(033) การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลานสีดำ


สงวนลิขสิทธิ์โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล
อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ได้ด้วยการอ้างอิงตามหลักวิชาการเท่านั้น
การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลาน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล


1. อารัมพบท

ท่านทั้งหลาย ท่านคงรู้จักพระสมเด็จวัดระฆังอันโด่งดังที่สุดในกรุงรัตนโกสินทร์กันเป็น อย่างดีแล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จริงรู้เแท้ว่า เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระนิยตโพธิสัตว์เจ้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้สร้างหรืออธิษฐานจิตพระเครื่องและวัตถุมงคลอันล้ำค่ามากน้อยเพียงใด แม้เซียนโบราณผู้เป็นปรมาจารย์ทางด้านพระเครื่องของเมืองไทยในอดีต จะได้ศึกษาค้นคว้าและรจนาออกมาทั้งแบบหลักวิชาการ ผสมผสานความพิศดาร และแสดงความคิดเห็นส่วนตนเข้าไปมากมาย จนกลายมาเป็นคัมภีร์ผูกมัดเซียนให้เดินตามอย่างดิ้นไม่ออก อย่าลืมว่า แม้เซียนโบราณท่านจะได้สะสมความรู้อย่างอุตสาหะ แต่ข้อเท็จจริงตัวท่านเองก็เกิดไม่ทันเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) ดังนั้น ความรู้ ความเห็นและประสบการณ์ที่ท่านมี จึงเป็นความจริงแท้เพียงส่วนหนึ่ง แต่ความจริงแท้ที่ท่านไม่สามารถค้นพบ หรือมีอคติส่วนตัว อาจทำให้ท่านมองเห็นต่างจากความจริง จนทำให้พลาดโอกาสที่จะเสนอความจริงได้ทั้งหมดหรือไม่ครบทุกด้าน ด้วยเหตุนี้ การที่จะสรุปว่าความรู้ของท่านนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว ไม่มีความรู้อื่นใดมาหักล้างได้ จึงเป็นการปิดกั้นผู้อื่นมิให้เข้าถึงความรู้ที่แท้จริงได้ นี่คือความจริงของการศึกษาตามหลักวิชาการ ที่ต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้อื่นสามารถต่อยอดความรู้ได้...การศึกษาใบไม้ในกำมือ ก็รับรู้ได้แค่เพียงในกำมือ... หากเปิดใจศึกษาใบไม้นอกกำมือ ก็จะสามารถเปิดไปสู่ความรู้ที่กว้างไกลมากขึ้น...

พระสมเด็จวัดระฆัง ถือเป็นสุดยอดจักรพรรดิ์ของพระเครื่องในปัจจุบัน ความพิศดาร มหัศจรรย์ หรืออจินไตย ที่แฝงอยู่ในองค์พระ จึงเป็นสิ่งที่เร้นลับแห่งองค์ผู้สร้าง ผู้อยู่เหนือโลก อยู่เหนือกาลเวลา และอีกมากมาย วิสัยขององค์นิยตโพธิสัตว์เจ้า จึงอยู่เหนือการรับรู้ของปุถุชนคนธรรมดา หรือแม้แต่พระอริยสงฆ์ที่ยังไม่หลุดพ้น ก็มิสามารถเข้าไปหยั่งรู้ความจริงขององค์ท่านได้ แล้วพวกเราๆ คนธรรมดาจะไปรู้แจ้งทั้งหมดกระนั้นหรือ ผมเอง จึงพยายามเปิดพื้นที่ความรู้ออกไปสู่การศึกษาแบบใบไม้นอกกำมือ แต่ก็ยังรักษาความรู้ใบไม้ในกำมืออยู่ ด้วยวิธีการต่อยอดออกไป จะถูกจะผิดก็เป็นหน้าที่ของคนอื่นที่จะค้นหาต่อไป การศึกษาทางโลกมันก็เป็นเยี่ยงนี้ เกิดมาอีกกี่ภพกี่ชาติ จบปริญญาเอกเป็นล้านๆใบ ก็ยังเรียนไม่จบ แต่การศึกษาทางธรรมและปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น สามารถเรียนจบได้... แล้วท่านหละจะเลือกศึกษาแบบใด


