http://image.zoneza.com/images/13834HT_LEAPING_r.jpg


ชายสติเฟื่องฮาป่วนเมืองที่คนทั้งโลกต้องเทใจให้

กับสถานการณ์รอบตัวทั้งในประเทศและทั้งโลกที่มีแต่เรื่องวุ่นวายไม่หยุด หย่อนในแต่ละวัน ทำให้คนเราต้องหันไปหาสิ่งบันเทิงมาเติมเต็มสภาพจิตใจให้แข็งแรงกันมากขึ้น หนังตลกเบาสมองก็เป็นตัวช่วยที่ดีที่ทำให้เราลดความตึงเครียดลงไปได้ ไม่ว่าจะเป็นหนังตลกในประเทศเราเองที่ฉายกันให้เกลื่อนเมือง หรือจะเป็นหนังตลกจากเมืองนอกหรือตลกฝรั่ง ก็สามารถทำให้เรายิ้มได้ไม่แพ้กัน แต่ความที่วัฒนธรรมแตกต่างกันไปก็อาจทำให้ตลกฝรั่งบางเรื่องออกจะดูฝืดไป เสียหน่อย แต่สำหรับเรื่อง "มิสเตอร์ บีน" ถือเป็นตลกฝรั่งที่สามารถทำออกมาให้เราขำกันได้อย่างสากล และไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร มิสเตอร์บีนก็ยังถือเป็นตลกร่วมสมัยได้อย่างลงตัวจริงๆ

ถ้าพูดถึง โรแวน แอ็ตคินสัน หลายคนยังทำหน้างงๆ กันอยู่ว่าเขาคือใคร?? แต่ถ้าบอกว่า แอ็ตคินสันคนนี้แหละคือ "มิสเตอร์บีน" หนุ่มอังกฤษที่ออกจะติงต๊องหาเรื่องป่วนเมืองไม่เลิกรา บอกสรรพคุณเพียงเท่านี้ทุกคนก็ต้องร้อง อ๋อ ทันที เพราะ คนส่วนมากจะรู้จักเขาในชื่อ มิสเตอร์บีน มากกว่า โรแวน แอ็ตคินสัน และชื่อ มิสเตอร์บีน ที่ว่านี้แทบจะเรียกได้ว่ามันกลายเป็นชื่อหลักที่คนใช้เรียกเขาไปเสียแล้ว หากยิ่งทราบประวัติความเป็นโรแวน เราก็จะยิ่งทึ่งในความเป็นมิสเตอร์บีน เพราะเขาไม่ใช่เพียงนักแสดงตลกธรรมดาๆ ที่ไม่มีที่มาที่ไป แต่มิสเตอร์บีนที่เราเห็นๆ กันว่าเป็นชายสติเฟื่องในจอนั้น นอกจอเขาออกจะไม่ธรรมดานัก ความรู้ความสามารถของเขาผ่านการรับรองจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่คนทั่วโลก ต้องยอมรับกันเลยทีเดียว

