เรื่อง: อยากเพิ่มแรม ขอคำแนะนำทีครับ ผมใช้ โน้ตบุค Asus F80Q series Pentium Dual T5800 2.00GHZ แรม2GB HDD250GB

อยากอัพแรมทำได้ไหมครับ แล้วอยากทราบว่า หากจะเพิ่มแรม มันเพิ่มได้มากสุดเท่าไหร่ มีวิธีดูไงว่า โน้ตบุคของเราจะเพิ่มแรมได้ไหม ได้แค่ไหน เชคจากไหนได้บ้างครับ และหากอัพแรมได้ ปัจจุบันราคาแรมประมาณเท่าไหร่ครับ ไปให้ร้านคอมทำให้ เค้าคิดยังไง

แรมท่าน ddr ไหนครับ

2 หรือ 3

แล้วก็ bus เท่าไหร่

ใช้ CPU-Z เซ้คนะครับ

http://www.filehippo.com/download_cpuz/

เลือก ตรง SPD อ่ะจะบอกรายละเอียดแรม

ผมใช้โปรแกรม CPU_Z เช็คแล้ว มันเขียนว่า DDR 2 ครับ และเป็น 32 bit

windows Vista ครับ




ส่วนมาก บอร์ด จะมี สลอตใส่แรม แค่ 2 ช่อง

เครื่อง ท่านนี้ น่าจะเป็น 2 gb 2 อัน

4 gb ก้เหลือแล้วครับใช้ไม่หมดหรอก

ไม่ต้องเพิ่มหรอก แล้ว ddr2 แพงกว่า ddr3 ด้วยแหละครับ

ท่านจะเพิ่มใช้ไหมครับ

ซื้อมาใส่เองก็ไม่ยากนะครับ

และถ้าเพิ่มแล้ว ต้องเปลี่ยน วินโดว ให้เป็น 64 bit เพื่อจะได้เห็นแรมครบ

และตอนไปซื้อต้องบอกเค้า ว่า ram notebook ddr2 2 gb และบัสด้วย

บัสคืออะไร ดูตรงไหน



จากรูปตัวอย่าง ของ อันนี้ คือมี 800 บัส

ปล. จำไว้นะครับ ต้องบอกว่าแรมโน๊ตบุคกี่ gb และ ddr อะไร และบัสเท่าไหร่

แค่นี้ก้ได้แล้ว ส่วนราคาของ ddr2 ของโน๊ตบุค

http://www.jib.co.th/web/index.php/product/listCategory/2/905/0/index.php
_________________


from http://www.soccersuck.com/


รูปตัวอย่าง แรม DDR

เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญอีกจุดนึง ที่มองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว เพราะ ในการประมวลผลแต่ละครั้ง ซีพียูจะต้องทำงานร่วมกับแรม [Ram : Random Access Memory] โดยทำหน้าที่ในการรับข้อมูลมาพักเก็บชั่วคราว เพื่อให้ซีพียูพร้อมและว่างเสียก่อน จึงจะส่งข้อมูลชุดใหม่ให้กับซีพียูนั่นเอง ดังนั้นแรมจึงมีหน้าที่สำรองข้อมูลไว้ ก่อนที่จะส่งไปให้ซีพียูประมวลผลครับ ถ้า โน๊ตบุ๊คของท่านผู้อ่าน มีแรมน้อยจนเกินไป ก็จะส่งผลให้การสำรองข้อมูลที่จะถูกประมวลผลนั้น ไม่ต่อเนื่องนั่นเอง ซึ่งอาการที่จะเห็นได้ชัดๆ เลย ก็คือ อาการค้างของเครื่อง หรือ เครื่องทำงานช้าลง เพราะข้อมูลที่ถูกสั่งงานให้ไปประมวลผลนั้น ก็จะเกิดการอาการ Overload หรือ ปัญหาคอขวด ดังนั้น การจะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คนั้นควรคำนึงถึงแรมด้วย ว่าคุณจะทำงานในด้านไหน หรือ โน๊ตบุ๊คของคุณควรจะมีแรมเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะการใช้งานของคุณ เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน หรือ อาจจะมีท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านที่ยังไม่รู้จักแรม วันนี้ทีมงานโน๊ตบุ๊คจะนำพาท่านไปรู้จักกับแรมกันอย่างลึกซึ้ง อย่ารอช้า ไปชมกันเลย