2. การศึกษาตามหลักวิชาการ

การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆังที่สร้างหรืออธิษฐานจิตโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จากหนังสือ "ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องฯ เล่ม 1 พระสมเด็จฯ" นิพนธ์โดย "ตรียัมปวาย"ซึ่ง ถูกตีพิมพ์มาแล้วหลายครั้ง (ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2495 และล่าสุดครั้งที่ 5 ปี พ.ศ. 2515) จึงนับเป็นหนังสือนิพนธ์พระเครื่องฯ ที่เป็นอมตะและเป็นครูให้กับเซียนที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆัง โดยเฉพาะพระเนื้อผงใบลานสีดำ จากหนังสือเล่มดังกล่าวนั้น ตรียัมปวาย ได้อธิบายเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเนื้อพิเศษว่า


"นอก จากเนื้อมาตรฐานที่เรียกว่า "เนื้อปูนปั้น" ดังกล่าวแล้ว ยังมีผู้เชื่อว่า พระสมเด็จฯ อาจมีเนื้อชนิดที่สร้างด้วยเนื้อชนิดอื่นๆอีกเช่น

ก. เนื้อผงใบลานเผา (ดำ) เนื้อชนิดนี้เท่าที่สืบทราบไว้ คือ พระอาจารย์ขวัญ กล่าวว่าได้ทราบจาก พระธรรมถาวร อาจารย์ของท่านว่า เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้เคยสร้างพระสมเด็จฯเนื้อชนิดนี้เหมือนกัน แต่มีจำนวนน้อยมาก ทั้งนี้เพราะเป็นการสิ้นเปลืองผงใบลานเผามาก โดยปรกติแล้วเจ้าพระคุณสมเด็จฯ จะใช้ผงใบลานเผา ซึ่งเกิดจากการเผาแผ่นใบลานที่ท่านได้จารอักขระและสูตรทางพุทธมนต์ เจือผสมกับเนื้อขาวธรรมดาเท่านั้น...

"หนังสือที่ท่านจารคืออักขระเลขยันต์ ทางพุทธาคม พอมากๆเข้าท่านหอบเอาใบลานที่จารเหล่านั้น มากองสุมไฟเสียคราวหนึ่ง แล้วเก็บเอาขี้เถ้าใบลานเผานั้นไว้บดผสมกับสิ่งอื่นๆ สร้างเป็น พระสมเด็จฯดำ ขึ้น และเจือผสมเนื้อขาวสร้างพระสมเด็จฯเนื้อขาว ขึ้นมากมาย แต่สมัยนั้นไม่ใคร่มีใครสนใจพระสมเด็จฯกันนัก เด็กที่มาช่วยตำผง ท่านก็แจกให้คนละองค์"...

"พระสมเด็จฯ เนื้อผงใบลานเผาสีดำที่ท่านสร้างขึ้นนั้น โยมเล่าว่า พิมพ์ด้วยแม่พิมพ์หินมีดโกน พิมพ์ได้ครั้งละองค์ พิมพ์แล้วท่านก็ตากไว้ในกระด้ง พอแห้งดีแล้วท่านก็เก็บใสย่ามละว้าใหญ่ของท่าน แล้วเอาไว้แจกชาวบ้าน และที่เหลือไม่ทราบว่าท่านเอาไปไว้ที่ไหนหมด"...