ประวัติ

มิสเตอร์บีน หรือ โรแวน เซบาสเตียน แอ็ตคินสัน เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 1955 เขาเป็นหนุ่มอังกฤษที่เกิดมาในครอบครัวชาวนาที่อบอุ่นในแถบคอนเซตท์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเดอร์แฮม ครบถ้วนด้วยพ่อคือ อีริค และแม่คือ นางแอลลา เมย์ แอ็ตคินสัน นอกจากนี้เขายังมีพี่น้องผู้ชายอีก 2คนคือ รูเพิร์ต และรอดนีย์ แอ็ตคินสัน แม้ว่าโรแวนจะเกิดมาในครอบครัวของชาวนา แต่พ่อแม่ของเขาก็สนับสนุนด้านการศึกษาอย่างเต็มที่ ตั้งแต่วัยเยาว์ โรแวนได้เข้าเรียนที่โรงเรียนโบสถ์ในเมืองเดอร์แฮม จากนั้นก็ไปต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนเซนต์บีส์ และเข้า ศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ซึ่งถือเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของอังกฤษ เมื่อจบปริญญาตรีมาแล้วเขาก็ไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ควีนส์ คอลเลจ ซึ่งที่นี่เองที่ทำให้แววการเป็นนักแสดงตลกของโรแวนฉายออกมา จากการที่เขาได้เขียนบทละครและแสดงในงานของมหาวิทยาลัย (Oxford University Dramatic Society) รวมถึงละครชุดและชมรมละคร ซึ่งทำให้เขาได้รู้จักกับ ริชาร์ด เคอร์ทิส นักเขียนชื่อดังและนักแต่ง โฮเวิร์ด กูดอลล์ ซึ่งเขาก็ยังได้ติดต่อกันเรื่อยมา จนเมื่อเขาจบการศึกษามาแล้ว ใช่ว่าเขาจะนำความรู้ที่ได้เรียนมาเป็นเส้นทางหลักในการทำงาน หากแต่เขาได้ใช้ความรักในศิลปการแสดงจากภายในที่เขามี มาประยุกต์ใช้จนได้เดินไปในทางที่เขารัก ซึ่งงานแรกที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักคือ งานแสดงศิลปะโลกเทศกาล อีดินเบิร์ก ฟรินช์ ในปี ซึ่งเขาได้เริ่มการแสดงในแนวที่เขาถนัดคือแนวตลกอย่างเต็มตัว

โรแวนเป็นหนุ่มที่มองโลกในแง่ดี และตั้งแต่เด็กมานั้นเขาเป็นคนที่พูดติดอ่างมาโดยตลอด แต่อาการดังกล่าวก็หาได้เป็นปมด้อยของเขาไม่ เมื่อเขาโตขึ้น อาการติดอ่างก็ลดลงจนไม่ถือเป็นปัญหาสำหรับโรแวนอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อใดที่เขารู้สึกเครียดหรืออยู่ในสถานการณ์ที่กดดัน ก็จะทำให้เขาติดอ่างขึ้นมาได้อีกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาต้องออกเสียงใน ตัวอักษร บี (B) ซึ่งนี่ยังเป็นปัญหาของเขาอย่างต่อเนื่อง แต่เขาก็จะหาทางแก้ปัญหาหรือเอาชนะปัญหานั้นอย่างชาญฉลาด โดยจะออกเสียงคำนั้นๆ อย่างชัดเจน และเน้นจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และทำให้คนทั่วไปติดภาพความเป็นตัวตนของ โรแวน แอ็ตคินสัน นี่เองที่เป็นจุดสร้างความฮาให้กับคนทั่วไปได้อย่างมาก และก่อนที่เขาจะทำการแสดง เขาก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการออกเสียงอย่างมาก โดยจะมีการเขียนสคริปท์เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจ และลดปัญหาการออกเสียงผิดๆ ที่จะเกิดขึ้นสำหรับโรแวน จนวันนี้ ลักษณะของ มิสเตอร์บีนโดยโรแวน แอ็ตคินสันนั้น ก็ได้สร้างความคุ้นเคยให้คนทั่วไปได้รู้จักและรักเขาเสมือนตลกสมัยก่อน ชาร์ลี แชปลิน นอกจากนี้โรแวนยังได้รับฉายาว่าเป็นตลกหน้าย้วย เพราะหากดูให้ดี การแสดงที่เขาได้ถ่ายทอดออกมานั้นจะไม่เน้นบทสนทนาเป็นหลัก แต่จะสื่อออกมาในรูปแบบของหน้าตาที่ปรับเปลี่ยนไปมาของเขา ที่ทำให้ดูตลกได้ไม่ว่าเขาจะทำหน้าอย่างไร