รูปตัวอย่าง แรม DDR2

ประเภทของแรมที่ควรรู้

ยุค สมัยก้าวหน้าขึ้นมาเรื่อยๆ แรมก็มีการพัฒนาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามขึ้นมาเช่นกัน ซึ่งในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้งแรมก็มีการเพิ่มความเร็วขึ้นมา เรื่อยๆ พร้อมกับอัตราการกินไฟที่น้อยลง แต่ในการพัฒนาแต่ละครั้งนั้นก็ต้องคำนึงถึงความเร็วของซีพียูด้วย ว่าจะทำงานร่วมกันให้ได้ความเร็วที่เท่ากันและพร้อมเพรียงกัน และในตอนนี้แรมก็มีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน คือ DDR, DDR2 และ DDR3 โดยรุ่น DDR และ DDR2 ก็เริ่มหมดไปจากตลาดในปัจจุบันแล้ว เนื่องจากแรม DDR นั้นมีแรงดันไฟฟ้าที่มากถึง 2.5 โวลต์ ทำให้แรมรุ่นนี้มีอัตราการกินไฟค่อนข้างมากอยู่พอสมควร ทางออก ที่ดีที่สุดในการพัฒนาแรมรุ่นต่อมาก็คือ การลดแรงดันไฟฟ้าของแรมและเพิ่มความเร็วบัสด้วย ซึ่งก็ได้เป็นแรม DDR2 ออกมานั่นเอง ซึ่งมีอัตราการกินไฟเพียง 1.8 โวลต์ เท่านั้น โดยมีความเร็วของบัสตั้งแต่ 200MHz ไปจนถึง 400MHz จึงทำให้แรม DDR2 เป็นที่นิยมเมื่อ 3-4 ปี ที่ผ่านมา และหลังจากที่แรม DDR2 ผลิตออกมา ต่อมาไม่นานผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คก็เล็งเห็นถึงความสามารถของเจ้า DDR2 ที่มีอัตราการกินไฟที่น้อยลง จึงนำเอาบรรจุอยู่ในโน๊ตบุ๊คครับ แต่หลังจากนั้นไม่นานแรม DDR3 ก็ถูกพัฒนาออกมาแทนที่แรม DDR2 ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบันนี้ครับ อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่ควรจะจำให้ขึ้นใจคือ แรมในแต่ละรุ่นนั้น ไม่สามารถใช้งานร่วมกันในเครื่องเดียวกันได้ เพราะว่าแรมในโน๊ตบุ๊คแต่ละประเภทถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ร่วมกับซีพียู และชิปเซ็ตเฉพาะรุ่นเท่านั้น จึงทำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ ซึ่งในส่วนต่อไปทีมงานโน๊ตบุ๊คโฟกัสจะขอแนะนำแรม DDR3 ซึ่งกำลังเป็นรุ่นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน ให้ท่านผู้อ่านเข้าใจอย่างง่ายๆ ครับ


รูปตัวอย่าง แรม DDR3

Ram (แรม) DDR3

เป็น แรมรุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อมาจาก แรม DDR2 ซึ่งจะพบในโน๊ตบุ๊คตั้งแต่ปี 2008 แต่ก็ยังไม่เยอะมาก จนมาถึงปี 2010 ก็เริ่มมีผู้ผลิตจับ แรม DDR3 มาใส่ในโน๊ตบุ๊ตมากขึ้นจนปัจจุบัน ก็ไม่มี DDR2 อยู่ในโน๊ตบุ๊คอีกต่อไป โดยจุดเด่นของ DDR3 จะอยู่ที่ความเร็วในการทำงานที่มากกว่ารุ่นก่อนๆ โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ 400MHz ไปจนถึง 1066MHz ซึ่งถ้านับรวมทั้งการส่งข้อมูลทั้งขาไปและขากลับ จะได้ความเร็วอยู่ที่ 800MHz ไปจนถึง 2,133MHz


ตารางความสามารถของแรมในแต่ละรุ่น

นอก จากนี้แรม DDR3 ยังลดอัตราการกินไฟกว่ารุ่นก่อนหน้านี้อีกด้วย โดยจะกินไฟประมาณ 1.5 โวลต์เท่านั้น [DDR2 จะกินไฟประมาณ 1.8 โวลต์] ซึ่งจะช่วยให้โน๊ตบุ๊คมีการใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานขึ้นพอสมควร อย่างไรก็ดี แรม DDR3 ก็ต้องใช้ควบคู่กับ ซีพียู และ ชิปเซ็ต ที่รองรับด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีแหล่งข่าวที่หลุดออกมาว่าใน อนาคตอันใกล้นี้อาจจะได้เห็นแรม DDR4 โลดแล่นอยู่ในวงการ IT แน่นอน ซึ่งจะมีความเร็วตั้งแต่ 1600MHz ไปจนถึง 2400MHz เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีอัตราการกินไฟที่ 1.2 โวลต์ ซึ่งน้อยลงไปกว่า DDR3 อีกด้วย ส่วนจะมาเมื่อไหร่นั้นต้องติดตามกันต่อไปได้ที่โน๊ตบุ๊คโฟกัสเท่านั้นครับ

โน๊ตบุ๊คเพิ่มแรมได้สูงสุดเท่าไหร่กันนะ?