"การ พิจารณาอายุของนายต่วน ดาวเรือง ก็เพื่อประสงค์จะสอบสวนอายุของนายทิมว่า ถ้ามีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ (พ.ศ. 2496) จะถึง 105 หรือ 106 ปี จริงหรือไม่ผู้ใหญ่สมัยนั้นจะต้องบวชก่อนแล้วจึงมีครอบครัว คือนายทิมจะต้องมีอายุแก่กว่านายต่วนบุตรคนหัวปี อย่างน้อย 20 ปี เพราะฉะนั้น พระสมเด็จฯเนื้อผงใบลานเผา อย่างน้อยที่สุดจะต้องสร้างก่อนปี พ.ศ. 2414 เพราะสร้างตั้งแต่นายทิมยังเป็นศิษย์วัดระฆังฯ จนนายทิมบวชแล้วสึกออกมามีครอบครัว และมีข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง คือได้สร้างตอนที่เจ้าพระคุณสมเด็จชราภาพมากแล้ว เพราะนายทิมเล่าว่า ตอนนั้นเจ้าพระคุณสมเด็จฯ มีฟันเหลืออยู่ซี่เดียว"
(ตรียัมปวาย. 2515: 164-165)


นอกจากนั้น ตรียัมปวายยังได้อธิบายถึงพระเนื้อพิเศษอีกสองชนิดคือ เนื้อชานหมากและเนื้อปูนน้ำมันอีกด้วย ดังที่เขาอธิบายว่า "พระอาจารย์ขวัญ กล่าวว่าได้ทราบว่า "เจ้า พระคุณสมเด็จฯ ได้สร้างพระสมเด็จฯ เนื้อชานหมากด้วย คู่กับเนื้อผงใบลานเผา ซึ่งเป็นเนื้อที่แตกต่างไปจากเนื้อปูนขาว สำหรับเนื้อชานหมากเป็น พิมพ์ทรงพระประธาน และเนื้อผงใบลานเผาเป็นพิมพ์ทรงปรกโพธิ์ ซึ่งมี 2 แบบ คือ ชนิดโพธิ์เมล็ด กับโพธิ์ใบ และกล่าวว่าเนื้อพิเศษทั้ง 2 ชนิดนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ทูลเกล้าถวายสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง และได้ทรงพระราชทานแจกข้าราชการ ในปี พ.ศ. 2416 ซึ่งเป็นปีที่เรียกกันว่า ปีระกาป่วงใหญ่ ซึ่งหลังจากเจ้าพระคุณสมเด็จฯได้สิ้นแล้วปีหนึ่ง" (ตรียัมปวาย. 2515: 165)


จาก ข้อมูลดังกล่าว จึงสรุปได้ว่า พระสมเด็จเนื้อผงใบลานเผาสีดำ เป็นเนื้อพิเศษที่ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ท่านสร้างขึ้นมาด้วยวาระพิเศษ เพื่อถวายและแจกจ่ายเป็นกรณีพิเศษ และเก็บบางส่วนไว้เป็นกรณีพิเศษ ดังตรียัมปวายกล่าวว่า "และที่เหลือไม่ทราบว่าท่านเอาไปไว้ที่ไหนหมด"และ พระเนื้อนี้ ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงบั้นปลายชีวิตของท่าน และสร้างด้วยจำนวนจำกัด อาจมีเพียงหลักร้อยองค์ เพราะเท่าที่ผู้เขียนพบในปัจจุบันเมื่อสามปีที่แล้ว มีเพียงหลักร้อยเท่านั้น





พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลาน พิมพ์ปรกเมล็ดโพธิ์ เป็นพิมพ์เหมือนกับที่ตรียัมปวายระบุไว้ในหนังสือ



