พระคาถาพุทธ นะฤาชา
ให้ตั้งนะโม 3จบ


นะฤาชา กุติยะ ปัญจะลือ โสภะกัญจะ สะวะรัง วะรัง ฤามะหันตา นะมามิหัง
กรีนิ อักขรานิ ชาตานิ อุณาโลนาถัง เพชรตังโหติ อะสังวิสุโลปุสะพุภะ สัตถุโน
พุทโธ. (จบ)
พระคาถานี้ใช้ภาวนา เป็นเมตตามหานิยม ก็ได้ ใช้ทางคงกระพัน ก็ได้ กันภูติผีปีศาจก็ได้ เป็นทั้งมหาอำนาจ ก็ได้ ใช้ได้ 108 ประการ แล้วแต่อธิฐานเอา
พระคาถานี้หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้ถ่ายทอดให้หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร ซึ่งหลวงพ่อเป็นโอรส ของพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตุอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย ซึ่งเป็นรู้จักและเคารพนับถือกันมานาน
ข้าพเจ้าลูกศิษย์หลวงพ่อสำเนียง เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง ไว้ใช้ไว้ป้องกันตัว ยามคับขัน
จึงขออนุญาตนำมาเผยแผ่ และให้ช่วยกันรักษาสืบต่อไป

พระคาถากันตัวกันกระทำย่ำยีจากคุณไสย์ทั้งปวง


ตั้งนะโม 3 จบ


พุทธังกันตัง ธัมมังกันไป สังฆังกันอยู่ ปิตตะระ ปิตตะรัง กันสัง กันเว กันอุดกันปิด
กันนะ กันใน กันคุณ กันไสย์ กันเสน่ห์เล่ห์ลม กันผีทั้งกลม กันลมพระพาย กันคนฉิบหาย คนตายไม่ดี
กูจะกันฝูงผี มายีมายา กันคุณกันยา อักขระอักษรสามสิบสองตัว อะระหัง สวัสดีมีชัย สิทธิสวาหะ..(จบ)


ใช้ ภาวนากันตัวเองหรือ เสกข้าวกินเสกน้ำกินป้องกัน หรือภาวนาก่อนนอนเวลาต้องไปพักตามสถานที่ต่างๆ ป้องกันการรบกวนของวิญญาณร้าย หรือเสนียดจัญไร ป้องกันภูติผีปีศาจ และการกระทำทุกชนิด ทีใช้อำนาจอวิชา และวิญญาณร้ายมาทำร้ายเรา บ่ มิได้เลย



ตอบ หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร อยู่วัดไหน
หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร ท่านอยู่วัดเวฬุวนาราม ต.ลำพญา อ.บางเลน จ. นครปฐม แต่ท่าน มรณภาพไปแล้วครับ

หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร ใช้อะไรสยบ 5 เสือร้ายค่าหัวจับตาย


หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร วัดเวฬุวนาราม ต.ลำพญา อ.บางเลน จ.นครปฐมประวัติพอสังเขป - ท่านเป็นบุตรของเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์กับหม่อมทองนุ่น เกิดเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2460 ที่วังไชยา ก่อนที่หลวงพ่อสำเนียงจะถือกำเหนิดมาดูโลกนั้น นายเอม อยู่สถาพรเป็นพระสหายของเสด็จเตี่ย ได้เล่าให้หลวงพ่อฟังว่าขณะที่หม่อมแม่ทรงพระครรภ์ได้ 2 เดือนเสด็จเตี่ยได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปรับเรือหลวงพระร่วงที่ต่าง