ใน ส่วนนี้ท่านผู้อ่านจะต้องเปิดหนังสือคู่มือโน๊ตบุ๊คของท่านดูว่า โน๊ตบุ๊ครุ่นที่ท่านใช้นั้น ใช้ชิปเซ็ตรุ่นอะไร รองรับแรมได้เท่าไหร่ ซึ่งแน่นอนว่าโน๊ตบุ๊คในปี 2011 นี้ คาดว่าน่าจะรองรับได้ 4GB ได้หมดแล้ว ส่วนรุ่นก่อนหน้านี้ ต้องรองเปิดที่คู่มือดูก่อนนะครับว่า ชิปเซ็ตโน๊ตบุ๊คของท่านรองรับแรมได้เท่าไหร่ และโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันมีสล็อตสำหรับบรรจุแรม 2 สล็อตด้วยกัน [หรืออาจจะมากกว่า โดยส่วนใหญ่จะมีแค่ 2 สล็อต] ซึ่งท่านสามารถ บรรจุแรม 2GB เข้าไป 2 ตัว เป็นจำนวนแรม 4GB หรือบรรจุแรม 4GB เข้าไป 2 ตัว เป็นจำนวนแรม 8GB ก็เป็นได้ [หรือมากกว่านั้น] ขึ้นอยู่กับชิปเซ็ตของโน๊ตบุ๊คของแต่ละเครื่องด้วยว่าจะรองรับแรมได้เท่า ไหร่ครับ

ข้อจำกัดของ Ram (แรม) กับ Windows


รูปตัวอย่าง Windows เวอร์ชั่น 32 บิต

จุด นี้สำคัญมากๆ ครับ เพราะใช่ว่าชิปเซ็ตจะรองรับแรม 4GB ขึ้นไปแล้วก็ตาม แต่วินโดวส์ที่ท่านผู้อ่านใช้เป็นเวอร์ชั่น 32 บิต ก็ไม่สามารถมองเห็นแรมที่ติดตั้งได้ทั้งหมด 4GB เพราะวินโดวส์เวอร์ชั่น 32 บิตนั้น สามารถรองรับแรมได้แค่ 3.5GB เท่านั้น ซึ่งท่านผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะไม่ทราบในจุดนี้เลย เพราะคิดว่าเพิ่มแรมเข้าไปแล้วก็สามารถใช้งานได้ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เลยครับ นอกจากนี้ยังใช้ความสามารถของแรมทั้งหมดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย


รูปตัวอย่าง Windows เวอร์ชั่น 64 บิต

ถ้า ท่านผู้อ่านต้องการจะเพิ่มแรม 4GB ขึ้นไป ขอแนะนำให้ใช้ Windows เวอร์ชั่น 64 บิตครับ ที่สามารถรองรับแรมได้ตั้งแต่ 4GB ขึ้นไป ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถใช้งานแรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