3. การค้นพบพระสมเด็จเนื้อผงใบลานเผา

การค้นพบพระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลานเผาสีดำ ถูกเปิดเผยขึ้นมาเมื่อราวสามปีที่แล้ว ขณะที่ผู้เขียนยังอยู่ในวงการพระเครื่อง ได้เจอกับผู้เชี่ยวชาญด้านพระเครื่องของเมืองไทยหลายคน จนมีโอกาสได้ไปร่วมบรรยายและตรวจสอบพระเครื่องให้กับสมาชิกหลายครั้งทั้งใน กรุงเทพฯและต่างจังหวัด พร้อมกับได้เริ่มปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่เมื่อหกเจ็ดปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน ผู้เขียนก็ได้พบกับญาติธรรมซึ่งเป็นสตรีท่านหนึ่ง เธอเป็นผู้มีตาทิพย์มาตั้งแต่วัยเด็ก แต่ถูกมารดานำไปให้พระปิดตาที่สามไว้ จนกระทั่งเธอได้เข้ามาสู่วงการพระเครื่องและเริ่มสัมผัสกับเบื้องบนได้อีก ครั้ง เธอเคยติดตามและไปร่วมในการบรรยายแทบทุกครั้ง ต่อมาเมื่อราวๆสามปีที่แล้ว เบื้องบนได้สื่อสารทางจิตกับเธอ โดยให้เธอเดินทางไปยังจังหวัดอ่างทอง เพื่อไปรับพระเครื่องชุดหนึ่ง ทั้งที่เธอไม่ได้รู้จักใคร พระที่ได้รับมาก็คือ พระชุดเนื้อผงใบลานเผาสีดำ และยังมีพระผงเนื้อสีเขียวชนิดปรกเมล็ดโพธิ์เหมือนกับรัชกาลที่ 5 นำมาแจกประชาชนในปี 2416 (ปีระกาป่วงใหญ่) จากท่านผู้เฒ่าท่านหนึ่งอายุมากกว่า 80 ปี หลังจากนั้น ผู้เฒ่าท่านนั้นก็เสียชีวิตเมื่อปี่ที่ผ่านมา

บุพกรรมของ ผู้เฒ่ารายนี้ก็คือ ท่านเล่่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยเป็นหนุ่มท่านเคยไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ น่าจะเป็นวัดระฆังเพราะท่านไม่ได้บอกตรงๆ แล้วนำเอาพระชุดดังกล่าวออกมาจากที่แห่งหนึ่งภายในวัด(ไม่เปิดเผย) กลับมาไว้ที่บ้านเกิดที่จังหวัดอ่างทอง โดยนำมาบรรจุใส่ไหไว้ภายในบ้าน แต่มีเหตุให้เกิดอาเภท ครอบครัวร้อนวุ่นวาย ท่านจึงนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ที่ตัวเองสร้างขึ้นไว้ภายในวัดที่ใกล้บ้าน จนเมื่อราวสามปีที่แล้ว มีเหตุให้เจดีย์ที่สร้างไว้พังเสียหายท่านจึงไปนำกลับมาเก็บไว้ที่บ้าน แต่เหตุอาเภทก็ยังเล่นงานครอบครัวหนักขึ้น จนทำให้ท่านเป็นอัมพาต ลูกหลานก็เดือดร้อน เจอแต่เรื่องร้ายๆ พอสตรีท่านนี้ไปถึง พวกเขาถึงกับยกให้ทั้งหมดอย่างไม่เสียดาย หลังจากนั้นผู้เฒ่าก็เสียชีวิตลง

ต่อ มา พระเนื้อผงใบลานชุดนี้ จึงถูกนำมาแจกจ่ายกับญาติธรรมไปจำนวนหนึ่ง(มากแล้ว) เสียงร่ำลือถึงพลานุภาพอันแสนหนักหน่วง คนแล้วคนเล่าที่ได้สัมผัสองค์พระถึงกับขนลุกขนชัน บ้างก็หายใจไม่ออกหัวใจเต้นตุบตับ บ้างก็หนักหัวหนักไหล่ บางคนถึงกับหงายหลังก็มี บางคนปรับธาตุขันธ์ได้ก็มีแต่ความสงบร่มเย็น มีโชคลาภ ใครเห็นใครได้ยินก็อยากจะได้ รวมทั้งมิสเตอร์เบิร์ด ชาวสิงคโปร์เชื้อสายเจ้าคนไทยที่อพยพไปหลบภัยที่สิงคโปร์เมื่อครั้งรัชกาล ที่ 5 ก็มาอัญเชิญกลับสิงคโปร์ไปนับสิบองค์ มิสเตอร์เบิร์ดผู้นี้ มากับมิสเตอร์ริชาร์ด หว่อง ที่คนไทยรู้จักกันดีในวงพระการพระเครื่อง ซึ่งทั้งสองคนนี้เคยพบกับผมแล้วหลายครั้ง และมิสเตอร์เบิร์ดผู้นี้ก็มีองค์เทพบารมีเป็นฤาษี เขาจึงสามารถสัมผัสพลังลึกลับได้


