดและเมตตามหานิยมทำให้มีผู้สนใจเสาะ แสวงหามาเก็บสะสมพอสมควร บางครั้งถึงขนาดทำเทียมเลียนแบบขึ้นมาด้วย

พระ กรุนาดูนนับเป็นหลักฐานทางประวัติ ศาสตร์ที่สำคัญโดยเฉพาะการแสดงให้เห็นความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาซึ่งน่า เสียดายเป็นที่ยิ่ง เพราะเราไม่อาจประเมินราคาของมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมเป็นมูลค่าทางเงินตรา ได้ พูดได้สั้นๆ ว่า น่าเสียดายเป็นที่ยิ่ง..ครับผม

ที่มา ข่าวสด หน้า 29



from http://amuletmaster.blogspot.com/2011/02/blog-post_27.html





รวบ นศ.ม.ขอนแก่น โจรกรรมพระกรุนาดูน


ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ตำรวจภาค 4 แถลง จับกุมนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น จากภาพผู้ต้องสงสัยขโมยพระกรุนาดูน จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น พร้อมของกลาง เจ้าตัวสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุโจรกรรมโบราณวัตถุเกือบร้อยรายการจริง

วันนี้ (26 ธ.ค.52) พล.ต.ต. ศักดา เตชะเกรียงไกร รองผบช.ภาค 4, พ.ต.อ. ยรรยง เวชโอสถ ผกก.สส.1 สส.ภาค 4 พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนภาค 4 ร่วมกับฝ่ายสืบสวนภูธรจังหวัดขอนแก่น แถลงผลการจับกุมนายมงคลเดช ศูนย์จันทร์ อายุ 22 ปี ชาว อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ได้ภายในมหาวิทยาลัย ขอนแก่น จ.ขอนแก่น ในข้อหาลักทรัพย์

นายมงคลเดช ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุโจรกรรมโบราณวัตถุทั้ง 91 รายการ ออกจาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นจริง โดยนำของไปขายให้เซียนพระ"เล็ก นาดูน"ในกรุงเทพฯ แต่จนมุม จากภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดซึ่งมีการเผยแพร่ตามสื่อมวลชนมาโดยตลอด ทำให้เจ้าของร้านทอง ซึ่งนายมงคลเดชได้เข้าไปซื้อทองจำรูปพรรณสัณฐานได้ จึงแจ้งเบาะแสไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เทียบภาพใบหน้าชัดๆ จากกล้องในร้านทอง กระทั่งรู้ชื่อที่อยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตามไปรวบตัวได้ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ทั้งนี้ของกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามยึดคืนเกือบครบแล้ว พร้อมเร่งขยายผลสืบหาผู้เกี่ยวข้อง และร้านรับซื้อเพื่อนำมาสืบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

จากเหตุการณ์มีคนร้ายบุกโจรกรรมโบราณวัตถุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ทั้งพระพิมพ์ดินเผาจากกรุพระธาตุนาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม พระพิมพ์ดินเผาจากเมืองฟ้าแดดสงยาง จ.กาฬสินธุ์ พระพุทธรูปสำริดสมัยทวารวดีประทับยืน ปางเสด็จจากดาวดึงส์ เทวรูปสำริดสมัยลพบุรี พระโพธิสัตว์สำริดสมัยลพบุรี และแผ่นทองคำจากกรุพระธาตุนาดูน รวมทั้งหมดเกือบ 100 รายการ

เหตุเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 4 ธ.ค. ต่อเนื่องวันที่ 5 ธ.ค. ต่อมาตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดและภาพถ่ายจากพลเมืองดีนำมาแจกจ่ายสื่อมวล ชน เพื่อให้ประชาชนช่วยชี้เบาะแส โดยตำรวจตั้งรางวัลนำจับจำนวน 200,000 บาท ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น นายมงคลเดช ให้การรับสารภาพเป็นคนเดียวกับภาพวงจรปิดที่สามารถจับภาพไว้ได้ที่เข้าไป โจรกรรมวัตถุโบราณภายในพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว โดยกระทำเพียงคนเดียว


from http://forum.spc.in.th/archiver/?tid-1271.html


บทสวดธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร



บทสวดธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร (หลวงพ่อสุวัฒน์) [39:53 นาที]
จาก … cd เทศนาธรรม หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต
ดาวน์โหลด wma: บทสวดธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร (หลวงพ่อสุวัฒน์)
ดาวน์โหลด mp3: บทสวดธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร (หลวงพ่อสุวัฒน์)


บทสวดธัมมะจักกัปปะวัตตะนะสุตตัง


ปฐมเทศนาธรรมจักกัปปวัตตนสูตร (วินย. ๔/๑๓/๑๗, สํ.ม. ๑๙/๑๖๖๔/๕๒๘)


ธัมมจักกัปปวัตตนวรรคที่ ๒ ตถาคตสูตรที่ ๑ ทรงแสดงพระธรรมจักร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค

บทสวดพลจักรกัปปวัตตนสูตร (บทสวดชัยน้อย - นะโมเม)


ver ๐๑ … โดย มูลนิธิหลวงพ่อวิริยังค์ [6:53 นาที] จาก cd เทศนาธรรม หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต
ดาวน์โหลด wma: บทสวดชัยน้อย [มูลนิธิหลวงพ่อวิริยังค์]
ดาวน์โหลด mp3: บทสวดชัยน้อย [มูลนิธิหลวงพ่อวิริยังค์]


ดาวน์โหลด wma: บทสวดชัยน้อย
ดาวน์โหลด mp3: บทสวดชัยน้อย


ดาวน์โหลด text: บทสวดพลจักรกัปปวัตตนสูตร (บทสวดชัยน้อย - นะโมเม)

บทบูชาพระรัตนตรัย
บทสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย [ทำนองสรภัญญะ]


เพลง..คืนเพ็ญตรัสรู้ [03:02 นาที]
ดาวน์โหลด mp3: เพลง..คืนเพ็ญตรัสรู้


บทเพลงบูชาพระพุทธคุณ [ทำนองสรภัญญะ] [08:56 นาที]
จาก … http://www.dhammathai.org/radio/radio.php
ดาวน์โหลด wma: บทเพลงบูชาพระพุทธคุณ [ทำนองสรภัญญะ]
ดาวน์โหลด mp3: บทเพลงบูชาพระรัตนตรัย [ทำนองสรภัญญะ]
[15:04 นาที]


บทเพลงบูชาพระรัตนตรัย [01 องค์ใดพระสัมพุทธ] [03:45 นาที]
ดาวน์โหลด wma: บทเพลงบูชาพระรัตนตรัย [01 องค์ใดพระสัมพุทธ]
ดาวน์โหลด mp3: บทเพลงบูชาพระรัตนตรัย [01 องค์ใดพระสัมพุทธ]


บทเพลงบูชาพระรัตนตรัย [02 พุทธธรรม] [03:24 นาที]
ดาวน์โหลด wma: บทเพลงบูชาพระรัตนตรัย [02 พุทธธรรม]
ดาวน์โหลด mp3: บทเพลงบูชาพระรัตนตรัย [02 พุทธธรรม ฯ]
[05:53 นาที]


บทเพลงบูชาพระรัตนตรัย [03] [03:29 นาที]
ดาวน์โหลด wma: บทเพลงบูชาพระรัตนตรัย [03]
ดาวน์โหลด mp3: บทเพลงบูชาพระรัตนตรัย [03]


เพลง..องคุลีมาล [02:53 นาที]
ดาวน์โหลด mp3: เพลง..องคุลีมาล

เพลงคาถาฯ

พระคาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
บทสวดพระพุทธคุณ พาหุง มหากา จากคำสอนหลวงพ่อจรัญ



01 … เพลงคาถาชินบัญชร [13:44 นาที]
จาก … cd เพลงคาถาฯ เสฐียรพงษ์ วรรณปก
ดาวน์โหลด wma: เพลงคาถาชินบัญชร
ดาวน์โหลด mp3pro: เพลงคาถาชินบัญชร


02 …เพลงคาถาชินบัญชร [แปล] [13:39 นาที]
จาก … cd เพลงคาถาฯ เสฐียรพงษ์ วรรณปก
ดาวน์โหลด wma: เพลงคาถาชินบัญชร [แปล]
ดาวน์โหลด mp3pro: เพลงคาถาชินบัญชร [แปล]


03 … เพลงคาถาพาหุง [10:55 นาที]
จาก … cd เพลงคาถาฯ เสฐียรพงษ์ วรรณปก
ดาวน์โหลด wma: เพลงคาถาพาหุง
ดาวน์โหลด mp3pro: เพลงคาถาพาหุง


04 … เพลงคาถาพาหุง [แปล] [10:03 นาที]
จาก … cd เพลงคาถาฯ เสฐียรพงษ์ วรรณปก
ดาวน์โหลด wma: เพลงคาถาพาหุง [แปล]
ดาวน์โหลด mp3pro: เพลงคาถาพาหุง [แปล]


05 … เพลงคาถาพาหุงมหากา [20:05 นาที]
ดาวน์โหลด wma: เพลงคาถาพาหุงมหากา
ดาวน์โหลด mp3pro: เพลงคาถาพาหุงมหากา

มหากรุณาธารณีสูตร


เพลงสวดมหากรุณาธารณีสูตร [เด็ก] [05:37 นาที]
ดาวน์โหลด wma: เพลงสวดมหากรุณาธารณีสูตร [เด็ก]
ดาวน์โหลด mp3: เพลงสวดมหากรุณาธารณีสูตร [เด็ก]
[26:58 นาที]


ดาวน์โหลด text: บทสวดมหากรุณาธารณีสูตร


from http://dkamonpan.0fees.net/?page_id=32


อัพให้ใหม่แล้วนะครับ ลิ้งเดียวไปเลย รวมหมดทุกเพลง

01.ชินบัญชร-ชินกร ไกรลาศ.mp3
02.ชุมนุมเทวดา-ชินกร ไกรลาศ.mp3
03.บทสรรเสริญพระรัตนตรัย พาหุง-ชินกร ไกรลาศ.mp3
04.เพลงคาถาชินบัญชร สรภัญญะ(สำหรับผู้เริ่มฝึกหัด).mp3
05.เพลงบทสวดมนต์ พระกษิติครรภ์มหาโพธิสัตว์ทรงโปรด.mp3
06.เพลงแผ่เมตตาบานให้เด็กฟัง.mp3
07.เพลงพาหุง.mp3
08.เพลงเพลงบทสวด มหากรุณาจิตธารณีสูตรคาถา.mp3
09.ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฏก เนื้อร้อง + ดนตรี.mp3
10.นะโมพาหุงมหากา.mp3
11.พระพิชิตมาร.mp3
12.กวนอิมจิตสงบ.mp3
13.ธิเบต.mp3
14.แผ่เมตตา.mp3
15.บทสวดมนต์2.mp3
16.บทสวดมนต์3.mp3
17.บทสวดมนต์4.mp3
18.บทสวดมนต์1.mp3
19.บทสวดมนต์2.mp3
20.บทสวดบูชาพระเขี้ยวแก้ว.mp3
21.ทำนองสรภัญญะ 1.mp3
22.ทำนองสรภัญญะ 2.mp3
23.ทำนองสรภัญญะ 3.mp3
24.บทสวดมนต์1.mp3
25.มหากรุณาธรณีสูตร.mp3
26.สวดมนต์ทำนองสรภัญญะ.mp3



from http://forum.02dual.com/index.php?topic=211.0


พระคาถาพุทธ นะฤาชา
ให้ตั้งนะโม 3จบ


นะฤาชา กุติยะ ปัญจะลือ โสภะกัญจะ สะวะรัง วะรัง ฤามะหันตา นะมามิหัง
กรีนิ อักขรานิ ชาตานิ อุณาโลนาถัง เพชรตังโหติ อะสังวิสุโลปุสะพุภะ สัตถุโน
พุทโธ. (จบ)
พระคาถานี้ใช้ภาวนา เป็นเมตตามหานิยม ก็ได้ ใช้ทางคงกระพัน ก็ได้ กันภูติผีปีศาจก็ได้ เป็นทั้งมหาอำนาจ ก็ได้ ใช้ได้ 108 ประการ แล้วแต่อธิฐานเอา
พระคาถานี้หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้ถ่ายทอดให้หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร ซึ่งหลวงพ่อเป็นโอรส ของพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตุอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย ซึ่งเป็นรู้จักและเคารพนับถือกันมานาน
ข้าพเจ้าลูกศิษย์หลวงพ่อสำเนียง เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง ไว้ใช้ไว้ป้องกันตัว ยามคับขัน
จึงขออนุญาตนำมาเผยแผ่ และให้ช่วยกันรักษาสืบต่อไป

พระคาถากันตัวกันกระทำย่ำยีจากคุณไสย์ทั้งปวง


ตั้งนะโม 3 จบ


พุทธังกันตัง ธัมมังกันไป สังฆังกันอยู่ ปิตตะระ ปิตตะรัง กันสัง กันเว กันอุดกันปิด
กันนะ กันใน กันคุณ กันไสย์ กันเสน่ห์เล่ห์ลม กันผีทั้งกลม กันลมพระพาย กันคนฉิบหาย คนตายไม่ดี
กูจะกันฝูงผี มายีมายา กันคุณกันยา อักขระอักษรสามสิบสองตัว อะระหัง สวัสดีมีชัย สิทธิสวาหะ..(จบ)