ประเทศ จึงได้พาหม่อมแม่ไปฝากไว้กับหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาถซึ่งท่านเป็นพระอาจรย์ของเสด็จเตี่ยโดยให้นายเอม อยู่สถาพรซึ่งเป็นพระสหายเป็นผู้ดูแล ตัวหลวงพ่อสำเนียงจึงกลายเป็นลูก 3 พ่อซึ่งเสด็จเตี่ยคือพ่อผู้ให้กำเหนิด นายเอมเป็นพ่อเลี้ยงดูพร้อมกับหลวงปู่ศุขเป็นพ่อผู้ดูแลให้การศึกษาเล่า เรียนหลวงพ่อสำเนียงใช้นามสกุลของนายเอม คืออยู่สถาพร ในหนังสือไม่ได้ระบุสาเหตุ หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร เมื่อเกิดมาแล้วก็ได้อยู่กับหลวงปู่ศุขจนเติบโต จึงได้มาศึกษาในก.ท.ม.ที่ร.ร.อัสัมชัญ จนจบมัธยมปลายจากนั้นไปศึกษาต่อที่ร.ร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า จนจบจึงได้รับราชการทหารบกจวบได้รับยศร้อยเอกและเคยได้ร่วมสมรภูมิถึง 2 ครั้งคือสงครามอินโดจีนและสงครามมหาบูรพา พอกลับจากศึกสงครามถูกมรสุมร้ายทางการเมืองกระทำเอาถูกจองจำพร้อมกับจอมพล ป. พิบูลสงคราม - หลวงเสรี - หลวงวิจิตรวาทการ และคนอื่นๆในข้อหาอาชญากรสงครามเมื่อได้รับการปลดปล่อยหลวงเสรีได้ไปบวชที่วัด เบญจมบพิตร ส่วนหลวงพ่อสำเนียงท่านไปบวชอยู่ที่วัดกัลยาณมิตรฝั่งธนบุรี ท่านตั้งใจบวชเพียง 15 วันแต่พอบวชได้ 3 วันก็มีเหตุการณ์เมืองขึ้นมาอีกจึงทำให้ท่านเปลี่ยนความตั้งใจ เหตุการณ์บ้านเมืองกำลังยุ่งเหยิงจอมพล ป. พิบูลสงครามได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกวาระหนึ่ง แต่ต้องการให้หลวงพ่อสำเนียงกลับไปรับราชการอีก ทว่าท่านไม่ยอมสึกทั้งได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่าจะขอยึดเอาผ้ากาสาวพัสตร์หุ้ม ห่อร่างกายจนกระทั่งตายพบนครร้างในนิมิตก่อน ที่หลวงพ่อสำเนียงจะมาบุกเบิกทุ่งร้างกลางป่าทึบให้มาเป็นวัดวาอารามอัน พรั่งพร้อมไปด้วย โบสถ์ วิหาร ศาลา โรงธรรมที่สวยงามนั้น ท่านกล่าวว่า - ขณะที่ท่านพำนักจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในก.ท.ม.ท่านได้เกิดนิมิตขึ้นว่า ได้เห็นปราศาทร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งการนิมิตเห็นนี้ไม่ได้หลับตาเห็น แต่เป็นแบบลืมตาเห็นภาพขึ้นมา เมืองร้างแห่งที่ ท่านพบเห็นในนิมิตนี้มีสมบัติล้ำค่าถูกฝังอยู่มากมายมหาศาล คนเฝ้าสมบัติล้ำค่านี้บอกกับท่านว่า....