4. การศึกษาทางกายภาพ (Physical)

ความ จริงแล้ว พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลานเผาสีดำ มีหลากพิมพ์ มิใช่มีแค่พิมพ์ปรกโพธิ์ดังที่ตรียัมปวายระบุไว้ ซึ่งจากการค้นพบหลักฐานใหม่ดังข้างต้น พบว่ามีหลายพิมพ์ซึ่งล้วนแต่เป็นพิมพ์นิยมทั้งสิ้น อาจมีบางพิมพ์ที่วงการไม่คุ้นเคย แต่โดยรวมเป็นพระที่สร้างขึ้นโดยช่างหลวง จึงมีความปราณีตและสวยงามมาก ส่วนเนื้อมวลสารหลักก็คือ ผงใบลานเผา ผสมกับเนื้อปูนปั้นบ้างเล็กน้อย จึงปรากฏฝ้าฝุ่นปูนขาวเกาะผิวหน้าองค์พระ คล้ายแป้งแคลเซียมหรือไขขาวเกาะแน่น นอกจากนั้นยังมีเนื้อข้าวสุกและมวลสารอื่นๆ แต่เห็นไม่ชัดเจน และไม่สามารถระบุได้ บางองค์เห็นเศษแผ่นคล้ายเงินแวววาว แต่ที่แน่นอนคือ มีผงเหล็กไหลเป็นส่วนผสมจำนวนมาก และพระดูดติดกับแม่เหล็กอย่างชัดเจน

พระ เนื้อผงใบลานเผาจะมีสองเนื้อคือ สีออกดำ จะมีเนื้อหยาบกว่า และสีออกเทาจะมีเนื้อละเอียดกว่า หากมองด้วยตาเปล่าหรือกล้องส่อง จะเห็นผิวพระแห้งจัด มีความขรุขระ ยุบย่น มีการบิดโค้งเล็กน้อย มีคราบน้ำปูน คราบคล้ายไขขาวเป็นแป้ง ดูเป็นธรรมชาติและมีความเก่าอย่างชัดเจน พระบางองค์จะมีคราบไขเกาะเป็นก้อนเหนียวมาก แกะออกยาก โดยเฉพาะพระองค์ที่มีเนื้อออกสีเทา ส่วนพระเป็นสีดำมักจะมีคราบแป้งฝุ่นสีขาวเกาะผิว แต่เช็ดออกได้






5. การศึกษาแบบอจินไตย (Mind)

พระ สมเด็จวัดระฆังเนื้อผงใบลานนี้ นอกจากผู้ที่มีญาณสามารถสัมผัสพลังพลานุภาพได้มากมายคนแล้วคนเล่าแล้ว สตรีผู้ไปอัญเชิญท่านมายังสามารถสื่อสารกับสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)ได้ เธอเห็นภาพเจ้าพระคุณสมเด็จฯกำลังนั่งเผาใบลานด้วยตัวท่านเอง รวมทั้งเห็นพระสงฆ์รูปหนึ่งมีรูปร่างท้วมผิวขาวหน้าตาดี วัยไม่เกินหกสิบกำลังช่วยท่าน ส่วนพิธีอธิษฐานจิตนั้น เธอเห็นเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) หลวงปู่ทวด หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร และหลวงพ่อเงิน นั่งร่วมอธิษฐานจิตด้วย บางคนก็เห็นขรัวตาแสงด้วย