จากพรสวรรค์ที่มีในตัวของโรแวน ในปี 1978 เขาได้รับการเสนอให้ทำละครชุดเรื่อง "Not the Nine O'Clock News" ซึ่งอำนวยการสร้างโดย จอห์น ลอยด์ ส่วนตัวเขาเองนั้นก็รับหน้าที่ถนัดในส่วนของการเขียนบทละคร และร่วมแสดงกับพาเมล่า สตีเฟนสัน, กริฟฟ์ รีส จอห์น และ เมล สมิธ ความสำเร็จของ Not the Nine O'Clock News นั้นทำให้เขาได้รับงานต่อเนื่อง ในปี 1983 เขาก็ได้รับงานเรื่องต่อมาคือ "Black Adder" ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ได้ทำหน้าที่การเขียนบทเช่นเคย แต่ในครั้งนี้เขาได้ทำงานร่วมกับ ริชาร์ด เคอร์ทิส ผู้ที่เขาได้รู้จักมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ และแม้เรื่อง Black Adder จะเป็นละครชุดเรื่องใหม่ แต่ก็สามารถเรียกความนิยมได้เป็นอย่างดี จนทำให้ได้รับการแต่งภาค 2-4 ตามออกมาอย่างต่อเนื่องใน ทั้ง Black Adder the Third และ Black Adder Goes Forth ซึ่งละครชุดดังกล่าวก็ได้สร้างกระแสความนิยม และถือเป็นการประสพความสำเร็จอย่างมากของช่อง BBC ในปี 1980

นอกจากนี้ในส่วนของละครที่เป็นที่นิยมอย่างมากอีกเรื่องหนึ่ง ที่เรียกเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกคือ "Mr. Bean" ซึ่งในช่วงแรกนั้น Mr. Bean ได้รับผลิตการออกมาชิมลางก่อนเพียงครึ่งชั่วโมง ในช่อง Thames และแน่นอนว่าความนิยมในตัวละครเรื่องMr. Bean นั้นก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ละครขำฮาดังกล่าวถูกสร้างออกมา อย่างต่อเนื่อง และได้รับการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 1997 เรื่อง Mr. Bean นี้ก็ได้รับความร่วมมือจากดารานำแสดงจากเรื่อง Not the Nine O'Clock คือ เมล สมิธ และเรื่องนี้เองที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลจนทำให้โรแวน แอ็ตคินสันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ค่าตอบแทนที่ได้มาอย่างมากมายนั้นก็ทำให้เขาสามารถนำเงินไปซื้อสิ่งที่เขา รักได้ นั่นคือรถยนต์ McLaren F1 ต่อมา ได้มีการดึงไอเดียจากเรื่อง Mr. Bean มาสร้างเป็นภาพยนตร์ และแน่นอนว่า Mr. Bean ได้รับการตอบรับอย่างดีจนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้งในปี 2006 ซึ่งโรแวนเองได้กล่าวว่านี่อาจจะถึงจุดอิ่มตัวแล้วสำหรับเขาในการที่จะสวมบท Mr. Bean ด้วยอายุของเขาเองที่มากขึ้นและ Mr. Bean เองก็น่าจะหยุดเพื่อที่จะอยู่ในความทรงจำที่น่าประทับใจเพียงเท่านี้

โรแวน แอ็ตคินสันนั้นขึ้นทำเนียบ 50 ดาราฮาระเบิดใน เกาะอังกฤษในปี 2003 และต่อมาในปี 2005 โพลก็ได้โหวตเขาขึ้นมาจากดาราตลก 50 คนให้เขากลายเป็นดาราตลกที่สร้างความฮาได้มากที่สุด และจากความตลกที่มีในสายเลือดของเขา ทำให้เขาได้รับการทาบทามให้ถ่ายโฆษณาจากสินค้าและสื่ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ฮิตาชิ, ฟูจิฟิล์ม และโครงการบริจาคเลือด