ใครจะมาเอาสมบัติเหล่านี้ไปไม่ได้ คนที่จะมาเป็นเจ้าของจะต้องมาสร้างเมืองนี้ให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเหมือน เดิมเสียก่อน และคนที่จะมาอยู่เมืองนี้ได้จะต้องเป็นคนดี มีศีลธรรม ถ้าไม่เช่นนั้นจะหาความเจริญขึ้นมาไม่ได้นอกจากพินาศล่มจมเท่านั้น เพราะสถานที่แห่งนี้คือที่ตั้งเมืองธรรมานครอมรวดีศรีธานินทร์ มหินทรามหาเลิศลบภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์มาก่อนหลังจากหลวงพ่อสำเนียงได้นิมิตเห็นเมืองธรรมานครแล้วท่านเดินทางสู่เมือง ร้างแห่งนี้โดยทางรถไฟไปลงสถานีงิ้วราย จากนั้นลงเรือต่อไปตลาดลำพญาต่อเรือไปอีก 3 ช.ม.จึงถึงตลาดลำพญาจากตลาดเดินเท้าอีก 4 ก.ม.โดยประมาณจึงถึงวัดแหลมชะอุย เป็นสถานที่รกร้างว่างเปล่าเหลือแต่ซากปรักหักพัง พอให้รู้ว่าสถานที่นั้นเคยเป็นวัดมาก่อนที่ๆแห่งนั้นเมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เต็มไปหมด ทำให้สถานที่นั้นร่มรื่นและเงียบสงัดวังเวงยิ่งนัก จึงมีสัตว์นาๆชนิด เช่นงูเห่า งูจงอางเป็นต้นเพราะปราศจากผู้คนสัญจรไปมา มีแต่บริเวณทุ่งกว้างที่ร้างซึ่งมีเด็กเลี้ยงควายอยู่จำนวนหนึ่งเท่านั้น เด็กพวกนั้นปราศจากเสื้อผ้านุ่งห่มเพราะความแห้งแล้งทุรกันดารความยากจนของ ครอบครัว พ่อแม่เด็กเหล่านั้นหากินทางทุจริตลักลอบหาวัตถุโบราณในบริเวณวัดร้างแห่ง นี้เพื่อนำเอาไปขายเมื่อท่านไปถึงท่านได้เดินเข้าไปดูในโบสถ์ปรากฏว่าถูกปัดกวาดดูสะอาดสะอ้าน คล้ายกับมีคนมาอาศัยอยู่ ท่านจึงตัดสินใจที่จะอยู่ ณ. วัดร้างแห่งนี้ โดยท่านตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะพัฒนาวัดร้างแห่งนี้ร่วมกับชาวบ้านในถิ่นนี้ ให้เจริญ ท่านจึงได้ยึดเอาโบสถ์เป็นที่อยู่อาศัย แต่ท่านหารู้ไม่ว่าที่แห่งนี้คือที่ซ่องสุมของพวกโจรและเสือร้ายปล้นฆ่าชื่อ ดัง คือ เสือแคล้ว เสือสด เสือเลียง เสือสมหมาย เสือผาด ทั้ง 5 เสือดังกล่าวทางการได้หมายหัวเอาไว้แล้วว่าต้องจับตายลูกเดียว พวกนี้หาทรัพย์มาได้เท่าไหร่ก็จะนำมาแบ่งปันที่นี่ประจำเพราะเป็นจุดศุนย์ กลางระหว่างจังหวัดนนทบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี มีอยู่วันหนึ่งเสือร้ายเหล่านั้นปล้นทรัพย์ได้มาก็นัดกันมาแบ่งสมบัติที่ โบสถ์ร้างแห่งนี้ เมื่อเสือแคล้วมาแอบเห็นหลวงพ่อสำเนียงอยู่ในวัดก็สบถจะต้องฆ่าพระองค์นี้ ให้ได้ เพราะกลัวท่านมารู้เห็นความลับ อีกหรือท่านปลอมมาเป็นพระเพื่อมาสืบจากทางราชการ เสือแคล้วจึงตกลงกับพวกอีก 4 เสือจะต้องฆ่าท่านคืนแรกเสือแคล้วมาคนเดียวก้าวเข้าไปยืนในโบสถ์เห็นเพียง แสงเทียนสลัวๆพอเห็นว่ามีพระนั่งสมาธิอยู่ เมื่อเพ่งเข้าไปหมายจะฆ่าหลวงพ่อปรากฏว่า คุณพระช่วยภาพ ที่เขามองเห็นไม่ได้มีพรอยู่องค์เดียวเหมือนที่เขาเห็นตอนกลางวันเสียแล้ว เพราะภายในโบสถ์เต็มไปด้วยพระสงฆ์ห่มสีกลักกำลังนั่งสมาธิเต็มไปหมด