ใช้ ภาวนากันตัวเองหรือ เสกข้าวกินเสกน้ำกินป้องกัน หรือภาวนาก่อนนอนเวลาต้องไปพักตามสถานที่ต่างๆ ป้องกันการรบกวนของวิญญาณร้าย หรือเสนียดจัญไร ป้องกันภูติผีปีศาจ และการกระทำทุกชนิด ทีใช้อำนาจอวิชา และวิญญาณร้ายมาทำร้ายเรา บ่ มิได้เลย



ตอบ หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร อยู่วัดไหน
หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร ท่านอยู่วัดเวฬุวนาราม ต.ลำพญา อ.บางเลน จ. นครปฐม แต่ท่าน มรณภาพไปแล้วครับ

หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร ใช้อะไรสยบ 5 เสือร้ายค่าหัวจับตาย


หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร วัดเวฬุวนาราม ต.ลำพญา อ.บางเลน จ.นครปฐมประวัติพอสังเขป - ท่านเป็นบุตรของเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์กับหม่อมทองนุ่น เกิดเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2460 ที่วังไชยา ก่อนที่หลวงพ่อสำเนียงจะถือกำเหนิดมาดูโลกนั้น นายเอม อยู่สถาพรเป็นพระสหายของเสด็จเตี่ย ได้เล่าให้หลวงพ่อฟังว่าขณะที่หม่อมแม่ทรงพระครรภ์ได้ 2 เดือนเสด็จเตี่ยได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปรับเรือหลวงพระร่วงที่ต่าง ประเทศ จึงได้พาหม่อมแม่ไปฝากไว้กับหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาถซึ่งท่านเป็นพระอาจรย์ของเสด็จเตี่ยโดยให้นายเอม อยู่สถาพรซึ่งเป็นพระสหายเป็นผู้ดูแล ตัวหลวงพ่อสำเนียงจึงกลายเป็นลูก 3 พ่อซึ่งเสด็จเตี่ยคือพ่อผู้ให้กำเหนิด นายเอมเป็นพ่อเลี้ยงดูพร้อมกับหลวงปู่ศุขเป็นพ่อผู้ดูแลให้การศึกษาเล่า เรียนหลวงพ่อสำเนียงใช้นามสกุลของนายเอม คืออยู่สถาพร ในหนังสือไม่ได้ระบุสาเหตุ หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร เมื่อเกิดมาแล้วก็ได้อยู่กับหลวงปู่ศุขจนเติบโต จึงได้มาศึกษาในก.ท.ม.ที่ร.ร.อัสัมชัญ จนจบมัธยมปลายจากนั้นไปศึกษาต่อที่ร.ร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า จนจบจึงได้รับราชการทหารบกจวบได้รับยศร้อยเอกและเคยได้ร่วมสมรภูมิถึง 2 ครั้งคือสงครามอินโดจีนและสงครามมหาบูรพา พอกลับจากศึกสงครามถูกมรสุมร้ายทางการเมืองกระทำเอาถูกจองจำพร้อมกับจอมพล ป. พิบูลสงคราม - หลวงเสรี - หลวงวิจิตรวาทการ และคนอื่นๆในข้อหาอาชญากรสงครามเมื่อได้รับการปลดปล่อยหลวงเสรีได้ไปบวชที่วัด เบญจมบพิตร ส่วนหลวงพ่อสำเนียงท่านไปบวชอยู่ที่วัดกัลยาณมิตรฝั่งธนบุรี ท่านตั้งใจบวชเพียง 15 วันแต่พอบวชได้ 3 วันก็มีเหตุการณ์เมืองขึ้นมาอีกจึงทำให้ท่านเปลี่ยนความตั้งใจ เหตุการณ์บ้านเมืองกำลังยุ่งเหยิงจอมพล ป. พิบูลสงครามได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกวาระหนึ่ง แต่ต้องการให้หลวงพ่อสำเนียงกลับไปรับราชการอีก ทว่าท่านไม่ยอมสึกทั้งได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่าจะขอยึดเอาผ้ากาสาวพัสตร์หุ้ม ห่อร่างกายจนกระทั่งตายพบนครร้างในนิมิตก่อน ที่หลวงพ่อสำเนียงจะมาบุกเบิกทุ่งร้างกลางป่าทึบให้มาเป็นวัดวาอารามอัน พรั่งพร้อมไปด้วย โบสถ์ วิหาร ศาลา โรงธรรมที่สวยงามนั้น ท่านกล่าวว่า - ขณะที่ท่านพำนักจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในก.ท.ม.ท่านได้เกิดนิมิตขึ้นว่า ได้เห็นปราศาทร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งการนิมิตเห็นนี้ไม่ได้หลับตาเห็น แต่เป็นแบบลืมตาเห็นภาพขึ้นมา เมืองร้างแห่งที่ ท่านพบเห็นในนิมิตนี้มีสมบัติล้ำค่าถูกฝังอยู่มากมายมหาศาล คนเฝ้าสมบัติล้ำค่านี้บอกกับท่านว่า....ใครจะมาเอาสมบัติเหล่านี้ไปไม่ได้ คนที่จะมาเป็นเจ้าของจะต้องมาสร้างเมืองนี้ให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเหมือน เดิมเสียก่อน และคนที่จะมาอยู่เมืองนี้ได้จะต้องเป็นคนดี มีศีลธรรม ถ้าไม่เช่นนั้นจะหาความเจริญขึ้นมาไม่ได้นอกจากพินาศล่มจมเท่านั้น เพราะสถานที่แห่งนี้คือที่ตั้งเมืองธรรมานครอมรวดีศรีธานินทร์ มหินทรามหาเลิศลบภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์มาก่อนหลังจากหลวงพ่อสำเนียงได้นิมิตเห็นเมืองธรรมานครแล้วท่านเดินทางสู่เมือง ร้างแห่งนี้โดยทางรถไฟไปลงสถานีงิ้วราย จากนั้นลงเรือต่อไปตลาดลำพญาต่อเรือไปอีก 3 ช.ม.จึงถึงตลาดลำพญาจากตลาดเดินเท้าอีก 4 ก.ม.โดยประมาณจึงถึงวัดแหลมชะอุย เป็นสถานที่รกร้างว่างเปล่าเหลือแต่ซากปรักหักพัง พอให้รู้ว่าสถานที่นั้นเคยเป็นวัดมาก่อนที่ๆแห่งนั้นเมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เต็มไปหมด ทำให้สถานที่นั้นร่มรื่นและเงียบสงัดวังเวงยิ่งนัก จึงมีสัตว์นาๆชนิด เช่นงูเห่า งูจงอางเป็นต้นเพราะปราศจากผู้คนสัญจรไปมา มีแต่บริเวณทุ่งกว้างที่ร้างซึ่งมีเด็กเลี้ยงควายอยู่จำนวนหนึ่งเท่านั้น เด็กพวกนั้นปราศจากเสื้อผ้านุ่งห่มเพราะความแห้งแล้งทุรกันดารความยากจนของ ครอบครัว พ่อแม่เด็กเหล่านั้นหากินทางทุจริตลักลอบหาวัตถุโบราณในบริเวณวัดร้างแห่ง นี้เพื่อนำเอาไปขายเมื่อท่านไปถึงท่านได้เดินเข้าไปดูในโบสถ์ปรากฏว่าถูกปัดกวาดดูสะอาดสะอ้าน คล้ายกับมีคนมาอาศัยอยู่ ท่านจึงตัดสินใจที่จะอยู่ ณ. วัดร้างแห่งนี้ โดยท่านตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะพัฒนาวัดร้างแห่งนี้ร่วมกับชาวบ้านในถิ่นนี้ ให้เจริญ ท่านจึงได้ยึดเอาโบสถ์เป็นที่อยู่อาศัย แต่ท่านหารู้ไม่ว่าที่แห่งนี้คือที่ซ่องสุมของพวกโจรและเสือร้ายปล้นฆ่าชื่อ ดัง คือ เสือแคล้ว เสือสด เสือเลียง เสือสมหมาย เสือผาด ทั้ง 5 เสือดังกล่าวทางการได้หมายหัวเอาไว้แล้วว่าต้องจับตายลูกเดียว พวกนี้หาทรัพย์มาได้เท่าไหร่ก็จะนำมาแบ่งปันที่นี่ประจำเพราะเป็นจุดศุนย์ กลางระหว่างจังหวัดนนทบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี มีอยู่วันหนึ่งเสือร้ายเหล่านั้นปล้นทรัพย์ได้มาก็นัดกันมาแบ่งสมบัติที่ โบสถ์ร้างแห่งนี้ เมื่อเสือแคล้วมาแอบเห็นหลวงพ่อสำเนียงอยู่ในวัดก็สบถจะต้องฆ่าพระองค์นี้ ให้ได้ เพราะกลัวท่านมารู้เห็นความลับ อีกหรือท่านปลอมมาเป็นพระเพื่อมาสืบจากทางราชการ เสือแคล้วจึงตกลงกับพวกอีก 4 เสือจะต้องฆ่าท่านคืนแรกเสือแคล้วมาคนเดียวก้าวเข้าไปยืนในโบสถ์เห็นเพียง แสงเทียนสลัวๆพอเห็นว่ามีพระนั่งสมาธิอยู่ เมื่อเพ่งเข้าไปหมายจะฆ่าหลวงพ่อปรากฏว่า คุณพระช่วยภาพ ที่เขามองเห็นไม่ได้มีพรอยู่องค์เดียวเหมือนที่เขาเห็นตอนกลางวันเสียแล้ว เพราะภายในโบสถ์เต็มไปด้วยพระสงฆ์ห่มสีกลักกำลังนั่งสมาธิเต็มไปหมด พระเหล่านั้นต่างนั่งสมาธิอย่างสงบโดยไม่สนใจกับภายนอกโบสถ์เลย เสือแคล้วนึกอยู่ในใจว่าพระมาจากไหนเยอะแยะก็ตอนกลางวันเห็นมีอยู่องค์เดียว ส่วนมือยังกำปืนแน่นอยู่ในลักษณะพร้อมยิงเสมอ ในที่สุดก็เลิกล้มความตั้งใจ เพราะไม่ทราบว่าจะทำวิธีไหนที่จะฆ่าพระได้หมด หลังจากนั้นสหายอีก 4 เสือก็ผลัดกันมาทุกคืนโยผัดเปลี่ยนกันกับเพื่อนทุกคนในกลุ่ม ผลปรากฏว่าเหตุการณืเหมือนกันทุกครั้ง 4 วันเต็มๆผลสุดท้ายเขาและเพื่อนยอมแพ้ในอภินิหารที่ได้ประสพมาจึงไม่อาจฆ่าท่านได้ ซึ่งคงเป็นเพราะบารมีของท่านซึ่งปฏิบัติธรรมเคร่งครัดเสมอมานั่นเอง เช้าของวันที่ 5 พวกเสือร้าย 5 คนได้ปรึกษาหารือกันเข้าไปกราบหลวงพ่อสำเนียงในโบสถ์และเล่าความจริงให้ท่าน ฟัง พวกเขาแนะนำตัวเองหลวงพ่อจึงถามไปว่า โยมพากันมาทำไมที่นี่ เสือแคล้วและพวกจึงสารภาพว่าต้องการมากราบขอขมาหลวงพ่อ กรรมใดที่ได้ล่วงเกินท่านไว้ขอให้ท่านอโหสิกรรมแก่พวกเขาหลวงพ่อท่านว่า เวรของผู้จองเวรย่อมไม่ระงับ แต่เวรของผู้ที่ไม่จองเวรย่อมระงับ อาตมาอโหสิให้ แต่กรรมโยมได้กระทำไปนั้นไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน กรรมนั้นย่อมตอบสนองในภายหลังไม่มีใครให้อภัยได้ ดังนั้นขอโยมจงหยุดการกระทำชั่วนั้นๆเสียแล้วให้เริ่มทำความดีต่อไป หมั่นรักษาศีลเพราะศีลจะทำให้ผู้ปฏิบัติให้เป็นผู้ที่สมบูรณ์ในโภคทรัพย์ ทั้งในภพปัจจุบันนี้และจะนำสู่สุขคติและนิพพานในภพหน้า เมื่อได้รับฟังธรรมะจากหลวงพ่อ เสือร้ายทั้ง 5 สำนึกผิดและซาบซึ้งในโอวาสของหลวงพ่อสำเนียง พวกเขาพร้อมที่จะปฏิบัติตามจึงได้มอบตัวเป็นลูกศิษย์ของท่าน พร้อมได้ปวาราณาตัวว่าจะเลิกทำชั่ว แล้วตั้งอยู่ในศีลธรรมต่อไปนี่ แหล่ะคือสัจธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ให้ชาวโลกละความชั่ว ประพฤติแต่ความดีในที่สุดธรรมะย่อมชนะอธรรม สมดังที่พระองค์ตรัสไว้ทุกประการ สาธุ...ถ้าเรื่องราวนี้ได้มอบคติธรรมะแก่ท่านทั้งหลายดิฉันขออนุโมทนาบุญกุศลนี้แด่หลวงพ่อสำเนียง อยู่ถาวรด้วยค่ะสาธุ



ตํารายาส่วนหนึ่งของหมอพร หรือกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์



