พระเครือง กรุพระธาตุนาดูน ได้ถูกขุดพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2522 เป็นพระพิมพ์ดินเผามีพุทธศิลป์ลวดลายอ่อนช้อยสวยงาม และเป็นศิลปะสมัย
ยุคทวารวดี การสร้างอยู่ระหว่าง พุทธศตวรรษที่ 12-14 หรือประมาณ 1,300 ปี (โดยทางกรมศิลปากรเป็นผู้กำหนดอายุ) และในปี 2533 ทางคณะวิจัย

ร่วมฝรั่งเศส-ไทย นำโดย ศ.บรูโน ดาแชงส์ จากมหาวิทยาลัยซอร์บอนนูแวล (ปารีส 3) พร้อมด้วยคณะอาจารย์จากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยกรมศิลปากร


ดังนั้น คณะโบราณคดีดังกล่าว จึงได้ทำการสำรวจแหล่งโบราณคดีนครจำปาศรี (ปัจจุบันคือ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม) เพื่อศึกษาถึงแหล่ง
วัฒนธรรมทวารวดี-ขอม(เขมร)
 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่มีคูรอบเมือง และมีคูผ่านกลางเมือง นอกจากนี้ยังมีการปรากฏอยู่ระหว่างโบราณสถาน
ในวัฒนธรรมเขมร 2 แห่ง และโบราณสถานในวัฒนธรรมทวารวดีอีกด้วย มีการค้นพบพระกรุพระบรมธาตุนาดูน ร่วมกับพระบรมสารีริกธาตุ
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยบรรจุในองค์พระบรมสารีริกธาตุในสถูปสำริด (สถูปสำริดพบที่พระธาตุนาดูนเหมือนกับสถูปสำริดพบ
ที่พงตึก อ. ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี) พบพร้อมพระทองคำ และทองสำริดบางส่วนในพื้นที่ดังกล่าว

ในปัจจุบันพระพิมพ์บางพิมพ์ของกรุนี้ กลับเป็นพระพิมพ์ดินเผาที่หาได้ยาก จนทำให้มีราคาค่านิยมที่สูงมาก เเละเป็นที่ต้องการของนักสะสม 

และที่หายากที่สุดคือ พระทองคำ และ พระพิมพ์เนื้อว่าน (เนื่องจากแตกหักในขณะขุดเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะอยู่ชั้นแรก ๆ ของกรุ) สำหรับพระทอง
นั้นในกรุหนึ่ง ๆ จะมีไม่เกิน 5 องค์ พระทองนี้มีชื่อเรียกว่า "พระยอดกรุ



การประมูลที่ดินรอบ ๆ พระธาตุนาดูน เพื่อขุดกรุ

การขุดกรุของที่นี่ก็คือ ผู้ต้องการขุดจะไปติดต่อกับเจ้าของนา(ที่ดิน) โดยให้ราคาตั้งแต่ 5หมื่น ถึงหลักแสนต่อไร่ เพื่อทำการขุดหาพระเครื่องในบริเวณที่เช่านั้น

หลังจากพระกรุพระธาตุนาดูน จ.มหาสารคาม แตกกรุครั้งแรกเมื่อประมาณปี ๒๕๒๒ มีราคาสูง และเป็นที่ต้องการของนักสะสม นิยมพระเครื่องโดยทั่วไป

ซึ่งส่วนใหญ่การขุดพระพระเครื่อง จะพบในบริเวณที่นาของนายทองดี ปะวะภูตา ราษฎรบ้านนาดูน ต.นาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ในครั้งนั้นมีการขุดพบ

โบราณวัตถุสมัยทวารวดี พบสถูปที่ใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ มี ๒ ส่วน คือ ๒.ส่วนยอด มีลักษณะเป็นปล้องไฉน จำนวน ๒ ปล้อง ส่วนบนสุด
เป็นปลียอดกลม ๒.ตัวสถูปทำด้วยทองสัมฤทธิ์ ลักษณะคล้ายระฆัง หรือโอ่งคว่ำ ส่วนยอดของตัวสถูปจะรับเข้ากับส่วนล่างสุดพอดี พร้อมกันมีการขุดพบพระเนื้อดินเผา
พิมพ์ต่างๆ หลายสิบกระสอบ

พระเนื้อดินเผา กรุพระธาตุนาดูน จัดว่าเป็นพระกรุเก่าแก่ที่สุดอีกกรุหนึ่งของเมืองไทย อายุประมาณ ๑,๕๐๐ ปี นับเป็นกรุที่มีพระจำนวนมากที่สุด และมีจำนวนพิมพ์

มากกว่า ๔๐ พิมพ์ โดยมีความแตกต่างในพิมพ์ทรงองค์พระ ซึ่งล้วนแต่ออกแบบได้งดงามอลังการยิ่ง แต่ละพิมพ์บ่งบอกถึงความหมายอยู่ในตัว รวมทั้งยังบ่งบอกถึง
คติความเชื่อ และความศรัทธาเลื่อมใสของบรรพชน