พระเหล่านั้นต่างนั่งสมาธิอย่างสงบโดยไม่สนใจกับภายนอกโบสถ์เลย เสือแคล้วนึกอยู่ในใจว่าพระมาจากไหนเยอะแยะก็ตอนกลางวันเห็นมีอยู่องค์เดียว ส่วนมือยังกำปืนแน่นอยู่ในลักษณะพร้อมยิงเสมอ ในที่สุดก็เลิกล้มความตั้งใจ เพราะไม่ทราบว่าจะทำวิธีไหนที่จะฆ่าพระได้หมด หลังจากนั้นสหายอีก 4 เสือก็ผลัดกันมาทุกคืนโยผัดเปลี่ยนกันกับเพื่อนทุกคนในกลุ่ม ผลปรากฏว่าเหตุการณืเหมือนกันทุกครั้ง 4 วันเต็มๆผลสุดท้ายเขาและเพื่อนยอมแพ้ในอภินิหารที่ได้ประสพมาจึงไม่อาจฆ่าท่านได้ ซึ่งคงเป็นเพราะบารมีของท่านซึ่งปฏิบัติธรรมเคร่งครัดเสมอมานั่นเอง เช้าของวันที่ 5 พวกเสือร้าย 5 คนได้ปรึกษาหารือกันเข้าไปกราบหลวงพ่อสำเนียงในโบสถ์และเล่าความจริงให้ท่าน ฟัง พวกเขาแนะนำตัวเองหลวงพ่อจึงถามไปว่า โยมพากันมาทำไมที่นี่ เสือแคล้วและพวกจึงสารภาพว่าต้องการมากราบขอขมาหลวงพ่อ กรรมใดที่ได้ล่วงเกินท่านไว้ขอให้ท่านอโหสิกรรมแก่พวกเขาหลวงพ่อท่านว่า เวรของผู้จองเวรย่อมไม่ระงับ แต่เวรของผู้ที่ไม่จองเวรย่อมระงับ อาตมาอโหสิให้ แต่กรรมโยมได้กระทำไปนั้นไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน กรรมนั้นย่อมตอบสนองในภายหลังไม่มีใครให้อภัยได้ ดังนั้นขอโยมจงหยุดการกระทำชั่วนั้นๆเสียแล้วให้เริ่มทำความดีต่อไป หมั่นรักษาศีลเพราะศีลจะทำให้ผู้ปฏิบัติให้เป็นผู้ที่สมบูรณ์ในโภคทรัพย์ ทั้งในภพปัจจุบันนี้และจะนำสู่สุขคติและนิพพานในภพหน้า เมื่อได้รับฟังธรรมะจากหลวงพ่อ เสือร้ายทั้ง 5 สำนึกผิดและซาบซึ้งในโอวาสของหลวงพ่อสำเนียง พวกเขาพร้อมที่จะปฏิบัติตามจึงได้มอบตัวเป็นลูกศิษย์ของท่าน พร้อมได้ปวาราณาตัวว่าจะเลิกทำชั่ว แล้วตั้งอยู่ในศีลธรรมต่อไปนี่ แหล่ะคือสัจธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ให้ชาวโลกละความชั่ว ประพฤติแต่ความดีในที่สุดธรรมะย่อมชนะอธรรม สมดังที่พระองค์ตรัสไว้ทุกประการ สาธุ...ถ้าเรื่องราวนี้ได้มอบคติธรรมะแก่ท่านทั้งหลายดิฉันขออนุโมทนาบุญกุศลนี้แด่หลวงพ่อสำเนียง อยู่ถาวรด้วยค่ะสาธุ



ตํารายาส่วนหนึ่งของหมอพร หรือกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์



ยาแก้โรคมะเร็งขนานที่ ๑ ท่านให้เอา หัวยาข้าวเย็นเหนือ ๑ หัวยาข้าวเย็นใต้ ๑ กํแล้วามะถันเหลือง ๑ ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้เอาหนักอย่างละ ๔ บาทเท่ากัน กะลามะพร้าวแก่ (ผ่าเป็น ๔ ส่วน เอา ๓ ส่วน) ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้นํามาใส่หม้อดินต้มกับนําพอสมควร ใช้นํารับประทานต่างนําชา จนนํายาจืด มีสรรพคุณแก้โรคมะเร็ง ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล เคยใช้รักษาหายมาแล้วฯขนานที่ ๒ ท่านให้เอา กระดูกงูเห่า ๑ หัวยาข้าวเย็นเหนือ ๑ หัวยาข้าวเย็นใต้ ๑ ทิ้งถ่อน ๑ แก่นมะเกลือ ๑ มะเดื่อปล้อง ๑ ตัวยาทั้ง ๖ อย่างนี้เอาอย่างละเท่าๆกัน นํามาใส่หม้อดินต้มกับนําพอสมควร ใช้นํารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา เวลาก่อนอาหาร วันละ ๓ เวลา มีสรรพคุณแก้โรคมะเร็งทุกอย่าง เป็นยาตัดรากโรคมะเร็งให้หายขาด เคยใช้รักษาหายมามากแล้ว ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯยาแก้ปวดเมื่อยต่างชนิดขนานที่ ๑ ท่านให้เอา ลูกข่อย ๑ ขนาน, แห้วหัวหมู ๑ขะนาน,หางไหลหัวเผือก หนัก ๒๐ บาท, กรุงเขมา หนัก ๒๐ บาท, ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้นํามาตากให้แห้ง ตําเป็นผง ผสมกับนําผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา ใช้รับประทานครั้งละ ๒-๓ เม็ด เวลาก่อนนอน เมื่อรับประทานยานี้ได้ผลดีแล้ว ต้องกรวดนําอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าของยาขนานนี้ด้วย มีสรรพคุณแก้ปวดเมื่อยได้ผลดีชะงัดแลฯยาแก้ปวดขาอย่างรุนแรงท่าน ให้เอาเถากะทกรก หนัก ๑ บาท, หญ้างวงช้าง ๑, รากคนทา ๑, ขิงแห้ง ๑,หัวข่า ๑,หญ้าหางช้าง ๑, ตัวยาทั้ง ๖ นี้เอาหนักอย่างละ ๑๐ บาทเท่ากัน ตัวยาทั้ง ๖ อย่างนี้นํามาใส่หม้อดินต้มกับนําสามส่วน ต้มเคี่ยวให้เหลื่อนํา ๑ ส่วน ใช้รับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยกาแฟ เวลา เช้า กลางวัน เย็น วันละ ๓ เวลา มีสรรพคุณแก้โรคปวดขาอย่างรุนแรงให้หายไปได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯยาลดความอ้วนท่าน ให้เอา ต้นบอระเพ็ด จำนวนมากพอสมควรนำมาล้างนำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆตากแดดให้แห้ง บดให้ละเอียด ผสมกับ นำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา ใช้รับประทานครั้งละ ๓ เม็ด เวลาก่อนอาหารเช้า ทุกวันติดต่อกันประมาณ ๑ เดือน ความอ้วนจะค่อยๆลดลงไปตามลำดับ โดยไม่เสื่อมเสียสุขภาพและไม่เป็นการทรมารสังขารอีกด้วย มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯยาลดไขมันในร่างกายขนานที่ ๑ ท่านให้เอา ต้นแห้วหมูทั้งห้า (ถอนเอาทั้งต้นตลอดถึงราก) จำนวนมากน้อยตามต้องการ นำมาล้างนำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆตากแดดให้แห้ง คั่วไฟให้สุกเหลือง ใช้ชงกับนำร้อนรับประทานต่างนำชา มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในร่างกาย ได้ผลอย่างชะงัดนักแล เคยใช้รักษาได้ผลดีมาแล้วฯขนานที่ ๒ ท่านให้เอา เมล็ดกาแฟดิบๆจำนวน ๑๔ เมล็ด นำมาแช่นำไว้ในตู้เย็นตอนกลางคืน รุ่งขึ้นเช้า นำเอาเมล็ดกาแฟนั้นมาต้มกับนำ ประมาณ ๓-๔ ถ้วยแกง ต้มเคี่ยวให้นานๆ ใช้นำยารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น วันละ ๓ เวลา ติดต่อกัน ๗ วัน มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในร่างกายได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯยาแก้โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดท่าน ให้เอา หัวกระเทียมโทน (กระเทียมหัวเดียวโดยเพาะ ไม่มีกลีบ) ๒๑หัว นํามาปอกเปลือกแล้วใส่โหล หรือ ใส่โถ ใส่นําผึ้งแท้ลงผสมให้ท่วมหัวกระเทียม ปิดฝาโหล หรือ โถ ให้สนิท หมักดองไว้ ๗ วัน ติดต่อกัน มีสรรพคุณแก้โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯยาแก้โรคหัวใจขนานที่ ๑ ท่านให้เอา หัวยาข้าวเย็นทั้ง ๒ (คือหัวยาข้าวเย็นเหนือ ๑ หัวยาข้าวเย็นใต้ ๑)กํามะถันเหลือง ๑, กําแพงเจ็ดชั้น ๑, ทองพันชั่ง ๑, ชะเอมเทศ ๑,ตัวยาทั้ง ๖ อย่างนี้เอาหนักอย่างละ ๑๐ บาทเท่ากัน นํามาใส่หม้อดินต้มกับนําพอสมควร ใช้นํายารับประทานครั้งละหนึ่งถ้วยชา เวลาหลังอาหารวันละ ๓ เวลา มีสรรพคุณแก้โรคหัวใจโต ซึ่งมีอาการหัวใจเต้นปรกติ อ่อนเพลีย เหนื่อยหอบให้หายไป ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯขนานที่ ๒ ท่านให้เอาต้นไมยราบ (เอาทั้งต้นตลอดถึงราก) นำมาล้างนำให้สะอาด สับเป็นชิ้นเล็กๆตากแดดให้แห้ง คั่วไฟให้สุกเหลือง ใช้ชงกับนำร้อนรับประทานต่างนำชา มีสรรพคุณแก้โรคหัวใจสั่น หรือ หัวใจเต้นแรงผิดปรกติ ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล เคยใช้รักษาได้ผลดีมาแล้วฯขนานที่ ๓ ท่านให้เอา ต้นและใบบัวบก จำนวนมากพอสมควร นำมาล้างนำให้สะอาด ตำให้แหลก คั้นเอานำ ผสมกับ นำตาลทรายแดง หรือ นำตาลทรายขาว ก็ได้ พอมีรสหวานเล็กน้อย ใช้รับประทานครั้งละ ๑ แก้ว วันละ ๓ เวลา ติดต่อกันประมาณ ๗-๑๐วัน มีสรรพคุณแก้โรคหัวใจ ซึ่งมีอาการเจ็บปวดที่หน้าอกข้างซ้าย หายใจขัด เหนือยง่าย ออ่นเพลีย มีเหงื่อออกอยู่ตลอดเวลา ได้ผลดีชะงัดนักแล เคยใช้รักษาตัวเองหายขาดมาแล้วฯขนานที่ ๔ ท่านให้เอา หัวผักกาดขาวสด (หัวไชเท้า) นำมาล้างนำให้สะอาด ปอกเปลือกแล้ใช้จิ้มนำผึ้งแท้ รับประทานครั้งละ ๑ หัว เวลาเช้า-เย็น ทุกวัน ประมาณ ๑๕ วัน มีสรรพคุณแก้โรคหัวใจ ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ เมื่อหายโรคแล้ว ให้ใส่บาตรพระ ๕ องค์ อุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าของยาขนานนี้ด้วยฯขนานที่ ๕ ท่านให้เอา มะพร้าวออ่น ๑ ลูก นำมาปอกตัดหัวออก