ยาแก้โรคมะเร็งขนานที่ ๑ ท่านให้เอา หัวยาข้าวเย็นเหนือ ๑ หัวยาข้าวเย็นใต้ ๑ กํแล้วามะถันเหลือง ๑ ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้เอาหนักอย่างละ ๔ บาทเท่ากัน กะลามะพร้าวแก่ (ผ่าเป็น ๔ ส่วน เอา ๓ ส่วน) ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้นํามาใส่หม้อดินต้มกับนําพอสมควร ใช้นํารับประทานต่างนําชา จนนํายาจืด มีสรรพคุณแก้โรคมะเร็ง ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล เคยใช้รักษาหายมาแล้วฯขนานที่ ๒ ท่านให้เอา กระดูกงูเห่า ๑ หัวยาข้าวเย็นเหนือ ๑ หัวยาข้าวเย็นใต้ ๑ ทิ้งถ่อน ๑ แก่นมะเกลือ ๑ มะเดื่อปล้อง ๑ ตัวยาทั้ง ๖ อย่างนี้เอาอย่างละเท่าๆกัน นํามาใส่หม้อดินต้มกับนําพอสมควร ใช้นํารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา เวลาก่อนอาหาร วันละ ๓ เวลา มีสรรพคุณแก้โรคมะเร็งทุกอย่าง เป็นยาตัดรากโรคมะเร็งให้หายขาด เคยใช้รักษาหายมามากแล้ว ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯยาแก้ปวดเมื่อยต่างชนิดขนานที่ ๑ ท่านให้เอา ลูกข่อย ๑ ขนาน, แห้วหัวหมู ๑ขะนาน,หางไหลหัวเผือก หนัก ๒๐ บาท, กรุงเขมา หนัก ๒๐ บาท, ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้นํามาตากให้แห้ง ตําเป็นผง ผสมกับนําผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา ใช้รับประทานครั้งละ ๒-๓ เม็ด เวลาก่อนนอน เมื่อรับประทานยานี้ได้ผลดีแล้ว ต้องกรวดนําอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าของยาขนานนี้ด้วย มีสรรพคุณแก้ปวดเมื่อยได้ผลดีชะงัดแลฯยาแก้ปวดขาอย่างรุนแรงท่าน ให้เอาเถากะทกรก หนัก ๑ บาท, หญ้างวงช้าง ๑, รากคนทา ๑, ขิงแห้ง ๑,หัวข่า ๑,หญ้าหางช้าง ๑, ตัวยาทั้ง ๖ นี้เอาหนักอย่างละ ๑๐ บาทเท่ากัน ตัวยาทั้ง ๖ อย่างนี้นํามาใส่หม้อดินต้มกับนําสามส่วน ต้มเคี่ยวให้เหลื่อนํา ๑ ส่วน ใช้รับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยกาแฟ เวลา เช้า กลางวัน เย็น วันละ ๓ เวลา มีสรรพคุณแก้โรคปวดขาอย่างรุนแรงให้หายไปได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯยาลดความอ้วนท่าน ให้เอา ต้นบอระเพ็ด จำนวนมากพอสมควรนำมาล้างนำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆตากแดดให้แห้ง บดให้ละเอียด ผสมกับ นำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา ใช้รับประทานครั้งละ ๓ เม็ด เวลาก่อนอาหารเช้า ทุกวันติดต่อกันประมาณ ๑ เดือน ความอ้วนจะค่อยๆลดลงไปตามลำดับ โดยไม่เสื่อมเสียสุขภาพและไม่เป็นการทรมารสังขารอีกด้วย มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯยาลดไขมันในร่างกายขนานที่ ๑ ท่านให้เอา ต้นแห้วหมูทั้งห้า (ถอนเอาทั้งต้นตลอดถึงราก) จำนวนมากน้อยตามต้องการ นำมาล้างนำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆตากแดดให้แห้ง คั่วไฟให้สุกเหลือง ใช้ชงกับนำร้อนรับประทานต่างนำชา มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในร่างกาย ได้ผลอย่างชะงัดนักแล เคยใช้รักษาได้ผลดีมาแล้วฯขนานที่ ๒ ท่านให้เอา เมล็ดกาแฟดิบๆจำนวน ๑๔ เมล็ด นำมาแช่นำไว้ในตู้เย็นตอนกลางคืน รุ่งขึ้นเช้า นำเอาเมล็ดกาแฟนั้นมาต้มกับนำ ประมาณ ๓-๔ ถ้วยแกง ต้มเคี่ยวให้นานๆ ใช้นำยารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น วันละ ๓ เวลา ติดต่อกัน ๗ วัน มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในร่างกายได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯยาแก้โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดท่าน ให้เอา หัวกระเทียมโทน (กระเทียมหัวเดียวโดยเพาะ ไม่มีกลีบ) ๒๑หัว นํามาปอกเปลือกแล้วใส่โหล หรือ ใส่โถ ใส่นําผึ้งแท้ลงผสมให้ท่วมหัวกระเทียม ปิดฝาโหล หรือ โถ ให้สนิท หมักดองไว้ ๗ วัน ติดต่อกัน มีสรรพคุณแก้โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯยาแก้โรคหัวใจขนานที่ ๑ ท่านให้เอา หัวยาข้าวเย็นทั้ง ๒ (คือหัวยาข้าวเย็นเหนือ ๑ หัวยาข้าวเย็นใต้ ๑)กํามะถันเหลือง ๑, กําแพงเจ็ดชั้น ๑, ทองพันชั่ง ๑, ชะเอมเทศ ๑,ตัวยาทั้ง ๖ อย่างนี้เอาหนักอย่างละ ๑๐ บาทเท่ากัน นํามาใส่หม้อดินต้มกับนําพอสมควร ใช้นํายารับประทานครั้งละหนึ่งถ้วยชา เวลาหลังอาหารวันละ ๓ เวลา มีสรรพคุณแก้โรคหัวใจโต ซึ่งมีอาการหัวใจเต้นปรกติ อ่อนเพลีย เหนื่อยหอบให้หายไป ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯขนานที่ ๒ ท่านให้เอาต้นไมยราบ (เอาทั้งต้นตลอดถึงราก) นำมาล้างนำให้สะอาด สับเป็นชิ้นเล็กๆตากแดดให้แห้ง คั่วไฟให้สุกเหลือง ใช้ชงกับนำร้อนรับประทานต่างนำชา มีสรรพคุณแก้โรคหัวใจสั่น หรือ หัวใจเต้นแรงผิดปรกติ ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล เคยใช้รักษาได้ผลดีมาแล้วฯขนานที่ ๓ ท่านให้เอา ต้นและใบบัวบก จำนวนมากพอสมควร นำมาล้างนำให้สะอาด ตำให้แหลก คั้นเอานำ ผสมกับ นำตาลทรายแดง หรือ นำตาลทรายขาว ก็ได้ พอมีรสหวานเล็กน้อย ใช้รับประทานครั้งละ ๑ แก้ว วันละ ๓ เวลา ติดต่อกันประมาณ ๗-๑๐วัน มีสรรพคุณแก้โรคหัวใจ ซึ่งมีอาการเจ็บปวดที่หน้าอกข้างซ้าย หายใจขัด เหนือยง่าย ออ่นเพลีย มีเหงื่อออกอยู่ตลอดเวลา ได้ผลดีชะงัดนักแล เคยใช้รักษาตัวเองหายขาดมาแล้วฯขนานที่ ๔ ท่านให้เอา หัวผักกาดขาวสด (หัวไชเท้า) นำมาล้างนำให้สะอาด ปอกเปลือกแล้ใช้จิ้มนำผึ้งแท้ รับประทานครั้งละ ๑ หัว เวลาเช้า-เย็น ทุกวัน ประมาณ ๑๕ วัน มีสรรพคุณแก้โรคหัวใจ ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ เมื่อหายโรคแล้ว ให้ใส่บาตรพระ ๕ องค์ อุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าของยาขนานนี้ด้วยฯขนานที่ ๕ ท่านให้เอา มะพร้าวออ่น ๑ ลูก นำมาปอกตัดหัวออก เอาต้นคื่นฉ่ายสด นำมาหั่นเป็นท่อนๆประมาณ ๑ กำมือ ใส่ลงในผลมะพร้าวออ่นนั้น นำไปเผาไฟให้เดือดประมาณ ๕-๑๐ นาที ใช้นำมะพร้าวพร้อมกับคื่นฉ่ายนั้นรับประทานให้หมด ให้ปรุงยานี้รับประทานวันละ ๑ ครั้ง ติดต่อกัน ๗ วัน แล้วปรุงยานี้รับประทานวันเว้นวัน ต่อไปอีกประมาณ ๑-๒ เดือน มีสรรพคุณแก้โรคหัวใจ ซึ่งมีอาการหายใจขัด ปวดเจ็บที่หน้าอกข้างซ้าย ออ่นเพลีย ไม่มีแรง ให้หายขาด ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล เคยใช้รักษาได้ผลดีมาแล้วฯ
ยาแก้โรคความดันโลหิตสูงขนานที่ ๑ ท่านให้เอาต้นกาฝากมะม่วงทั้ง ๕ (เอาทั้งต้นตลอดถึ่งราก) จำนวนมากพอสมควร นำมาตากแดดให้แห้ง ใส่หม้อดินต้มกับนำพอสมควร ใช้นำยารับประทานต่างนำชา มีสรรพคุณแก้โรคความดันโลหิตสูงให้ลดลง อาการปวดศรีษะจะพลันหายไป ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล ฯขนานที่ ๒ ท่านให้เอา รากมะละกอตัวผู้ (เอารากทางทิศตะวันออก ตัดหัวและปลายรากทิ้งเสีย) ๑ กำมือ กับ สารส้ม (ก้อนขนาดเท่าหัวแม่มือ) ๑ ก้อน นำมาใส่หม้อดินต้มกับนำพอสมควร ใช้นำยารับประทานครั้งละ ๑ แก้ว วันละ ๒-๓ ครั้ง มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตสูงให้ลดลงเป็นปรกติ ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล ฯขนานที่ ๓ ท่านให้เอา คื่นฉ่าย (ที่ใช้รับประทานกับข้าวต้ม หรือใช้ใส่ ก๋วยเตี๋ยว) นำมาคั้นเอาเฉพาะนำ ใช้นำยารับประทาน มีสรรพคุณแก้โรคความดันโลหิตสูงให้หายเป็นปรกติ ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล ฯ
ยาแก้ความดันโลหิตตําท่าน ให้เอาหมูเนื้อแดง หนัก ๑ ก.ก กับพริกไทยร่อน ๑ กระป๋องนมข้น ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้ นํามาบดผสมกัน ใส่โถ หรือ ใส่โหล ใส่นําผึ้งแท้พอท่วมยา หมกข้าวเปลือกไว้ประมาณ ๑๕ วันขึ้นไป ใช้นํายาดองนี้ใช้รับประทานครั้งละ ๑ ช้อนโต๊ะ วันละครั้งทุกวัน เพียง ๕ วันเท่านั้น อาการป่วยโรคความดันโลหิตตํา และโรคโลหิตจาง จะหายเป็นปรกติ มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯ
ยาแก้โรคโลหิตจางท่าน ให้เอา ผลมะนาวสด ผ่าซีก บีบเอาเฉพาะนํา นํามาผสม กับนําหวานและปรุงด้วยเกลือทะเล (เกลือใส่แกง) พอสมควร ใส่นําแข็ง ใช้รับประทานบ่อยๆเป็นยาบํารุงโลหิต และ แก้โรคโลหิตจาง ทําให้มีผิวพรรณผุดผ่องมีนํามีนวล มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯ
ยาแก้โรคเบาหวานขนานที่ ๑ ท่านให้เอา รั้งผึ้ง (เอาทั้งรั้งพร้อมทั้งตัวอ่อน) ๑รัง, เหล้า ๑ ขวด, หัวกระชาย ๑๒ หัว, เปลือกตะโกนา (ต้นตะโกดัด สด หรือ แห้ง ก็ได้) ๓เปลือก, ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้ นํามาดองรวมกัน โดยนํารังผึ้งใส่ลงในโถ หรือ ใส่ลงในโหล เทเหล้าผสมพอท่วมรังผึ้ง ใส่หัวกระชาย (ซึ่งปอกเปลือกและทุบให้แตกเสียก่อน) และ ใส่เปลือกตะโกนา ลงผสม หมักดองไว้ ๓ วัน ใช้นํายาดองนี้รับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชาจีน เวลาก่อนอาหารเช้า-เย็น วันละ ๒ เวลา ทุกวันติดต่อกันไปจนครบ ๑ เดือน แล้วฯท่าน ให้เอา ต้นเหงือกปลาหมอ (เอาทั้งต้นตลอดถึงราก) จํานวนพอสมควรนํามาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง จํานวน ๖ ถ้วยชาจีน เอาพริกไทยร่อน จํานวน ๓ ถ้วยชาจีน บดให้ละเอียด ผสมกับนําผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา จํานวน ๑๐๘ เม็ด ใช้รับประทานครั้งละ ๑ เม็ด เวลาก่อนอาหารเช้า-เย็นทุกวัน ติดต่อกันไปจนครบ ๕๔ วันแล้วโรคเบาหวานจะหายขาด เจ้าของยาขนานนี้ได้ใช้รักษาตัวเองหายขาดมาแล้ว มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯ
ยาแก้โรคเหนื่อยหอบท่าน ให้เอา รากต้นกระดังงร หนัก ๖ บาท, รากต้นพิกุล หนัก ๕ บาท, รากต้นทองพันชั่ง หนัก ๕ บาท, หัวยาข้าวเย็นเหนือ หนัก ๔ บาท, ตัวยาทั้ง ๕ อย่างนี้ นํามาใส่หม้อดินต้มกับนําพอสมควร ใช้นํายารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา มีสรรพคุณแก้อาการเหนื่อยหอบให้หายไป ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ
ยาแก้เครื่องสืบพันธ์อ่อนท่าน ให้เอา หัวกระชาย ๑, ขมิ้นอ้อย ๑, พริกไทยร่อน ๑, ลูกกระวาน ๑, ว่านนํา ๑, ตัวยาทั้ง ๕ นี้เอาหนักอย่างละ ๓ บาทเท่ากัน นํามาตากแดดให้แห้งบดเป็นผง ละลายกับ นําผึ้งแท้ ก็ได้ นําตาลมะพร้าว ก็ได้ นําตาลโตนด ก็ได้ นําอ้อย ก็ได้ ปั้นเป็นลูกกลอน ใช้รับประทานเวลาเช้า-เย็น วันละ ๒ เวลา มีสรรพคุณแก้อาการเครื่องสืบพันธุ์อ่อนให้กลับคืนเป็นปรกติได้ผลดีอย่าง ชะงัดนักแลฯ
ยาแก้โรคเครื่องสืบพันธุ์ตายท่าน ให้เอา พริกไทยร่อน ๑ ผิวมะกรูด ๑ หัวกระชาย ๑ (ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้เอาอย่างละเท่าๆกัน) งูเห่า (ย่างไฟให้สุก) ๑ ตัว, ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้นํามาตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง ใช้ละลายกับนําตาลโตนด รับประทานวันละ ๒ เวลา เพียงเวลา ๒ อาทิตย์เท่านั้น จะปรากฎผลดีอย่างน่าอัศจรรย์แล เคยใช้รักษาได้ผลดีมาแล้วฯ
from http://board.palungjit.com/