ค่านิยมพระกรุนาดูน ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบันมี ๒ แบบ คือ พิมพ์เล็กสำหรับห้อยคอ และพิมพ์พระบูชา หรือพระแผง พระพิมพ์เล็กขนาดห้อยคอที่จัดว่ามี

ราคาสูงสุด คือพระปางลีลา หรือปางตริภังค์ เป็นพิมพ์ที่ขุดพบน้อยมาก จึงหายาก รองลงมาคือพระนาคปรกเดี่ยว พิมพ์เล็ก พระนาคปรกเดี่ยว พิมพ์ใหญ่ 
ส่วนพระแผงขนาดบูชา จะเป็นปางนั่งเมือง ปางเสด็จจากดาวดึงส์ ปางประทานพร ปางปาฏิหาริย์ ปางปรกโพธิ์ และพิมพ์ต่างๆ อีกหลายพิมพ์

ในครั้งนั้น มีชาวบ้านจากทุกทั่วสารทิศแห่มาขุดหาพระกันอย่างมากมายเพื่อครอบครองเป็นสิริมงคล บ้างก็เอาไว้ขายต่อ เพราะได้ราคาดี โดยมีบรรดาเซียนพระ

มารับซื้อถึงปากหลุม ปัจจุบันพระกรุนาดูนเป็นที่ยอมรับ และเป็นที่ต้องการของเซียนพระเป็นอย่างมาก

ต่อมาจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายกันชาวบ้านออกจากบริเวณดังกล่าว เพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรที่ ๗ ขอนแก่น เข้าไปสำรวจตรวจสอบโบราณวัตถุ

 เพื่อเก็บสิ่งของที่พบเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นต่อไป

กว่า ๒๗ ปีที่ผ่านมา ความนิยมในพระกรุนาดูนได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ราคาแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มหายากขึ้นทุกวัน

จนล่าสุด หลัง งานนมัสการพระธาตุนาดูน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีชาวบ้านบางคนทยอยมาขุดหาพระในบริเวณที่เคยขุดพบเมื่อปี ๒๕๒๒ อีกครั้งหนึ่ง จนมีข่าวแพร่

สะพัดออกไปว่ามีการขุดพบพระกรุนาดูน ทำให้เมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมาชาวบ้านแห่กันมาขุดหาพระกันเป็นจำนวนมากติดต่อกันทุกวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งเวลากลางคืน



นายทองแดง ภาระโก อายุ ๓๗ ปี ชาวบ้านหนองโง้ง ต.นาดูน กล่าวว่า เมื่อประมาณ ๓ อาทิตย์ที่ผ่านมามีชาวบ้าน ๑๐๐-๒๐๐ คน รวมกลุ่มกันมาประมาณ

กลุ่มละ ๑๐-๒๐ คน จับจองที่เพื่อขุดหาพระกันเป็นจำนวนมาก บางคนก็ได้ บางคนก็ไม่ได้ แต่ที่ผ่านมามีการขุดพบพระดินเผาพิมพ์ต่างๆ จำนวนหลายร้อยองค์

โดยผู้มาขุดหาพระ จะขุดดินเปิดปากหลุมความกว้างประมาณ ๕x๕ เมตร ลึกประมาณ ๕ เมตร พอลึกจนพบตาน้ำ ก็จะสูบน้ำออก แล้วลงมือค้นหาพระด้วยมือเปล่า

 แล้วแต่ดวงใครจะเจอก่อน ซึ่งตามข้อตกลง หากมีการพบพระก็จะตกลงกันว่าจะขายกันที่ปากหลุม แล้วเอาเงินมาแบ่งเท่าๆ กัน แต่ส่วนใหญ่เมื่อขุดพบพระ จะยัง
ไม่มีการขายที่ปากหลุม ชาวบ้านจะเก็บไว้ประเมินราคาก่อนที่จะขายในวันต่อไป ทำให้เซียนพระต่างพากันไปซื้อพระอย่างเนืองแน่น เพราะพิสูจน์กันอย่างแน่ชัดแล้ว
ว่าพระที่ขุดพบในครั้งนี้เป็นพระแท้แน่นอน จึงทุ่มเงินซื้อกันอย่างไม่อั้น





"พระที่พบส่วนใหญ่จะเป็นพระแผง มีทั้งสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ ส่วนพระพิมพ์เล็ก และพระทองคำจะไม่ค่อยพบ ราคาพระตรงปากหลุมจะขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ 

และพิมพ์ที่พบเห็นส่วนใหญ่จะมีราคาประมาณ ๑ หมื่น-๕ แสนบาท โดยจะมีเซียนพระหรือผู้สนใจมาเฝ้ารอซื้อต่อที่ปากหลุมหลายคน ส่วนผู้ที่มาขุดหาพระ ส่วนใหญ่
เป็นชาวบ้านละแวกใกล้เคียง แต่เชื่อว่า เมื่อมีข่าวแพร่กระจายออกไป จะมีชาวบ้านจากที่อื่นๆ แห่มาขุดเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน" นายทองแดง กล่าว