โรแวนนั้นถือเป็นดาราที่ร่ำรวยคนหนึ่ง ประเมินกันว่าเขามีเงินถึง 60 ล้านปอนด์เลย ทีเดียว ซึ่งถ้าถามว่าร่ำรวยขนาดนี้ เขาเอาเงินไปซื้อหาความสุขเข้าตัวด้วยการซื้ออะไร ก็ต้องบอกเลยว่าโรแวนชอบการแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจ โดยเมื่อเขายังเป็นเด็กหนุ่มอยู่ที่ฟาร์มของบ้านเขานั้น เขามักจะขับรถมอรร์ริส ไมเนอร์ของแม่วนไปรอบโรงนาเสมือนหนึ่งเป็นรถไถ และใช่ว่าเขาจะขับเป็นเฉพาะรถทั่วไป สำหรับโรแวนแล้ว เมื่อต้องการที่จะรู้เรื่องอะไรก็ตาม เขาต้องรู้ให้ซึ้ง และสามารถเข้าถึงได้ทุกเรื่องที่เขารัก เรื่องรถก็เช่นกัน เขาสามารถขับรถได้แทบทุกประเภท รวมถึงรถใหญ่ซึ่งเขาก็ได้ใบอนุญาตขับรถใหญ่มาแล้วด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ด้วยความที่เขาเป็นคนที่สนใจเรื่องรถเป็นอย่างมาก เขายังได้ใช้ความสามารถในการรักการเขียนของเขาไปเขียนบทความให้กับหนังสือ ชื่อดังเกี่ยวกับรถของอังกฤษ ชื่อ Car and Evo Magazine

นอกจากโรแวนจะเป็นคนที่ชอบรถแล้ว เขายังชอบแข่งรถอีกด้วย และถึงแม้เขาจะไม่ค่อยได้มีโอกาสออกไปแข่งรถตามที่ใจเขารักบ่อยนัก แต่เขาก็นำความอยากเป็นนักแข่งมาใส่ตัวตนของเขา และเสนอออกมาในรูปแบบของการเล่นละครได้ในที่สุด ซึ่งมันก็สามารถไปด้วยกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว ในปี 1995 เขาได้สวมบทบาทของนักแข่งรถชื่อดังเฮนรี่ เบอร์กิน ในการแสดงละครทางโทรทัศน์เรื่อง "Trottle" พร้อมกันนี้โรแวนก็ได้สะสมรถไว้หลายรูปแบบ เริ่มที่แอสตัน มาร์ติน วี 8 ซึ่งเป็นรถคันแรกของเขาซึ่งเขาได้ใช้เงินก้อนแรกจากการเป็นนักแสดงซื้อมา เพราะติดใจในรูปแบบของของรถ เนื่องจากเขาได้ใช้รถดังกล่าวในการแสดง และรู้สึกชอบอย่างมาก จึงได้ซื้อมาเก็บไว้เป็นของส่วนตัว ต่อด้วยแอสตัน มาร์ติน 8 ซากาโต้, รถยนต์ออดี้ A 8 ซึ่งถือเป็นรถที่ใช้สำหรับครอบครัว และยังมีรถอื่นๆ อีกหลายคัน ซึ่งส่วนมากจะเป็นรถแข่งมากกว่ารถขับทั่วไป แต่รถที่โรแวนไม่ซื้อเลยคือรถปอร์เช่ เนื่องจากเขาให้เหตุผลว่า ถึงแม้ว่าปอร์เช่จะเป็นรถที่วิเศษที่สุด แต่เขาก็รู้ว่าเขาเข้ากับมันไม่ได้




สำหรับชีวิตส่วนตัวของโรแวนนั้นเขา ได้แต่งงานกับ ซูเนตรา แซสตรี เมื่อปี 1990 งานแต่งงานของเขาจัดขึ้นอย่างเงียบๆ ณ ห้องน้ำชาแบบรัสเซียในเมืองนิวยอร์ก และทั้งสองก็ได้กลับไปใช้ชีวิตคู่ที่เมืองอ๊อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ โดยมีพยานรักด้วยกัน 2 คนคือ ลิลลี่ และเบนจามิน

โรแวน แอ็ตคินสัน ชายผู้สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้คนทั่วโลก วันนี้เขาทำหน้าที่เสมือนทูตแห่งความสุข และความสามารถในการสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้คนทั่วไป ถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งเลยทีเดียว ที่ใดมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มนั่นหมายความว่าที่นั่นมีความสุข ความสงบและสันติก็จะเกิดขึ้น ลองหันมามองบ้านเราสิว่า รอยยิ้มและเสียงหัวเราะในวันนี้จางหายไปหรือไม่ และเราจะเรียกมันกลับคืนมาได้อย่างไร...



จาก muekdum

from http://smf.ruk-com.in.th/?topic=10220.0


0 comments:

Post a Comment

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...