พระคาถาพุทธ นะฤาชา
ให้ตั้งนะโม 3จบ


นะฤาชา กุติยะ ปัญจะลือ โสภะกัญจะ สะวะรัง วะรัง ฤามะหันตา นะมามิหัง
กรีนิ อักขรานิ ชาตานิ อุณาโลนาถัง เพชรตังโหติ อะสังวิสุโลปุสะพุภะ สัตถุโน
พุทโธ. (จบ)
พระคาถานี้ใช้ภาวนา เป็นเมตตามหานิยม ก็ได้ ใช้ทางคงกระพัน ก็ได้ กันภูติผีปีศาจก็ได้ เป็นทั้งมหาอำนาจ ก็ได้ ใช้ได้ 108 ประการ แล้วแต่อธิฐานเอา
พระคาถานี้หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้ถ่ายทอดให้หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร ซึ่งหลวงพ่อเป็นโอรส ของพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตุอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย ซึ่งเป็นรู้จักและเคารพนับถือกันมานาน
ข้าพเจ้าลูกศิษย์หลวงพ่อสำเนียง เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง ไว้ใช้ไว้ป้องกันตัว ยามคับขัน
จึงขออนุญาตนำมาเผยแผ่ และให้ช่วยกันรักษาสืบต่อไป



พระคาถากันตัวกันกระทำย่ำยีจากคุณไสย์ทั้งปวง


ตั้งนะโม 3 จบ


พุทธังกันตัง ธัมมังกันไป สังฆังกันอยู่ ปิตตะระ ปิตตะรัง กันสัง กันเว กันอุดกันปิด
กันนะ กันใน กันคุณ กันไสย์ กันเสน่ห์เล่ห์ลม กันผีทั้งกลม กันลมพระพาย กันคนฉิบหาย คนตายไม่ดี
กูจะกันฝูงผี มายีมายา กันคุณกันยา อักขระอักษรสามสิบสองตัว อะระหัง สวัสดีมีชัย สิทธิสวาหะ..(จบ)


ใช้ ภาวนากันตัวเองหรือ เสกข้าวกินเสกน้ำกินป้องกัน หรือภาวนาก่อนนอนเวลาต้องไปพักตามสถานที่ต่างๆ ป้องกันการรบกวนของวิญญาณร้าย หรือเสนียดจัญไร ป้องกันภูติผีปีศาจ และการกระทำทุกชนิด ทีใช้อำนาจอวิชา และวิญญาณร้ายมาทำร้ายเรา บ่ มิได้เลย






jeyon


ประวัติ


ซอ จียอน เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 สัญชาติเกาหลีและอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 13 ปีแล้ว สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนร่วมฤดี ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 2 คณะศิลปศาสตร์ เอกวิชาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ[1] มีผลงานก่อนที่ออกอัลบั้มคือ มิวสิกวิดีโอเพลงดีใจ ของท็อฟฟีและเดอะ แคนดี้ แบรนด์ เพลงเวลากับใจคน ของเป๊ก ผลิตโชคเพลงSensitive ของ แนน-วาทิยา และภายหลังได้ออกอัลบั้ม The eight ร่วมกับเดอะสตาร์


facebook ซอ จียอน http://www.facebook.com/people/Jiyeon-Seo/581401609#!/profile.php?id=100000154615739


[ แก้] ผลงานซอ จียอน


[ แก้] เพลง



  • สอนภาษารัก (จากอัลบั้ม :The Eight)

  • ฉันไม่มีที่ไป (จากอัลบั้ม :Single)


[ แก้] มิวสิกวิดีโอ



[ แก้] ละคร



เคยเป็นดารารับเชิญ รายการ ฮาจะเกร็ง


[ แก้] รายการโทรทัศน์




http://image.zoneza.com/images/13834HT_LEAPING_r.jpg


ชายสติเฟื่องฮาป่วนเมืองที่คนทั้งโลกต้องเทใจให้

กับสถานการณ์รอบตัวทั้งในประเทศและทั้งโลกที่มีแต่เรื่องวุ่นวายไม่หยุด หย่อนในแต่ละวัน ทำให้คนเราต้องหันไปหาสิ่งบันเทิงมาเติมเต็มสภาพจิตใจให้แข็งแรงกันมากขึ้น หนังตลกเบาสมองก็เป็นตัวช่วยที่ดีที่ทำให้เราลดความตึงเครียดลงไปได้ ไม่ว่าจะเป็นหนังตลกในประเทศเราเองที่ฉายกันให้เกลื่อนเมือง หรือจะเป็นหนังตลกจากเมืองนอกหรือตลกฝรั่ง ก็สามารถทำให้เรายิ้มได้ไม่แพ้กัน แต่ความที่วัฒนธรรมแตกต่างกันไปก็อาจทำให้ตลกฝรั่งบางเรื่องออกจะดูฝืดไป เสียหน่อย แต่สำหรับเรื่อง "มิสเตอร์ บีน" ถือเป็นตลกฝรั่งที่สามารถทำออกมาให้เราขำกันได้อย่างสากล และไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร มิสเตอร์บีนก็ยังถือเป็นตลกร่วมสมัยได้อย่างลงตัวจริงๆ

ถ้าพูดถึง โรแวน แอ็ตคินสัน หลายคนยังทำหน้างงๆ กันอยู่ว่าเขาคือใคร?? แต่ถ้าบอกว่า แอ็ตคินสันคนนี้แหละคือ "มิสเตอร์บีน" หนุ่มอังกฤษที่ออกจะติงต๊องหาเรื่องป่วนเมืองไม่เลิกรา บอกสรรพคุณเพียงเท่านี้ทุกคนก็ต้องร้อง อ๋อ ทันที เพราะ คนส่วนมากจะรู้จักเขาในชื่อ มิสเตอร์บีน มากกว่า โรแวน แอ็ตคินสัน และชื่อ มิสเตอร์บีน ที่ว่านี้แทบจะเรียกได้ว่ามันกลายเป็นชื่อหลักที่คนใช้เรียกเขาไปเสียแล้ว หากยิ่งทราบประวัติความเป็นโรแวน เราก็จะยิ่งทึ่งในความเป็นมิสเตอร์บีน เพราะเขาไม่ใช่เพียงนักแสดงตลกธรรมดาๆ ที่ไม่มีที่มาที่ไป แต่มิสเตอร์บีนที่เราเห็นๆ กันว่าเป็นชายสติเฟื่องในจอนั้น นอกจอเขาออกจะไม่ธรรมดานัก ความรู้ความสามารถของเขาผ่านการรับรองจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่คนทั่วโลก ต้องยอมรับกันเลยทีเดียว

ประวัติ

มิสเตอร์บีน หรือ โรแวน เซบาสเตียน แอ็ตคินสัน เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 1955 เขาเป็นหนุ่มอังกฤษที่เกิดมาในครอบครัวชาวนาที่อบอุ่นในแถบคอนเซตท์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเดอร์แฮม ครบถ้วนด้วยพ่อคือ อีริค และแม่คือ นางแอลลา เมย์ แอ็ตคินสัน นอกจากนี้เขายังมีพี่น้องผู้ชายอีก 2คนคือ รูเพิร์ต และรอดนีย์ แอ็ตคินสัน แม้ว่าโรแวนจะเกิดมาในครอบครัวของชาวนา แต่พ่อแม่ของเขาก็สนับสนุนด้านการศึกษาอย่างเต็มที่ ตั้งแต่วัยเยาว์ โรแวนได้เข้าเรียนที่โรงเรียนโบสถ์ในเมืองเดอร์แฮม จากนั้นก็ไปต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนเซนต์บีส์ และเข้า ศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ซึ่งถือเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของอังกฤษ เมื่อจบปริญญาตรีมาแล้วเขาก็ไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ควีนส์ คอลเลจ ซึ่งที่นี่เองที่ทำให้แววการเป็นนักแสดงตลกของโรแวนฉายออกมา จากการที่เขาได้เขียนบทละครและแสดงในงานของมหาวิทยาลัย (Oxford University Dramatic Society) รวมถึงละครชุดและชมรมละคร ซึ่งทำให้เขาได้รู้จักกับ ริชาร์ด เคอร์ทิส นักเขียนชื่อดังและนักแต่ง โฮเวิร์ด กูดอลล์ ซึ่งเขาก็ยังได้ติดต่อกันเรื่อยมา จนเมื่อเขาจบการศึกษามาแล้ว ใช่ว่าเขาจะนำความรู้ที่ได้เรียนมาเป็นเส้นทางหลักในการทำงาน หากแต่เขาได้ใช้ความรักในศิลปการแสดงจากภายในที่เขามี มาประยุกต์ใช้จนได้เดินไปในทางที่เขารัก ซึ่งงานแรกที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักคือ งานแสดงศิลปะโลกเทศกาล อีดินเบิร์ก ฟรินช์ ในปี ซึ่งเขาได้เริ่มการแสดงในแนวที่เขาถนัดคือแนวตลกอย่างเต็มตัว

โรแวนเป็นหนุ่มที่มองโลกในแง่ดี และตั้งแต่เด็กมานั้นเขาเป็นคนที่พูดติดอ่างมาโดยตลอด แต่อาการดังกล่าวก็หาได้เป็นปมด้อยของเขาไม่ เมื่อเขาโตขึ้น อาการติดอ่างก็ลดลงจนไม่ถือเป็นปัญหาสำหรับโรแวนอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อใดที่เขารู้สึกเครียดหรืออยู่ในสถานการณ์ที่กดดัน ก็จะทำให้เขาติดอ่างขึ้นมาได้อีกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาต้องออกเสียงใน ตัวอักษร บี (B) ซึ่งนี่ยังเป็นปัญหาของเขาอย่างต่อเนื่อง แต่เขาก็จะหาทางแก้ปัญหาหรือเอาชนะปัญหานั้นอย่างชาญฉลาด โดยจะออกเสียงคำนั้นๆ อย่างชัดเจน และเน้นจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และทำให้คนทั่วไปติดภาพความเป็นตัวตนของ โรแวน แอ็ตคินสัน นี่เองที่เป็นจุดสร้างความฮาให้กับคนทั่วไปได้อย่างมาก และก่อนที่เขาจะทำการแสดง เขาก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการออกเสียงอย่างมาก โดยจะมีการเขียนสคริปท์เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจ และลดปัญหาการออกเสียงผิดๆ ที่จะเกิดขึ้นสำหรับโรแวน จนวันนี้ ลักษณะของ มิสเตอร์บีนโดยโรแวน แอ็ตคินสันนั้น ก็ได้สร้างความคุ้นเคยให้คนทั่วไปได้รู้จักและรักเขาเสมือนตลกสมัยก่อน ชาร์ลี แชปลิน นอกจากนี้โรแวนยังได้รับฉายาว่าเป็นตลกหน้าย้วย เพราะหากดูให้ดี การแสดงที่เขาได้ถ่ายทอดออกมานั้นจะไม่เน้นบทสนทนาเป็นหลัก แต่จะสื่อออกมาในรูปแบบของหน้าตาที่ปรับเปลี่ยนไปมาของเขา ที่ทำให้ดูตลกได้ไม่ว่าเขาจะทำหน้าอย่างไร