เอาต้นคื่นฉ่ายสด นำมาหั่นเป็นท่อนๆประมาณ ๑ กำมือ ใส่ลงในผลมะพร้าวออ่นนั้น นำไปเผาไฟให้เดือดประมาณ ๕-๑๐ นาที ใช้นำมะพร้าวพร้อมกับคื่นฉ่ายนั้นรับประทานให้หมด ให้ปรุงยานี้รับประทานวันละ ๑ ครั้ง ติดต่อกัน ๗ วัน แล้วปรุงยานี้รับประทานวันเว้นวัน ต่อไปอีกประมาณ ๑-๒ เดือน มีสรรพคุณแก้โรคหัวใจ ซึ่งมีอาการหายใจขัด ปวดเจ็บที่หน้าอกข้างซ้าย ออ่นเพลีย ไม่มีแรง ให้หายขาด ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล เคยใช้รักษาได้ผลดีมาแล้วฯ
ยาแก้โรคความดันโลหิตสูงขนานที่ ๑ ท่านให้เอาต้นกาฝากมะม่วงทั้ง ๕ (เอาทั้งต้นตลอดถึ่งราก) จำนวนมากพอสมควร นำมาตากแดดให้แห้ง ใส่หม้อดินต้มกับนำพอสมควร ใช้นำยารับประทานต่างนำชา มีสรรพคุณแก้โรคความดันโลหิตสูงให้ลดลง อาการปวดศรีษะจะพลันหายไป ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล ฯขนานที่ ๒ ท่านให้เอา รากมะละกอตัวผู้ (เอารากทางทิศตะวันออก ตัดหัวและปลายรากทิ้งเสีย) ๑ กำมือ กับ สารส้ม (ก้อนขนาดเท่าหัวแม่มือ) ๑ ก้อน นำมาใส่หม้อดินต้มกับนำพอสมควร ใช้นำยารับประทานครั้งละ ๑ แก้ว วันละ ๒-๓ ครั้ง มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตสูงให้ลดลงเป็นปรกติ ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล ฯขนานที่ ๓ ท่านให้เอา คื่นฉ่าย (ที่ใช้รับประทานกับข้าวต้ม หรือใช้ใส่ ก๋วยเตี๋ยว) นำมาคั้นเอาเฉพาะนำ ใช้นำยารับประทาน มีสรรพคุณแก้โรคความดันโลหิตสูงให้หายเป็นปรกติ ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล ฯ
ยาแก้ความดันโลหิตตําท่าน ให้เอาหมูเนื้อแดง หนัก ๑ ก.ก กับพริกไทยร่อน ๑ กระป๋องนมข้น ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้ นํามาบดผสมกัน ใส่โถ หรือ ใส่โหล ใส่นําผึ้งแท้พอท่วมยา หมกข้าวเปลือกไว้ประมาณ ๑๕ วันขึ้นไป ใช้นํายาดองนี้ใช้รับประทานครั้งละ ๑ ช้อนโต๊ะ วันละครั้งทุกวัน เพียง ๕ วันเท่านั้น อาการป่วยโรคความดันโลหิตตํา และโรคโลหิตจาง จะหายเป็นปรกติ มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯ
ยาแก้โรคโลหิตจางท่าน ให้เอา ผลมะนาวสด ผ่าซีก บีบเอาเฉพาะนํา นํามาผสม กับนําหวานและปรุงด้วยเกลือทะเล (เกลือใส่แกง) พอสมควร ใส่นําแข็ง ใช้รับประทานบ่อยๆเป็นยาบํารุงโลหิต และ แก้โรคโลหิตจาง ทําให้มีผิวพรรณผุดผ่องมีนํามีนวล มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯ
ยาแก้โรคเบาหวานขนานที่ ๑ ท่านให้เอา รั้งผึ้ง (เอาทั้งรั้งพร้อมทั้งตัวอ่อน) ๑รัง, เหล้า ๑ ขวด, หัวกระชาย ๑๒ หัว, เปลือกตะโกนา (ต้นตะโกดัด สด หรือ แห้ง ก็ได้) ๓เปลือก, ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้ นํามาดองรวมกัน โดยนํารังผึ้งใส่ลงในโถ หรือ ใส่ลงในโหล เทเหล้าผสมพอท่วมรังผึ้ง ใส่หัวกระชาย (ซึ่งปอกเปลือกและทุบให้แตกเสียก่อน) และ ใส่เปลือกตะโกนา ลงผสม หมักดองไว้ ๓ วัน ใช้นํายาดองนี้รับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชาจีน เวลาก่อนอาหารเช้า-เย็น วันละ ๒ เวลา ทุกวันติดต่อกันไปจนครบ ๑ เดือน แล้วฯท่าน ให้เอา ต้นเหงือกปลาหมอ (เอาทั้งต้นตลอดถึงราก) จํานวนพอสมควรนํามาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง จํานวน ๖ ถ้วยชาจีน เอาพริกไทยร่อน จํานวน ๓ ถ้วยชาจีน บดให้ละเอียด ผสมกับนําผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา จํานวน ๑๐๘ เม็ด ใช้รับประทานครั้งละ ๑ เม็ด เวลาก่อนอาหารเช้า-เย็นทุกวัน ติดต่อกันไปจนครบ ๕๔ วันแล้วโรคเบาหวานจะหายขาด เจ้าของยาขนานนี้ได้ใช้รักษาตัวเองหายขาดมาแล้ว มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯ
ยาแก้โรคเหนื่อยหอบท่าน ให้เอา รากต้นกระดังงร หนัก ๖ บาท, รากต้นพิกุล หนัก ๕ บาท, รากต้นทองพันชั่ง หนัก ๕ บาท, หัวยาข้าวเย็นเหนือ หนัก ๔ บาท, ตัวยาทั้ง ๕ อย่างนี้ นํามาใส่หม้อดินต้มกับนําพอสมควร ใช้นํายารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา มีสรรพคุณแก้อาการเหนื่อยหอบให้หายไป ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ
ยาแก้เครื่องสืบพันธ์อ่อนท่าน ให้เอา หัวกระชาย ๑, ขมิ้นอ้อย ๑, พริกไทยร่อน ๑, ลูกกระวาน ๑, ว่านนํา ๑, ตัวยาทั้ง ๕ นี้เอาหนักอย่างละ ๓ บาทเท่ากัน นํามาตากแดดให้แห้งบดเป็นผง ละลายกับ นําผึ้งแท้ ก็ได้ นําตาลมะพร้าว ก็ได้ นําตาลโตนด ก็ได้ นําอ้อย ก็ได้ ปั้นเป็นลูกกลอน ใช้รับประทานเวลาเช้า-เย็น วันละ ๒ เวลา มีสรรพคุณแก้อาการเครื่องสืบพันธุ์อ่อนให้กลับคืนเป็นปรกติได้ผลดีอย่าง ชะงัดนักแลฯ
ยาแก้โรคเครื่องสืบพันธุ์ตายท่าน ให้เอา พริกไทยร่อน ๑ ผิวมะกรูด ๑ หัวกระชาย ๑ (ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้เอาอย่างละเท่าๆกัน) งูเห่า (ย่างไฟให้สุก) ๑ ตัว, ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้นํามาตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง ใช้ละลายกับนําตาลโตนด รับประทานวันละ ๒ เวลา เพียงเวลา ๒ อาทิตย์เท่านั้น จะปรากฎผลดีอย่างน่าอัศจรรย์แล เคยใช้รักษาได้ผลดีมาแล้วฯ
from http://board.palungjit.com/

0 comments:

Post a Comment

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...