และ ล่าสุด ผมมอบหมายให้บุรุษผู้หนึ่ง(มีตาทิพย์) ช่วยตรวจสอบภายในให้ด้วย ปรากฏว่า เขาอธิษฐานจิตขอทราบพลังและองค์ผู้อธิษฐานจิต จึงทราบว่า นอกจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) แล้ว ยังมีหลวงปู่ทวด หลวงปู่ศุขวัดมะขามเฒ่า เป็นผู้อธิษฐานจิตร่วม และยังเห็นรัศมีรังสีเป็นสีทองสว่างไสวรอบองค์พระ แผ่รังสีออกไปในจักรวาลจนไร้ขอบเขต มีพลังมหาศาลแบบครอบจักรวาล พลานุภาพเด่นทางด้านมหาโภคทรัพย์ ดูดทรัพย์ มหาเมตตาบารมี แคล้วคลาด ป้องกันภัยพิบัติ และด้านอื่นๆแบบครอบจักรวาล

และอีก หลายท่านอธิษฐานจิตขอทราบปีที่สร้าง ปรากฏว่า สร้างในวาระปี 2411 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ขึ้นครองราชย์ จึงนับเป็นพิธีใหญ่มาก และอาจมีองค์อภิญญาในยุคนั้นอีกหลายองค์ร่วมอธิษฐานจิตด้วย ซึ่งแล้วแต่ใครจะตรวบสอบเจอองค์ใดได้บ้าง ตามความสามารถของญาณในของแต่ละท่าน


6. บทสรุป

ท่าน ทั้งหลาย การที่ผมนำเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเปิดเผย ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นใดๆเลย มิหนำซ้ำอาจจะถูกผู้ที่ไม่เห็นด้วยโจมตีว่า สร้างเรื่องเล่านวนิยายขึ้นมาดุจเช่น เรื่องราวพระสมเด็จของยายขำ แต่ความจริงแท้ แม้ใครจะรู้หรือไม่รู้ก็ชั่ง จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ชั่ง พระจะอยู่ในที่ลับหรืออยู่กับบุคคลใดก็ชั่ง จะถูกสรรเสริญหรือถูกเหยียดหยันก็ชั่ง ความจริงแท้ของสิ่งเหล่านั้น ก็ยังเป็นอยู่เช่นนั้น ก็ยังเป็นวัตถุอยู่กลางๆอย่างนั้น วัตถุนี้ก็ไม่เจ็บร้อนหรือยินดียินร้ายในคำพูด ในความเชื่อไม่เชื่อ หรือในความศรัทธาไม่ศรัทธา วัตถุนั้นก็นิ่งเฉยอยู่อย่างนั้น ดังนั้น ผมมีหน้าที่นำท่านออกมาเปิดเผย ก็ขอให้ท่านโปรดใช้วิจารณญาณด้วยตัวของท่านเองเถิด เพราะผมมีจิตอันบริสุทธิ์ที่อยากสรรเสริญคุณธรรมความดีงามของเจ้าพระคุณสม เด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ด้วยจิตศรัทธายิ่ง

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
23 พฤษภาคม 2555


อ้างอิง
ตรียัมปวาย. (2515). ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องฯ เล่ม 1 พระสมเด็จฯ. กรุงเทพฯ: รวมสาส์น.


หมายเหตุ พระ สมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลานเผาสีดำ เป็นคนละชุดกันกับพระชุดวังหน้าสีดำ อย่าได้จำสับสนกันนะครับ พระชุดนี้ประเมินค่าหลักล้านขึ้นไป เพราะหายากกว่าเนื้ออื่นๆ

สำหรับผมถือว่า พระเนื้อผงใบลานเป็นที่สุดของพระสมเด็จวัดระฆัง เพราะมีพลังแบบไร้ขีดจำกัด และเป็น "จักรพรรดิออฟจักรพรรดิ" (จักรพรรดิเหนือจักรพรรดิ)
from http://doctoramulet.blogspot.com/2012/05/033.html

0 comments:

Post a Comment

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...