จากพรสวรรค์ที่มีในตัวของโรแวน ในปี 1978 เขาได้รับการเสนอให้ทำละครชุดเรื่อง "Not the Nine O'Clock News" ซึ่งอำนวยการสร้างโดย จอห์น ลอยด์ ส่วนตัวเขาเองนั้นก็รับหน้าที่ถนัดในส่วนของการเขียนบทละคร และร่วมแสดงกับพาเมล่า สตีเฟนสัน, กริฟฟ์ รีส จอห์น และ เมล สมิธ ความสำเร็จของ Not the Nine O'Clock News นั้นทำให้เขาได้รับงานต่อเนื่อง ในปี 1983 เขาก็ได้รับงานเรื่องต่อมาคือ "Black Adder" ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ได้ทำหน้าที่การเขียนบทเช่นเคย แต่ในครั้งนี้เขาได้ทำงานร่วมกับ ริชาร์ด เคอร์ทิส ผู้ที่เขาได้รู้จักมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ และแม้เรื่อง Black Adder จะเป็นละครชุดเรื่องใหม่ แต่ก็สามารถเรียกความนิยมได้เป็นอย่างดี จนทำให้ได้รับการแต่งภาค 2-4 ตามออกมาอย่างต่อเนื่องใน ทั้ง Black Adder the Third และ Black Adder Goes Forth ซึ่งละครชุดดังกล่าวก็ได้สร้างกระแสความนิยม และถือเป็นการประสพความสำเร็จอย่างมากของช่อง BBC ในปี 1980

นอกจากนี้ในส่วนของละครที่เป็นที่นิยมอย่างมากอีกเรื่องหนึ่ง ที่เรียกเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกคือ "Mr. Bean" ซึ่งในช่วงแรกนั้น Mr. Bean ได้รับผลิตการออกมาชิมลางก่อนเพียงครึ่งชั่วโมง ในช่อง Thames และแน่นอนว่าความนิยมในตัวละครเรื่องMr. Bean นั้นก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ละครขำฮาดังกล่าวถูกสร้างออกมา อย่างต่อเนื่อง และได้รับการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 1997 เรื่อง Mr. Bean นี้ก็ได้รับความร่วมมือจากดารานำแสดงจากเรื่อง Not the Nine O'Clock คือ เมล สมิธ และเรื่องนี้เองที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลจนทำให้โรแวน แอ็ตคินสันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ค่าตอบแทนที่ได้มาอย่างมากมายนั้นก็ทำให้เขาสามารถนำเงินไปซื้อสิ่งที่เขา รักได้ นั่นคือรถยนต์ McLaren F1 ต่อมา ได้มีการดึงไอเดียจากเรื่อง Mr. Bean มาสร้างเป็นภาพยนตร์ และแน่นอนว่า Mr. Bean ได้รับการตอบรับอย่างดีจนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้งในปี 2006 ซึ่งโรแวนเองได้กล่าวว่านี่อาจจะถึงจุดอิ่มตัวแล้วสำหรับเขาในการที่จะสวมบท Mr. Bean ด้วยอายุของเขาเองที่มากขึ้นและ Mr. Bean เองก็น่าจะหยุดเพื่อที่จะอยู่ในความทรงจำที่น่าประทับใจเพียงเท่านี้

โรแวน แอ็ตคินสันนั้นขึ้นทำเนียบ 50 ดาราฮาระเบิดใน เกาะอังกฤษในปี 2003 และต่อมาในปี 2005 โพลก็ได้โหวตเขาขึ้นมาจากดาราตลก 50 คนให้เขากลายเป็นดาราตลกที่สร้างความฮาได้มากที่สุด และจากความตลกที่มีในสายเลือดของเขา ทำให้เขาได้รับการทาบทามให้ถ่ายโฆษณาจากสินค้าและสื่ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ฮิตาชิ, ฟูจิฟิล์ม และโครงการบริจาคเลือด

โรแวนนั้นถือเป็นดาราที่ร่ำรวยคนหนึ่ง ประเมินกันว่าเขามีเงินถึง 60 ล้านปอนด์เลย ทีเดียว ซึ่งถ้าถามว่าร่ำรวยขนาดนี้ เขาเอาเงินไปซื้อหาความสุขเข้าตัวด้วยการซื้ออะไร ก็ต้องบอกเลยว่าโรแวนชอบการแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจ โดยเมื่อเขายังเป็นเด็กหนุ่มอยู่ที่ฟาร์มของบ้านเขานั้น เขามักจะขับรถมอรร์ริส ไมเนอร์ของแม่วนไปรอบโรงนาเสมือนหนึ่งเป็นรถไถ และใช่ว่าเขาจะขับเป็นเฉพาะรถทั่วไป สำหรับโรแวนแล้ว เมื่อต้องการที่จะรู้เรื่องอะไรก็ตาม เขาต้องรู้ให้ซึ้ง และสามารถเข้าถึงได้ทุกเรื่องที่เขารัก เรื่องรถก็เช่นกัน เขาสามารถขับรถได้แทบทุกประเภท รวมถึงรถใหญ่ซึ่งเขาก็ได้ใบอนุญาตขับรถใหญ่มาแล้วด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ด้วยความที่เขาเป็นคนที่สนใจเรื่องรถเป็นอย่างมาก เขายังได้ใช้ความสามารถในการรักการเขียนของเขาไปเขียนบทความให้กับหนังสือ ชื่อดังเกี่ยวกับรถของอังกฤษ ชื่อ Car and Evo Magazine

นอกจากโรแวนจะเป็นคนที่ชอบรถแล้ว เขายังชอบแข่งรถอีกด้วย และถึงแม้เขาจะไม่ค่อยได้มีโอกาสออกไปแข่งรถตามที่ใจเขารักบ่อยนัก แต่เขาก็นำความอยากเป็นนักแข่งมาใส่ตัวตนของเขา และเสนอออกมาในรูปแบบของการเล่นละครได้ในที่สุด ซึ่งมันก็สามารถไปด้วยกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว ในปี 1995 เขาได้สวมบทบาทของนักแข่งรถชื่อดังเฮนรี่ เบอร์กิน ในการแสดงละครทางโทรทัศน์เรื่อง "Trottle" พร้อมกันนี้โรแวนก็ได้สะสมรถไว้หลายรูปแบบ เริ่มที่แอสตัน มาร์ติน วี 8 ซึ่งเป็นรถคันแรกของเขาซึ่งเขาได้ใช้เงินก้อนแรกจากการเป็นนักแสดงซื้อมา เพราะติดใจในรูปแบบของของรถ เนื่องจากเขาได้ใช้รถดังกล่าวในการแสดง และรู้สึกชอบอย่างมาก จึงได้ซื้อมาเก็บไว้เป็นของส่วนตัว ต่อด้วยแอสตัน มาร์ติน 8 ซากาโต้, รถยนต์ออดี้ A 8 ซึ่งถือเป็นรถที่ใช้สำหรับครอบครัว และยังมีรถอื่นๆ อีกหลายคัน ซึ่งส่วนมากจะเป็นรถแข่งมากกว่ารถขับทั่วไป แต่รถที่โรแวนไม่ซื้อเลยคือรถปอร์เช่ เนื่องจากเขาให้เหตุผลว่า ถึงแม้ว่าปอร์เช่จะเป็นรถที่วิเศษที่สุด แต่เขาก็รู้ว่าเขาเข้ากับมันไม่ได้




สำหรับชีวิตส่วนตัวของโรแวนนั้นเขา ได้แต่งงานกับ ซูเนตรา แซสตรี เมื่อปี 1990 งานแต่งงานของเขาจัดขึ้นอย่างเงียบๆ ณ ห้องน้ำชาแบบรัสเซียในเมืองนิวยอร์ก และทั้งสองก็ได้กลับไปใช้ชีวิตคู่ที่เมืองอ๊อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ โดยมีพยานรักด้วยกัน 2 คนคือ ลิลลี่ และเบนจามิน

โรแวน แอ็ตคินสัน ชายผู้สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้คนทั่วโลก วันนี้เขาทำหน้าที่เสมือนทูตแห่งความสุข และความสามารถในการสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้คนทั่วไป ถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งเลยทีเดียว ที่ใดมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มนั่นหมายความว่าที่นั่นมีความสุข ความสงบและสันติก็จะเกิดขึ้น ลองหันมามองบ้านเราสิว่า รอยยิ้มและเสียงหัวเราะในวันนี้จางหายไปหรือไม่ และเราจะเรียกมันกลับคืนมาได้อย่างไร...



จาก muekdum

from http://smf.ruk-com.in.th/?topic=10220.0



ยยย




บรู๊ซ ลี ( Bruce Lee)
ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง


"ฝึก กังฟูไปแล้ว ถ้าหากไม่สามารถขจัดกิเลส คือความโกรธ ความเกลียด ความกลัวภายในจิตใจของตัวเองไปได้ ต่อให้มีอายุถึง 100 ปีก็ยังมีแต่ความทุกข์ แต่ถ้าหากฝึกกังฟูไปแล้วสามารถขจัดกิเลส คือ ความโกรธ ความเกลียด ความกลัวภายในจิตใจไปได้ ต่อให้มีชีวิตอยู่ เพียงวันเดียวก็ประเสริฐกว่ามากมายนัก"


วาทะของอาจารย์ยิปมัน จากภาพยนตร์เรื่อง DRAGON - THE BRUCE LEE STORY.


บรู๊ซ ลี ( Bruce Lee) เป็นดาราจีนที่โด่งดังในระดับฮอลลีวู้ด ด้วยความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้แบบจีทคุนโด้ เขาสามารถพูดอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และยังเป็นแชมเปี้ยนเต้นชะชะช่า ในปี 1997 นิตยสารเอ็มไพร์ จัดเขาเป็นหนึ่งใน 100 ดารานำตลอดกาล

บรู๊ซ ลี เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 1940 บรู๊ซ ลี เป็นชื่อที่นางพยาบาลตั้งให้ เพราะมันเรียกง่ายและฟังดูเป็นฝรั่ง เหมาะกับซานฟรานซิสโก เมืองที่เขาถือกำเนิดขึ้นมา ส่วนชื่อจีนคือ ลี เสี่ยวหลง หรือ ลี จุน ฟาน ซึ่งมีความหมายว่า "เจ้ามังกรน้อย" บรู๊ซ ลี ไม่เพียงเกิดในปีมะโรงซึ่งถือเป็นปีมังกรตามความเชื่อของชาวจีนเท่านั้น แต่เขายังเกิดในช่วงเวลาของมังกรระหว่าง 06.00-08.00 น. ของเช้าวันนั้นด้วย

บรู๊ซ ลี เกิดในช่วงที่ ลีฮอยฉวน พ่อของเขาซึ่งเป็นนักแสดงงิ้วที่โด่งดังมากกำลังไปตระเวนแสดงพร้อมกับคณะ งิ้วกวางตุ้งในอเมริกา พ่อของบรู๊ซ ลีเป็นชาวจีนเต็มตัว ขณะที่เกรซ แม่ของเขานั้นเป็นลูกครึ่งจีน-เยอรมัน บรู๊ซ ลี เลยได้ถือสัญชาติอเมริกันโดยปริยาย หลังจากให้บรู๊ซ ลีไปปรากฏตัวในหนังขณะอายุได้เพียงสามเดือน พ่อของเขาก็พาครอบครัวกลับฮ่องกง

เมื่อเริ่มย่างเข้าวัยรุ่น บรู๊ซ ลี เข้าก๊วนกับพวกแก๊งเด็กเกเรแถวบ้าน ออกชกต่อยตะลุมบอนกับเด็กแก๊งอื่นไปทั่ว วันหนึ่งเขาโดนอัดจนเละเพราะไม่มีพรรคพวก ความเจ็บปวดและพ่ายแพ้เร้าให้เขาหาวิธีไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก ปี 2496 เส้นทางจอมยุทธ์ของลีก็เริ่มต้นขึ้น เขาฝากตัวเป็นศิษย์กับ อาจารย์ยิปมัน ปรมาจารย์มวยแห่งหยงชุน แรกเริ่มการศึกษาศิลปะป้องกันตัวทำให้ผยอง ไม่เกรงใคร เขาแต่งตัวแบบคนจีนโบราณไปไหนมาไหน หากใครสบตา เขาก็ไม่รอช้าที่จะท้าตีด้วยวิชามวยกังฟู


ปลาย เดือนเมษายน ค.ศ. 1959 ที่เกาลูนแห่งเกาะฮ่องกงมีการประลองมวยจีน ระหว่างศิษย์สองสำนัก ฝ่ายหนึ่งคือ บรู๊ซ ลี ในวัย 19 ปี ซึ่งขณะนั้นเป็นศิษย์ของอาจารย์ยิบมันเรียนมวยหย่งชุนอยู่ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งที่มาท้าประลองเป็นคนของสำนักหลงอี้ฝึกมวยใต้มา 4 ปีแล้ว สถานที่ประลองคือ ดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่งซึ่งตามปกติใช้เป็นสนามบาสเก็ตบอลตามกติกาที่ตกลงกัน ในตอนแรก คือ ต้องหยุดหมัดก่อนชกถูกลำตัวและหากผู้ใดหลุดออกนอกเส้นสนามบาสเก็ตบอลจะถือ ว่าเป็นฝ่ายแพ้

แต่ครั้นพอ บรู๊ซ ลี เพิ่งจะถอดเสื้อออก หมัดของคู่ประลองก็ใส่เข้ามาที่ใบหน้าของบรู๊ช ลี ทันที ทำให้กติกาที่ตกลงกันไว้ยกเลิก กลายเป็นการวิวาทกันอย่างไม่มีกติกาไปเสียแล้ว แต่การวิวาทในครั้งนี้กลับกลายเป็นว่า ฝ่ายนั้นถูก บรู๊ช ลี ต่อยลงไปนอนกับพื้นแล้วยังถูก บรู๊ช ลี ตามเข้าไปแตะซ้ำที่ใบหน้าอีกสองทีจนฟันหักหลายซี่และสลบคาที่ ขณะที่ตัว บรู๊ช ลี นอกจากรอยช้ำที่ขอบตาเพราะโดนหมัดทีเผลอในตอนแรกแล้วแทบไม่โดนต่อยเลย