โน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ ใช้ แรม เท่าไหร่ดีนะ


ตารางคุณสมบัติของแรมที่เหมาะกับการใช้งานแต่ละระดับ

คง จะเป็นคำถามสุดฮิตที่ท่านผู้อ่านหลายๆ คน ที่มีคำถามแบบนี้อยู่ในใจตลอดก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่อง ใหม่สักเครื่องนึงเอาไว้เป็นเพื่อนคู่กาย เพราะไม่เพียงแค่ ซีพียู กับ การ์ดจอ เท่านั้น ที่เป็นจุดสำคัญก่อนการตัดสินใจที่จะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องนึง เพราะแรมที่บรรจุมาก็สำคัญไม่แพ้กัน อันดับแรกต้องถามตัวท่านเองก็ก่อนนะครับ ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คไปเพื่ออะไร หรือ ใช้งานด้านใด เพราะถ้าซื้อไปไม่ตรงกับจุดประสงค์ ท่านก็จะได้โน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้ดั่งใจท่านนั่นเอง เช่น จะซื้อโน๊ต บุ๊คไปเล่นเกม แต่กับซื้อโน๊ตบุ๊คมีแรมเพียง 1GB บอกได้เลยว่าไม่ไหวครับ เพราะแรมเพียง 1GB ไม่สามารถที่จะรองรับการเล่นได้ ซึ่งเกมในปัจจุบันใช้แรมค่อนข้างเยอะพอสมควรขอแนะนำเป็น 4GB เป็นต้นไป จะดีที่สุดครับ ส่วนแรมที่ต่ำลงมานั้นก็สามารถใช้งานทั่วไปได้อย่างราบรื่น แน่นอน หายห่วงครับ แต่ถ้ามองอีกมุมสำหรับท่านผู้อ่านที่มีสเปคเครื่องที่เพียงพอต่อการใช้งาน แล้ว แต่ก็อยากที่จะเพิ่มแรมอีกสักหน่อยเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานก็สามารถทำ ได้ครับ เพราะการใช้งานโปรแกรมต่างๆ หรือแม้แต่ตัว Windows ก็ใช้แรมแทบทั้งนั้น ซึ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันก็จะติดตั้ง Windows 7 มาให้ใช้งาน ซึ่งถ้าโน๊ตบุ๊คทีแรม ไม่เกิน 1GB ก็จะทำให้การใช้งานไม่ราบรื่นเท่าที่ควรครับ จึงอยากให้เลือกโน๊ตบุ๊คที่มีแรมเพียงพอต่อการใช้งานนั่นเอง

สรุป

เป็น อย่างไรกันบ้างครับ กับบทความแนะนำเกี่ยวกับแรมที่ควรรู้ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านนะครับ อย่างไรก็ตามแรมก็เป็นส่วนสำคัญจุดนึงที่จะต้องคำนึงถึง ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องนึง เพราะถ้าได้โน๊ตบุ๊คที่มีแรมไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จะทำให้เสียเงินไปแบบได้ไม่คุ้มเสีย เพราะโน๊ตบุ๊คเครื่องนึงก็ราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ ถึงแม้ ซีพียู กับ การ์ดจอ จะเพียงพอต่อการใช้งานก็ตาม แต่ก็ต้องมาเพิ่มแรมอีก ยังไงก็ต้องเสียเงินเพิ่มอยู่ดี อย่างไรก็ตามโน๊ตบุ๊คที่ผู้ผลิต ผลิตของออกมานั้นก็บังคับสเปคเครื่องมาตั้งแต่ขั้นตอนผลิตแล้ว ไม่สามารถเลือกประกอบที่ละชิ้นส่วนได้เหมือนคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ยังไงก่อนจะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊ค ก็ต้องคำนึงถึงแต่ละส่วนที่จำเป็นต่อการใช้งานด้วยนะครับ เพื่อให้คุ้มค่าต่อการเสียเงินซื้อโน๊ตบุ๊คไปครับ สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณ ที่ติดตามอ่านบทความกันจนจบนะครับ อย่างเพิ่งหนีไปไหน ทางทีมงานยังมีบทความดีๆ แบบนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องครับ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านให้มากที่สุด สำหรับการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คนั่นเอง ติดตามกันได้ สำหรับบทความนี้ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ

from http://www.notebookfocus.com/readnews.php?id=1195

ช่วงนี้อากาศดีมากครับ ใกล้ปีใหม่แล้ว รักษาสุขภาพกันด้วยน่ะครับ เข้ามาเช็คเมล์มีคนส่งข้อความขอบคุณที่บล็อคผมเรื่อยๆ ก็ขอบคุณมากครับ ทำให้มีกำลังใจปรับปรุงบล็อคไปเรื่อยๆ ช่วงนี้ผมไม่ได้เข้ามาส่งบทความครับเพราะติดเล่นเกมส์เก่าๆ เช่น เกมส์ Diablo 2 เกมส์ PSP เกมส์ PS2,PS1 เล่นเป็นชาติก็ไม่หมดครับ บางทีเล่นจนปวดตาทีเดียว ตอนนี้เล่นไดอาโบ2 ปั้นตัวละครเป็นอาชีพ นักธนูสาว เล่นแบบตายแล้วตายเลย เข้าไปกู้ศพไม่ได้ เคยเล่นอาชีพนี้หลายครั้ง ไปอัพท่าไม้ตายสายธนู เช่นท่าธนูน้ำแข็ง ธนูไฟ ธนูกระจาย ขอบอกว่าตายทุกรอบเล่นไปได้ ระดับความยากปานกลางก็เดี้ยงแล้วครับ ตอนนี้มาอัพสายใช้หอกขว้าง ถือโล่ ใส่ชุดเกราะแบบมีสล็อตสี่สล็อต โล่สล็อตสามสล็อต ใส่เพชรกันไฟ น้ำแข็งสายฟ้า กันธาตุทุกอย่างทั้งชุดเกราะและโล่ อัพสเตตัส ทุกครั้งที่ขึ้นเลเวล ความแข็งแรง 1 ความแม่นยำ 1 พลังชีวิต 3 พลังเวทย์ 0 ไม่อัพ ตอนนี้ HP 800 แล้วอัพท่าไม้ตายหอกสายฟ้าขั้นสอง เต็ม20ท่านี้ปล่อยสายฟ้าจากปลายหอกและไม่ต้องอาศัยความแม่นยำของอาวุธเลยปล่อยยังไงก็โดน ศัตรู ตายเกลื่อน แล้วผมก็อัพท่าผู้ช่วยวัลคาไลน์เต็ม 20 แค่นอกนั้นก็เลือกอัพตามชอบ ท่าหลบอัพแค่หลบสี่สิบเปอร์เซนต์พอ แล้วจ้างผู้ช่วยเป็นนักธนูสาวชื่อ Kyoko ใช้ธนูไฟ พอดีเก็บธนูไฟในตำนานได้เป็นธนูสีเทาเวลาตกที่พื้น เอาให้เธอใส่ ยิงระเบิดช่วยดีมากๆ แถมร่ายเวทย์ลดพลังป้องกันที่ศัตรูได้อีก ผู้ช่วยวัลคาไลน์เราพออัพถึง 20 เวลาศัตรูโจมตีจะปล่อยคลื่นน้ำแข็งใส่ศัตรูได้อีกเรียกได้ว่าตอนนี้เทพมากๆ ครับ ผมใช้อาวุธเป็นหอกขว้างธรรมดาไม่แรงมากแต่ไล่จิ้มศัตรูด้วยท่าหอกสายฟ้า เก่งแค่ไหนก็ต้านไม่อยู่ บอสไดอาโบผมแทบไม่วิ่งหลบยืนจิ้มจนบอสตายคาหอก เพราะไฟมันพ่นใส่ผมแทบพลังชีวิตไม่ลดเพราะกันไฟเต็มที่ครับ มีเทคนิคดังนี้ครับ ศัตรูบอสที่ชื่อพิเศษเป็นสีแดงแล้วเรารู้ว่าโหดๆอย่าไปจิ้มใกล้มันครับ แล้วให้ร่ายเวทย์ลดพลังเวทย์ศัตรู กันไว้ทุกครั้ง เพราะเวลาสู้ศัตรูจะมาไวและรุมเข้ามามาก ให้เราร่ายเวทย์กันไว้เลย ไม่งั้นเจอบอสที่ปล่อยสายฟ้ามาจะแรงมาก จนเราตายไว แบบไม่ทันมอง แค่ร่ายเวทย์กันไว้ ผู้ช่วยเราสองคนคือวัลคาไลน์กับนักธนูเคียวโกะของผมก็ตื้บมันตายเองครับ แล้วลูกน้องรอบๆบอส เราก็คอยวิ่งวนจิ้มให้ตายไปทีละตัวอย่าให้รุมวัลคาไลน์เราจนตาย คือเราทำหน้าที่ตื้บลูกน้องบอส ป้องกันวัลคาไลน์ ส่วนวัลคาไลน์และนักธนูเคียวโกะทำหน้าที่ล่อบอสและตื้บบอสแทนเราครับ พื้นที่ไหนแคบๆ ให้ระวังอย่าสู้กับบอสเด็ดขาด ให้วิ่งหนีไปพื้นที่กว้างๆและคอยเติมพลังให้เต็มตลอดเพื่อรองรับเวลาบอสตายมันอาจระเบิดไฟหรือน้ำแข็งใส่เราหรือสายฟ้าปล่อยใส่กะเอาเราทีเดียวตาย อย่าคิดอวดเก่งเข้าใกล้บอสแล้วเดี่ยวกับมันเด็ดขาด ผมใช้วิธีนี้จนตอนนี้บอสหน้าไหนก็ไม่กลัวแล้วครับ เข้ามาเลย เจอหอกสายฟ้าจิ้้มๆๆๆ ตายหมดฉาก 5555 คิดว่าวันนี้คงเข้าเริ่มสู้ระดับความยากแบบนรกรออยู่ครับ ได้ผลยังไงจะมาเล่าสู่ให้ฟังอีก
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...