ต่อ มา ผู้ปกครองของคู่ประลองได้เข้าแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินการกับบรู๊ช ลี ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ทำให้พ่อของบรู๊ซ ลี ต้องส่งเขาไปอยู่อเมริกา บรู๊ช ลี จึงเดินทางไปเมืองซานฟรานซิสโก ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1959 เขามาทำงานที่ร้านอาหารของญาติในซานฟรานซิสโกอยู่พักหนึ่ง แล้วย้ายไปซีแอตเทิล เป็นครูสอนเต้นรำ ซึ่งเขาเคยได้แชมป์ที่ฮ่องกงมาก่อน

จาก นั้นเขาก็มาเรียนวิชาปรัชญา ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เรียนจบแล้วย้ายไปแคลิฟอร์เนีย บรู๊ซ ลี พบกับลินดา ลี แคดเวลล์ ภรรยาที่แต่งงานอยู่กินกันขณะที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียนี่เอง พร้อมทั้งตั้งสถาบันสอนศิลปะป้องกันตัว สอนมวยจีนไปด้วย



เดือน กรกฏาคม ปี ค.ศ. 1964 บรู๊ช ลี ในวัย 24 ปี ได้ย้ายไปอยู่ที่โอ๊คแลนด์ อาชีพสอนกังฟู สร้างรายได้ให้ บรู๊ซถึง ชั่วโมงล่ะ 275 ดอลล่าร์ และเขียนหนังสือเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้จีนหลายเล่ม เขากับคู่หูเปิดรับนักเรียนกังฟูที่ไม่ใช่เอเชียอย่างเป็นทางการในเมืองโอ๊ก แลนด์ หลังจากสองปีก่อนเขาเคยเทรนคนผิวขาวคนแรกเล่นกังฟู และก่อนหน้านั้นเล็กน้อย มีสตูดิโอสอนกังฟูไม่จำกัดสีผิวเจ้าอื่นเปิดก่อนเป็นแห่งแรกในโลกที่ไชน่า ทาวน์ ในลอสแอนเจลิส

ที่โอ๊คแลนด์นี่เองที่เป็นจุดหักเหแห่ง วิถีมวยจีนของบรู๊ช ลี เพราะบรู๊ซ มีเหตุต้องประลองกับครูมวยจีนคนหนึ่งชื่อ หว่อง แจ๊คแมน โดยเมื่อบรู๊ช ลี มาเปิดสำนักมวยจีนที่โอ๊คแลนด์ โดยเปิดกว้างต่อชาวตะวันตก ทำให้ผู้อาวุโสชาวจีนโพ้นทะเลในไชน่าทาวน์ที่ซานฟรานซิสโกไม่พอใจเป็นอย่าง มาก และส่งสาส์นออกมาเตือนบรู๊ช ลี หลายครั้ง แต่เขาก็ไม่สนใจยังคงเปิดสำนักมวยสอนชาวต่างชาติอยู่อีก ในที่สุด ทางนั้นจึงส่ง หว่อง แจ็คแมนที่เชี่ยวชาญ หมัดกระเรียนขาว (มวยใต้ของมณฑลฮกเกี้ยน) เพื่อมาปราบ บรู๊ช ลี

ก่อนประลอง หว่อง แจ๊คแมน ได้พาลูกศิษย์และผู้เกี่ยวข้องราว ๆ 10 คนมาที่สำนักมวยของ บรู๊ช ลี โดยเรียกร้องให้เขายุติการสอนมวยจีนให้แก่คนต่างชาติ หรือไม่ก็ต้องรับคำท้าประลองจากตน และถ้าหากบรู๊ช ลี แพ้เขาจะต้องปิดสำนักหรือไม่ก็ต้องเลิกสอนชาวต่างชาติเสีย โดยทางฝ่ายหว่องคงแค่คิดจะขู่ บรู๊ช ลี ให้หงอแล้วยอมทำตามความเห็นของพวกผู้ใหญ่ในไชน่าทาวน์เท่านั้น แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร เมื่อ บรู๊ช ลี กลับรับคำท้าของหว่องจริง ๆ มิหนำซ้ำยังเป็นฝ่ายเสนอให้สู้กันโดยไม่มีกติกาข้อห้ามใด ๆ ทั้งสิ้นด้วย

บรู๊ช ลี สั่งให้ลินดาภรรยาของเขาและศิษย์ในสำนักของเขาทั้งหมดออกไปข้างนอก ข้างในมีแต่เขากับหว่องและพวกเท่านั้น เมื่อการประลองเริ่มขึ้น บรู๊ช ลี เป็นฝ่ายเข้าประชิดตัวหว่องแล้วออกหมัดตรงเป็นชุดใส่หว่องราวกับพายุบุแคม หว่องพยายามถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่างจาก บรู๊ช ลี เอาไว้แต่ บรู๊ช ลี กลับตามติดแล้วปล่อยหมัดชกออกไปไม่หยุดหว่องทนการบุกของบรู๊ช ลีไม่ไหวถึงกับหันหลังหนีไม่คิดสู้อีก บรู๊ช ลี ต้องกระโจนไปกระชากตัวหว่อง ทุ่มลงนอนกับพื้นเงื้อหมัดหมายเผด็จศึก จนหว่องเอ่ยปากยอมแพ้ การประลองในครั้งนั้นจึงยุติลง



แม้ บรู๊ช ลี จะได้ชัยอย่างง่ายดาย แต่ตัวเขากลับไม่พอใจในสไตล์การต่อสู้ของเขาในครั้งนั้นเลย เพราะเขาต้องใช้เวลาในการประลองนานถึงกว่า 30 วินาทีกว่าจะพิชิตคู่ต่อสู้ได้ ในขณะที่สไตล์การต่อสู้ในอุดมคติของบรู๊ช ลี คือต้องโค่นคู่ต่อสู้ให้ได้ภายใน 6 วินาที เท่านั้น

บรู๊ช ลี ได้วิเคราะห์จุดอ่อนในสไตล์การต่อสู้ของเขาในครั้งนั้นซึ่งใช้มวยหย่งชุนว่า ขาดฟุตเวอร์คที่ดีพอทำให้ต้องเสียเวลาไล่ตามคู่ต่อสู้ที่ถอยหนีไม่ยอมปะทะ ด้วย อาจกล่าวได้ว่า ผลจากการประลองกับหว่อง แจ๊คแมน เป็นจุดเริ่มต้นการคิดค้น วิชา "มวยจี๊ทคุนโด" ชื่อเสียงของบรู๊ซลี เริ่มโด่งดังจนถึงขนาดที่ว่าโรงเรียนสอนศิลปะการป้องกันตัวของญี่ปุ่นในซีแอ ตเทิล ต้องขอมาทดสอบฝีมือด้วย

บรู๊ซ ลี เริ่มเล่นภาพยนตร์ตั้งแต่ยังเป็นทารกหนึ่งขวบ จากนั้นได้เป็นดาราในหนังฮ่องกงมาตั้งแต่เด็กๆเรื่อยๆมา และเดินทางออกจากอเมริกาไปฮ่องกงเมื่อปี 1958 โดยไม่มีเงินแต่ใช้การสอนเต้นรำแลกทุนการเดินทาง เขาไปเรียนรู้กังฟูกับอาจารย์จีนหลายคนเพิ่มเติม จนกลายเป็นหนุ่มยอดกังฟู และยังเรียนคาราเต้เพิ่มเติม ในสาขา Kenpo Karate จากอาจารย์ญีปุ่นในกลางทศวรรษที่ 60




ภาพยนตร์ เรื่องแรกของบรู๊ซ ลี ที่ได้ฉายโรงในอเมริกาคือ Xi lu xiang หรือ My Son, Ah Chung (1950) ตอนที่เขายังอายุสิบขวบ จากนั้นลีเล่นภาพยนตร์มาตลอด เขาได้เข้าร่วมเป็นดารารับเชิญในทีวีมาตั้งแต่ปี 1966 รวมถึงได้เล่นซีรีย์ทีวีในอเมริกาเรื่อง เพชรฆาตหน้ากากแตน (The Hornet) ที่รับบทพระรองสวมหน้ากากภายใต้นามว่า เคโต้ โดยมีจุดเด่นที่เป็นคนช่วยพระเอกด้วยการใช้มวยกังฟู และทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา .มากกว่าพระเอกในเรื่องเสียอีก แต่ภาพยนตร์ที่โด่งดังในอเมริกาคือ Tang shan da xiong หรือ Fists of Fury (หนังปี 1971 ฉายในอเมริกาปี 1972) โดยหนังที่โดดเด่นของของ บรู๊ซ ลี ก็มีเช่น





THE BIG BOSS (1971) ถ่ายทำในประเทศไทย ชื่อไทย ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง ชื่อในอเมริกา Fists of Fury โดยมีสถานที่ถ่ายทำหลักที่จังหวัดกรุงเทพ และสระบุรี แสดงร่วมกับ เหมียวเข่อซิ่ว (Mao Ke-hsiu หรือ Nora Miao) ดาราดังในยุคนั้น ซึ่งในเรื่องนี้ เธอเล่นเป็นตัวประกอบแม่ค้าขายน้ำแข็งใส



THE FISTS OF FURY (1972) ชื่อไทย ไอ้หนุ่มซินตึ๊งล้างแค้น เรื่องราวของ เฉินเจิน ศิษย์เอกของอาจารย์ฮั่วหยวนเจี่ย ที่ล้างแค้นแทนอาจารย์ที่ถูกคนญี่ปุ่นวางยาพิษจนเสียชีวิต แสดงร่วมกับ เหมียวเข่อซิ่ว เช่นเดียวกัน



THE WAY OF THE DRAGON (1972) (หนังที่ทำรายได้มากที่สุด) ชื่อไทย ไอ้หนุ่มซินตึ๊งบุกกรุงโรม ร่วมแสดงโดย เหมียวเข่อซิ่ว และชัค นอริส โดยหนังเรื่องนี้ บรู๊ซ ลี กำกับ และเขียนบทด้วยตนเอง ทั้งยังได้เข้าไปถ่ายทำใน โคลอสเซียม ของอิตาลี อีกด้วย



ENTER THE DRAGON (1973) ชื่อไทย ไอ้หนุ่มซินตึ๊งมังกรประจัญบาน





GAME OF DEATH (1978) (หนังเรื่องสุดท้ายของ บรู๊ซ ลี) ชื่อไทย ไอ้หนุ่มซินตึ๊งเกมมรณะ (จริงๆแล้วหนังเรื่องนี้เป็นฟุตเตจที่ถ่ายไว้ไม่สมบูรณ์ ถ่ายหลังจากเรื่อง The way of dragom เพิ่งจบไป ถ่ายไว้ราวๆสี่สิบนาที เป็นฉากต่อสู้กับยอดฝีมือในด่านต่างๆ และพักไว้ หันไปสร้างเรื่อง Enter The Dragon ก่อน เมื่อเขาเสียชีวิต จึงได้นำมาปัดฝุ่น ถ่ายเพิ่มจนได้เป็นเรื่องนี้)

สิ่งหนึ่งที่บรู๊ซทำให้ศิลปะการ ป้องกันต้วมีความน่าสนใจคือ การบวกทัศนคติแบบเต๋าในการฝึกด้วย ดังจะเห็นว่าเขามักสอดแทรกปรัชญาในภาพยนตร์ของเขาบ่อยๆ ผ่านบทสนทนาของตัวละครเช่น..





  • "อย่า ยึดติดในรูปแบบใดๆ แต่จงปรับให้เหมาะกับตนเอง และพัฒนาจากจุดนั้นไป จงทำตัวให้เหมือนน้ำ สงบ ไร้รูปแบบตายตัว ไร้รูปทรงตายตัว น้ำ ถ้าคุณเติมน้ำลงไปในถ้วย มันก็มีรูปทรงเป็นแบบเดียวกับถ้วย ถ้าใส่ในขวด มันก็กลายเป็นขวด ใส่ในกาน้ำชา ก็มีรูปเดียวกับกานั้น น้ำนั้นไหลผ่านสิ่งกีดขวางก็ได้ หรือจะบดขยี้สิ่งที่เข้ามาขวางก็ได้ จงเป็นแบบน้ำในการต่อสู้นะเพื่อนเอ๋ย"

  • "เป้าหมายไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งที่ต้องไปถึงเสมอ บ่อยครั้งที่ความหมายมันเพียงแค่สิ่งที่เราเล็งไว้ก็ได้"

  • "ก็ เพราะคำว่าผม ไม่มีอยู่จริง การต่อสู้ที่ดีคือการเล่น เล่นแบบเอาจริง เมื่ออีกฝั่งรุก เราก็ถอย เมื่อเขาถอย เราก็รุก และเมื่อโอกาสเปิด ผมไม่ได้ลงมือจู่โจมมันจู่โจมเอง เทคนิคที่ดี หรือมีค่าแค่ไหน ล้วนกลับกลายเป็นแค่เชื้อร้ายทั้งนั้น ถ้าจิตใจไปยึดติดมัน"


บรู๊ซ ลี ยังมีอาชีพสอนกังฟูค่าตัวแพง และเขียนหนังสือเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้จีนหลายเล่ม ในปี 1964 เขากับคู่หูเปิดรับนักเรียนกังฟูที่ไม่ใช่เอเชียอย่างเป็นทางการในเมืองโอ๊ก แลนด์ หลังจากสองปีก่อนเขาเคยเทรนคนผิวขาวคนแรกเล่นกังฟู และก่อนหน้านั้นเล็กน้อยในปี 1964 มีสตูดิโอสอนกังฟูไม่จำกัดสีผิวเจ้าอื่นเปิดก่อนเป็นแห่งแรกในโลกที่ไชน่า ทาวน์ ในลอสแอนเจลิส

บรู๊ซ ลี ตำนวนกังฟู ของโลก นักแสดงชาวเอเชียผู้บุกเบิกวงการฮอลลีวู้ด เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 1973 ขณะอยู่กับดาราสาวชาวฮ่องกงติงเพ่ยเจีย ต่อมา วันที่ 3 กันยายนพ.ศ.1973 ศาลและคณะแพทย์ออกแถลงอย่างเป็นทางการว่า บรู๊ซ ลี หรือ หลีเสี่ยวหลง เสียชีวิตด้วยอาการสมองบวม เนื่องจากแพ้ยาแก้ปวดที่ติงเพ่ย ให้กินก่อนเขาจะหลับไป เป็นการตายโดยอุบัติเหตุไม่ใช่ฆาตกรรมด้วยวัยเพียง 32 ปี ขณะที่กำลัง โด่งดังและอยู่ในวัยที่ร่างกายกำยำแข็งแรง การเสียชีวิตของเขาได้สร้างข้อกังขาให้กับบุคคลหลายฝ่าย

หลักฐาน ต่างๆที่หนังสือพิมพ์เคยตีพิมพ์ มีตั้งแต่การที่รถพยาบาลที่มารับเขาไม่ยอมเปิดไซเรน ชายฉกรรจ์สองคนที่ พาติงเพ่ยออกจากบ้านไปก่อนรถพยาบาลกับ ตำรวจจะมา หรือ ห่อยาโดปสองห่อข้างเตียงล้วนแต่ไม่มีการกล่าวถึง หลายคนหยุดหงิดกับ บทสรุปไม่น่าตื่นเต้นเหมือนเรื่องที่สื่อมวลชนเขียนเอาราวกับแต่งนิยาย หรือบทหนัง คนแข็งแรงอย่างบรูซลีก็ไม่ควรตายเพราะเรื่องแค่นี้

ทุกคน ต่างถกเถียงถึง สาเหตุการเสียชีวิตของเขาว่าเป็นการฆาตกรรมมากกว่าโรคภัยจน มีเรื่องเล่ากันว่า บรู๊ซ ลี ตายเพราะการต่อสู้ จากนิสัยที่มีความหยิ่ง ผยองในความเก่งกาจของตัวเอง จนเกิดการท้าประลองกับยอดนักกังฟูของจีนแผ่นดินใหญ่การต่อสู้จบลงโดย บรู๊ซ ลี บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต


บาง คนเลยเถิดถึงขั้นยอมเชื่อว่า มันเป็นเพราะไสยศาสตร์ จนลือกันไปว่าบ้านพักของเขาที่เกาลูนตงในฮ่องกง สร้างทับปากถ้ำมังกรเก้าตัว จึงนำอาเพศมาให้ บ้างก็ยังมีถึงขนาดเชื่อว่าลียังไม่ตายเขาเพียงแค่หลอกปีศาจที่ตามมา เอาชีวิตเท่านั้น เมื่อถึงเวลาเขาจะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง



สื่อ ฮ่องกงเปิดเผยรายงานของผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกันรายหนึ่งถึงสาเหตุการเสีย ชีวิตของ บรู๊ซ ลี โดยตั้งข้อสันนิษฐานใหม่ว่ามีความเป็น ไปได้มากที่ สุดที่บรู๊ซจะเสียชีวิตด้วยโรคลมบ้าหมูอย่างเฉียบพลัน เนื่องมาจากการอดนอนและความเครียด ไม่ใช่มาจากอาการแพ้ยาตามรายงาน ชันสูตรศพในปี 1973



บรู๊ซ ลีเคยกล่าวไว้ในหนังสือที่บันทึกชีวประวัติ ของเขาว่า
"การ มีชีวิตอยู่นั้น ไม่สำคัญว่ายาวนานขนาดไหนความสำคัญอยู่ ที่ระหว่างที่มีชีวิตอยู่นั้น ได้ทำสิ่งที่ตนปราถนาหรืออยากทำหรือไม่ สำหรับตนนั้นได้ทำสิ่งที่ใฝ่ฝันสำเร็จแล้ว ดังนั้น ความตายจึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป"


ขอบคุณบ้านจอมยุทธ์ดอทคอม
ลิงค์บทความ
http://www.baanjomyut.com/library/bruce_lee/02.html


from http://muslimchiangmai.net/index.php?topic=4000.0







Download Here.



เป็นไงบ้างครับ ชาวน้องลีแฟนคลับทั้งหลายยยยยยย วู๊ๆๆๆ อย่าไปเครียดกับการเมือง เรามาดูน้องลีของเรากันต่อดีกว่าาาาาาา
ยังไงก็รับชมกันเล๊ยยยยยย น้องลี น้องลี น้องลี ชุดนี้แบบว่า มันยอดมาก ลองๆดูกันนะจ๊ะ
ไฟล์ เป็นของ media file กะ ziddu นะครับ


Download : mediafire|ziddu


น้องลีแฟนคลับ
น้องลีแฟนคลับ
น้องลีแฟนคลับ
น้องลีแฟนคลับ
น้องลีแฟนคลับ



from http://derm-derm.com



ต่อไปจะอัพเดทในเวปนี้นะครับ เวปกำลังพัฒนาอยู่ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วย ชุดนี้จะสไตล์ใสๆ sexy เล็กๆ


สำหรับคนที่ต้องการ set รูปเก่าๆ สามารถไปรับชมที่เวปเก่าได้นะครับ
www.leenotom.igetweb.com


Download










from


http://derm-derm.com



หลังจากห่างหายไปนาน น้องลีของเราก็ Comeback อีกครั้งหนึ่งแล้ว วะฮะฮะ


เซตนี้จะแบ่งเป็น 2 part นะครับ


ยังไงก็ขอบคุณ credit จาก พี่ aoffnott จาก soccersuck ด้วยนะคร๊าบบบ


Download :Mediafire| Ziddu







from http://derm-derm.com




เซ็ตนี้ใครพลาดนี่ พูดได้คำเดียวว่า หึหึหึ
เป็นรูปน้องลีไปเที่ยวบ่อน้ำแร่ที่ไหนซักแห่งกะไปขี่ม้า
ว่าแล้วก็จัดไป โหลดให้เต็มที่


Download : Mediafires|








from http://derm-derm.com








วิธีดาวน์โหลด video โดยใช้โปรแกรม Orbit Downloader




1 Install Orbit Downloader




2 เปิดโปรแกรมขึ้นมา




3 ไปเวบที่ต้องการดาวน์โหลดวิดีโอจาก




4 กลับไปที่โปรแกรม ไปที่ Tools>Grab++>Ok




5 ก็จะมีหน้าจอใหม่ขึ้นมาอีกอันหนึ่งชื่อ Grab++




6 กด refresh ให้โหลดหน้าเวบใหม่




7 กลับมาที่ Grab++ ก็จะมีชื่อ video/program ที่สามารถโหลดได้ แต่อย่าพึ่งทำอะไร




8 กลับไปที่โปรแกรม Orbit เลือก Tools>Preferences>Limit แล้วติ๊ก Always Retry> OK




9 กลับไปที่ Grab++ ก็ติ๊กอันที่อยากดาวน์โหลด10 เลือกดาวน์โหลด จบ!!




Download: โปรแกรม orbit




เพิ่มเติม:




วิธีเอา Video จากเวบไรก็ได้แบบไม่ต้องใช้โปรแกรมไรเลย




1.เปิดเวบ/หน้าที่ต้องการเอา video จาก




2.รอจนโหลด video เสร็จถ้าใช้ Firefox




3.ไป ที่ C:\Documents and Settings\*username*\Local Settings\Application Data\Mozilla\Firefox\Profiles\*******.default\Cacheถ้าใช้ Internet Explorer ไปที่ C:\Documents and Settings\*username*\Local Settings\Temporary Internet Files



4. แล้วก็เลือกไฟล์ที่อยากได้ อาจจะยากหน่อยแต่ก็ไม่ค้องใช้โปรแกรมไรเลย


from http://t-thai.blogspot.com/2009/01/download-video-mthaiyoutube.html



Can You RUN It?

ติดตั้งเกมส์แล้วเล่นไม่ได้ เสียเวลาโหลด มีทางแก้ เข้าไปที่

http://www.systemrequirementslab.com/referrer/srtest

วิธีทำ

1.เลือกชื่อเกมส์ ตรงช่อง select product (อาจมีไม่ครบ เลือกชื่อเกมส์ที่คิดว่าใกล้เคียงแทน)

2.กดปุ่ม Can you run it?

ครั้งแรกต้องติดตั้ง Active X ก่อน จะมีให้ติดตั้งหลังจากกดปุ่ม Can you run it?



วิธีติดตั้ง Active X

กดตรงข้อความ This website wants to run the following add-on

จากนั้นกด Run Active X Control แล้วกดปุ่ม Run

3. รอซักพัก กำลังทำการตรวจสอบเครื่องคอม แล้วจะมีข้อมูลบอกพร้อมคำแนะนำต่างๆ Pass ฝ่าน / Fail ไม่ฝ่าน


FROM http://www.munload.net/board/index.php?PHPSESSID=4907bfa65e56da442d9f7e719a2bbe61&topic=15454.0



POKER

หลักการเล่นเบื้องต้นของเกมนี้ เกมโป๊กเกอร์ทุกเกมนั้นเล่นด้วยไพ่สำรับมาตรฐาน 52 ใบ และไพ่จะเรียบลำดับดังนี้ : เอซ, คิง, แหม่ม, แจ็ค, 10, 9, 8, 7, 6, 5, 4, 3, 2, เอซ (เอซถือว่าเป็นทั้งแต้มสูงและแต้มต่ำ)
ดอกของไพ่ไม่มีค่า ทุกดอกมีค่าเท่ากันหมด ไม่ว่าจะเป็นดอกจิก หลามตัด โพแดง และโพดำ

เป้าหมายในการเล่นคือสร้างไพ่มือที่ดีที่สุด 5 ใบจากไพ่ที่ท่านได้รับแจก โดยความแข็งของไพ่จะเรียงตามลำดับจากสูงไปต่ำดังนี้:



คำศัพท์ในเกม
ต่อไปนี้คือคำศัพท์ที่ใช้กันทั่วไปในเกมโป๊กเกอร์
การแจกครั้งแรก ไพ่ชุดแรกที่แจกให้กับผู้เล่นก่อนที่ผู้เล่นจะต้องตัดสินใจ :

• CALL
สู้ เดิมพันที่เท่ากับเดิมพันที่วางอยู่ตอนนั้น

• FOLD
หมอบ การทิ้งไพ่ เมื่อท่านคิดว่าไพ่ในมือของท่านไม่ดีพอที่จะเล่นแล้ว

• CHECK
ผ่าน หากไม่มีการวางเดิมพันเพิ่มอีก ท่านสามาารถผ่านแล้วรอดูว่าจะมีคนอื่นวางเดิมพันหรือไม่ หากทุกคนผ่าน เกมก็จะเลื่อนไปเล่นรอบต่อไป

• RAISE, RE-RAISE
เพิ่ม, เพิ่มอีกครั้ง เดิมพันที่เป็นการเพิ่มเงินเดิมพันที่วางอยู่ในตอนนั้น

• ALL-IN : ออล-อิน
เมื่อผู้เล่นมีชิปไม่พอที่จะ "สู้" เขาต้องเดิมพันด้วยชิปทั้งหมดที่มีรวมทั้งเงินกองกลางในตอนนั้นด้วย
เดิมพัน ใดๆ ที่วางหลังจากนั้นจะอยู่วางไว้นอกกองกลาง เรียกว่าไซด์พ็อต (Side pot) และเขาจะไม่เกี่ยวข้องกับเงินไซด์พ็อตนี้ หากมือของเขาสูงที่สุด เขาจะได้เงินจากเงินกองกลางเท่านั้น แต่จะไม่ได้เงินไซด์พ็อต

• BIG BLIND / SMALL BLIND: บิ๊กบลายด์ / สมอลบลายด์
ผู้ เล่นที่อยู่ทางซ้ายมือของ Dealer วางสมอลบลายด์ (เดิมพันบังคับ) ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งของเดิมพันขั้นต่ำ โดยผู้เล่นอื่นที่อยู่ทางซ้ายมือของเขาจะวางบิ๊กบลายด์ ซึ่งเป็นเงินเดิมพันขั้นต่ำในเกม
เช่น เดิมพันขั้นต่ำ 40 บาท ผู้เล่นที่อยู่ทางซ้ายมือของ Dealer วางสมอลบลายด์ (20 บาท) โดยผู้เล่นคนอื่นวางบิ๊กบลายด์ (40 บาท)

• POT : พ๊อต
เงินกองกลาง ชิปทั้งหมดที่อยู่กลางโต๊ะ เป็นจำนวนเงินที่เราจะได้เมื่อเล่นชนะ

• HOLD CARDS : ไพ่โฮล
ไพ่ 2 ใบแรกที่แจกให้ท่านโดยคว่ำหน้าลง จะเรียกกันอีกอย่างว่า "พ็อคเก็ตคาร์ด" ในเท็กซัส โฮลด์เอ็ม

• POCKET CARDS : พ็อคเก็ตคาร์ด
มีความหมายเหมือนกับไพ่โฮล

• FLOP : ฟล็อป
ไพ่ 3 ใบแรกในไพ่หงายของเกมเท็กซัส โฮลด์เอ็ม หรือ โอมาฮ่า โป๊กเกอร์

• TURN : เทิร์น
ไพ่ใบที่ 4 จากกองกลางในเกมฟล็อป

• RIVER : ริเวอร์
ไพ่ใบสุดท้ายในไพ่หงายของเกมฟล็อป และหมายถึงไพ่ใบสุดท้ายใน 7 คาร์ด สตั๊ด

• BOARD : บอร์ด
ไพ่หงายในเกมฟล็อป

• KICKER : คิกเกอร์
ไพ่แต้มสูงที่อยู่กับไพ่คู่หรือ 2 คู่

• MUCHKED CARDS : มัคคาร์ด
การทิ้งไพ่โดยที่ไม่ให้ใครเห็นไพ่นั้น

• RAKE
อัตราการหักเงินกองกลาง เงินที่คาสิโนดึงมาจากเงินกองกลางทุกครั้งเป็นค่านายหน้า

• BUTTON
แผ่นกลมที่จะบอกว่าใครเป็นเจ้ามือสำหรับมือนี้ ปุ่มนี้จะเลื่อนตามเข็มนาฬิกา (ไปทางซ้าย) ในแต่ละมือ

• DEALER : เจ้ามือ
คือ ผู้เล่นที่ได้รับการตั้งให้เป็นเจ้ามือในแต่ละมือ เขาไม่ได้เป็นคนแจกไพ่จริงๆ แต่เป็นคนที่วางเดิมพัน เป็นคนสุดท้าย จึงเป็นตำแหน่งที่อาจได้เปรียบ

• NUTS : นัท
มือที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในเกม มือที่ชนะทุกมือ และสมควรจะวางเดิมพันให้มากๆ

• BAD BEAT : แบ๊ดบีท
คำ นี้เป็นศัพท์ที่ใช้หมายถึงตอนที่ท่านมีไพ่ในมือที่ดีมาก แต่ก็ต้องแพ้มือที่ดีกว่า ห้องโป๊กเกอร์บางแห่งให้รางวัลแจ็คพ็อตสำหรับมือแบ๊ดบีทที่ดีที่สุด ซึ่งก็คือมือแพ้ที่ดีที่สุดนั่นเอง

• FISH : ฟิช
ผู้ เล่นที่อ่อนหัดที่สุดในโต๊ะ เป็นคนที่เสียเงินมากที่สุด เกี่ยวกับคำนี้จะมีสำนวนอยู่ว่า "หากมองดูไปรอบๆ โต๊ะแล้วไม่เจอคนที่อ่อนที่สุด แสดงว่าตัวคุณนั่นเองที่อ่อนที่สุด และคุณควรจะเลิกเล่นได้แล้ว"

• ROUNDS OF BETTING
รอบของการวางเดิมพัน รอบของการวางเดิมพันจะจบลงเมื่อผู้เล่นทุกคนได้มีโอกาสที่จะหมอบ สู้ หรือเพิ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

• POST โพสต์
โดยขึ้นอยู่กับโป๊กเกอร์เกม

• SHOW ALL
เปิดทั้งหมดเมื่อการวางเดิมพันเสร็จสิ้นผู้เล่นทุกคนจะต้องเปิดไพ่ทุกใบในมือ เพื่อดูว่าใครมีมือที่สูงที่สุด


FROM http://www.sport4x.me/newboard/index.php?topic=3030.0



วันนี้ก็ทำหัวข้อต่างๆเสร็จซะที คือหัวข้อ Myprogram,Mymusic,Mymovie ก็เป็นการเสร็จแบบคร่าวๆน่ะครับ คือผมใช้การดึงข่าว RSS Feed จากบล็อคชื่อดังต่างๆ มาไว้ที่ส่วนบน ให้ข่าวดูอัพเดทน่ะครับ แล้วด้านข้างของบล็อคผม จะลิ้งเว็บดังๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อหลักครับ การดึงข่าวจากที่ต่างๆ ทำให้ผมไม่ต้องมาหาข้อมูลคนเดียวครับ เพราะผมเองก็ไม่ได้ใช้เน็ตทุกวันทำให้ปรับปรุงบล็อคไม่สะดวกนัก การทำเว็บท่าให้เพื่อนๆไป หาข้อมูลที่เกียวข้องจึงง่ายกว่าสำหรับผมครับ ส่วน การลงโปรแกรมหรือเพลงหรือหนังก็จะเป็นส่วนที่ผมจะเอาเรื่องที่ผมชอบเป็นพิเศษมาลง หรือเป็นเรื่องที่ผู้ติดตามบล็อคผมอยากได้เป็นพิเศษผมก็จะหามาลงให้ แต่ก็ต้องดูว่าผมมีเวลาเล่นเน็ตหาให้รึเปล่าน่ะครับ เป็นอันว่าสามหัวข้อนี้ผมจะหยุดปรับปรุงก่อน



ทีนี้มาเข้าหัวข้อ Mygame ผมจะปรับปรุงให้ดีขึ้นครับเพราะผมชอบเล่นเกมส์เป็นพิเศษ คงเน้นเกมส์ PC เกมส์ PSP สองอย่างก่อนน่าจะเสร็จไม่เกินเดือนนี้น่ะครับ จะหาเกมส์มาให้โหลดเยอะๆเลยครับ แต่คงไม่ได้อัพเกมส์เองครับ คงหาลิ้งจากที่ต่างๆ มาให้น่ะครับ


คืนนี้ขอลาไปนอนพักเอาแรงก่อนน่ะครับ บาย ไว้เข้ามาชมบล็อคผมใหม่แล้วกัน



เมื่อวานผมทำการปรับปรุงหัวข้อ MyProgram ไปเรียบร้อยแล้วครับ ที่เหลือก็คือการเพิ่มข้อมูลการดาวน์โหลดโปรแกรมดีๆเพิ่มเติมให้ ซึ่งคงต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งแก้ไขอีกครับ การเพิ่มเนื้อหาคงค่อยๆทำไปเรื่อยๆครับ การปรับปรุงเนื้อหาในบล็อคเนื่องจากความเร็วเน็ตผมช้ามากเพราะใช้เน็ตจากมือถือของเครือข่าย 12call ผมจึงปรับปรุงบล็อคโดยใช้โปรแกรม Zoundry blog writer มาใช้ซึ่งเป็นโปรแกรมที่นำมาใช้กับความเร็วเน็ตต่ำๆได้เป็นอย่างดี ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้เล่นเกมส์ครับ ส่วนใหญ่เอาเกมส์เครื่อง PSP มาเล่นเพราะสะดวกกินไฟน้อย ผมใช้โน้ตบุ๊คหาเกมส์ดีๆของ PSP มาเล่น ส่วนโน้ตบุ๊คผมใช้ทำงานปรับปรุงบล็อค เล่นเฟสบุ๊ค ฟังเพลงดูหนัง ส่วนเล่นเกมส์ เล่นเกมส์จากเครื่อง PSP แทน ผมดูหนังออนไลน์พวกหนังเกาหลี ก็เลยจะปรับปรุงเนื้อหาหัวข้อ MyMovie ในวันนี้ครับ ส่วนเนื้อหาเกมส์ผมคงจะปรับปรุงในหัวข้อถัดไป คงจะเน้นเอาเกมส์เครื่อง PSP ลงให้มากๆครับ



ผมทดสอบการใช้งาน Deep Freeze เปรียบเทียบกับ Norton Goback พบว่า Deep Freeze ดีกว่ามากครับ ดีกว่าตรงที่ความไวและการเลือกพื้นที่ไดร์ฟในการแช่แข็งไดร์ฟได้ ในที่นี้ผมเลือกไดร์ฟ C ทำการแช่แข็ง ส่วนไดร์ฟอื่นๆใช้เก็บข้อมูลต่างๆ ผมนำบทความมาแบ่งปัน เชิญอ่านดูได้น่ะครับ




โปรแกรม Deepfreeze เป็น โปรแกรมประเภท data recovery โปรแกรมพวกนี้ทำหน้าที่คืนสภาพของเครื่องให้กลับมาเหมือนเดิม สำหรับ Deep Freeze เราสามารถทำให้เครื่องกลับมาเหมือนเดิมโดยการ Restart การคืนสภาพแบบนี้ให้ประโยชน์ดังนี้
- ไม่มีปัญหาเรื่องไวรัส สปายแวร์ มัลแวร์ ฯลฯ
- ไม่มีใครมาติดตั้งหรือลบโปรแกรม เปลี่ยนหน้าจอ หรือซ่อนอะไรไว้ในเครื่่องได้
จะ เห็นว่า Deep Freeze ช่วยลดภาระในการซ่อมบำรุง เหมาะอย่างยิ่งกับเครื่องคอมพ์พิวเตอร์ที่ให้บริหารสาธารณะ เช่นในโรงเรียน ห้องสมุด หรือร้านอินเทอร์เนตคาเฟ่

การทำงานของ Deep Freeze
โปรแกรม Deep Freeze จะมีสองสถานะคือ Frozen และ Thawed เมื่ออยู่ในสถานะ Frozen โปรแกรมจะทำหน้าที่คืนสภาพของเครื่องกลับมาทุกครั้ง เมื่อมีการรีสตาร์ท โดยปกติเราจะใช้งานเครื่องในสถานะนี้

ส่วนสถานะ Thawed โปรแกรมจะไม่คืนสภาพเครื่องให้ เราจะปรับเป็นสถานะนี้เมื่อต้องติดตั้งหรือลบโปรแกรมต่างๆ ร่วมถึุงการอัพเดตระบบปฎิบัติการด้วย เมื่อปรับปรุงเสร็จแล้วเราจึงค่อยเปลี่ยนสถานะกับไปเป็น Frozen ต่อไป



บรรยายภาพ - ไอคอนแสดงสถานะ Frozen และ Thawed ตามลำดับ

การติดตั้งโปรแกรม
ขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม Deeep Freeze มีดังต่อไปนี้
1. ให้ท่านดาวน์โหลดโปรแกรม Deep Freeze


Download Here1.


Download Here2.


มาไว้บนเครื่อง แล้ว ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ตัวติดตั้ง เพื่อติดตั้งเช่นเดียวกับโปรแกรมบนวินโดว์ทั่วๆ ไป


ระหว่าง ขั้นตอนการติดตั้งจะมีการถามว่าท่านจะกำหนดให้มีการคืนสภาพที่ไดรว์ไหน ขอแนะนำให้กำหนดการคืนสภาพเฉพาะไดรว์ C: เท่านั้น เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วจะรีสตาร์ทเครื่อง


2. เมื่อรีสตาร์ทแล้ว จะมีหน้าต่างเล็กๆ ถามว่าท่านจะตั้งรหัสผ่านหรือไม่ ท่านสามารถเข้าไปตั้งรหัสผ่านโดยคลิ๊กที่ปุ่ม Ok หน้าต่างนี้จะปรากฎในเวลาสั้นๆ เท่านั้น


3. หากท่านคลิ๊กปุ่ม OK ในข้อสอง 2 ไม่ทัน ท่านสามารถเข้าสู่การตั้งรหัสผ่านโดยดับเบิ้ลคลิ๊กที่รูปโปรแกรม Deep Freezeใน System Tray พร้อมกับกดปุ่ม shift ไปด้วย เพื่อเข้าสู่ส่วนปรับแต่งของโปรแกรม


4. เมื่อมีการถาม รหัสผ่านให้ท่านคลิ๊ก Ok ได้เลย เพราะขณะนี้ท่านยังไม่ได้กำหนดรหัสผ่าน


5. คลิ๊กที่แท็บ password แล้วป้อนรหัสผ่านในช่อง Enter New Password และ Confirm Password จากนั้นก็คลิ๊กที่ปุ่ม OK


6. หลังจากติดตั้งเสร็จ เครื่องท่านก็อยู่ในสถานะ Frozen โดยอัติโนมัติ ทุกๆ ครั้งที่รีสตาร์ท เครื่องของท่านก็จะกลับมาเหมือนเดิม


การเปลี่ยนสถานะ
บาง ครั้งอาจต้องการให้เครื่องจำการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เอาไว้ เช่นการลงไดรว์เวอร์ใหม่ การติดตั้งโปรแกรมใหม่ ฯลฯ จึงต้องเปลียนสถานะเครื่องให้อยู่ในสถานะ Thawed ตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. ดับเบิ้ลคลิ๊กที่รูปโปรแกรม Deep Freezeใน System Tray พร้อมกับกดปุ่ม shift ไปด้วย เพื่อเข้าสู่ส่วนปรับแต่งของโปรแกรม


2. ป้อนรหัสผ่าน แล้วคลิ๊กที่ OK


3. ไปที่แท็บ Boot Control เลือกตัวเลือก Boot Thawed แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม Apply and Reboot จากนั้นจะมีการถามให้ยืนยันอีก 2-3 ครั้งให้ตอบตกลงทุก เครื่องท่านจะรีสตาร์ทมาอยู่ในสถานะ Thawed



4. สำหรับการเปลี่ยนกลับไปสถานะ Frozen นั้นก็ทำเช่นเดียวกันแต่เลือกตัวเลือก Boot Frozen แทน


from http://www.wittaya.net/2008/04/deep-freeze-60.html


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...