ขณะที่ นายทรงเดช แสงนิล อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ผู้ติดตามศึกษาเรื่องพระกรุนาดูน กล่าวว่า กรุนาดูนเป็นหนึ่ง

ใน ๓๒ กรุ ในนครจำปาศรีเดิม หรือเมืองนาดูนในอดีต พระพิมพ์ต่างๆ ที่พบเห็นส่วนใหญ่จะมีลักษณะเหมือนกัน เนื่องจากอยู่ในยุคเดียวกัน คือยุคทวารวดี ซึ่งมี
ความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนยุคขอมจะเรืองอำนาจเสียอีก

จากอายุที่เก่าแก่และค่านิยมของบรรดาเซียนพระ ส่งผลให้พระกรุนาดูนได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของวงการพระเมืองไทย

โดยส่วนใหญ่พระที่พบจะมีอยู่ด้วยกัน ๗ เนื้อ คือ เนื้อหิน เนื้อมะขามเปียก เนื้อมันปู เนื้อแดง เนื้อทราย เนื้อส้ม และเนื้อหม้อใหม่ โดยเนื้อหินและเนื้อมะขามเปียกจะจัด

อยู่ในเนื้อเกรดเอ ได้รับความนิยมสูง และเป็นเนื้อที่หายากมาก


"วัฒนธรรมการดูพระ เกิดจากค่านิยม และกระแสต่างๆ ในสังคม เมื่อมีคนสนใจมาก ของมีน้อย ความต้องการของคนยิ่งสูงขึ้น และค่าบูชาพระกรุนาดูนก็สูงขึ้นตามไปด้วย 

จึงเชื่อว่าหลังมีข่าวแพร่สะพัดออกไปแล้ว อีกไม่นานกรมศิลปากร หรือเทศบาลตำบลนาดูน ซึ่งเป็นเจ้าของที่ คงจะเข้ามาสั่งห้ามชาวบ้านให้ยุติการขุดหาพระอย่างแน่นอน" 
นายทรงเดช กล่าว

ขณะที่ นายรัตนคุณ พงษ์จันทร์เพ็ญ เซียนพระเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า ข่าวการขุดหาพระกรุนาดูนเริ่มได้รับความสนใจจากเซียนพระในตัวเมืองมหาสารคาม และจังหวัด

ใกล้เคียงบ้างแล้ว ที่ผ่านมาก็มีเซียนพระจากต่างถิ่นเดินทางไปที่ อ.นาดูน เป็นจำนวนมาก เพื่อไปรับซื้อพระที่ปากหลุม ขณะนี้ทราบว่าพระกรุที่ขุดพบครั้งนี้เป็นที่นิยมมากกว่า
ครั้งที่กรุแตกเมื่อปี ๒๕๒๒ ด้วยซ้ำ และจากความนิยมดังกล่าว ส่งผลให้พระกรุนาดูนมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม นายประสาทพร สีกงพลี นายกเทศมนตรีตำบลนาดูน กล่าวว่า ล่าสุดเทศบาลได้รับคำสั่งจากจังหวัด ให้ห้ามชาวบ้านระงับการขุดหาพระแล้ว โดยเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม สั่งให้ชาวบ้านเลิกขุดหาพระที่บริเวณดังกล่าว และให้นำรถฝังกลบหลุมดินทั้งหมด พร้อมกับจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าจะสูญเสีย

วัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์

"นอกจากนี้ เพื่อเป็นการป้องกันระยะยาว จังหวัดมีแผนในการทำศูนย์เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์นครจำปาศรี ในบริเวณที่กำลังมีการขุดค้นหาพระ เพื่อสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้

ของบรรพชนรุ่นหลัง ให้รู้จักนครจำปาศรี หรือเมืองนาดูนในอดีต โดยช่วงนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาหาข้อมูลอยู่" นายประสาทพร กล่าว

.........................

หวังว่าข้อมูลที่นำมาประกอบการศึกษา วิเคราะห์นี้จะพอช่วยเป็นแนวทางแก่ผู้ใฝ่รู้ทุกท่าน

ด้วยความปราถนาดี

from K.วิเศษไชยศรี 
http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=prakruang&topic=15071&page=2



จขกท.(คุณอมตพระพุทธคุณSunny)

ตามภาพพระทองคำที่คุณPost ถามมานั้น พุทธศิลป์ และอายุการสร้างเข้ากันได้สนิท กับ พระกรุนาดูน จ.มหาสาคาม (โปรดดูภาพเปรียบเทียบ)

พระนี้เป็นศิลป " เชียงรุ้ง" หรือ " เชียงรุ่ง" ปัจจุบันอยู่ที่สิบสองพันนาในมณฑลยูนาน ประเทศจีน
พระนี้เรียกว่า " พระยอดกรุ" ซึ่งเรียกตามลักษณะและประเพณี พิธีในยุคนั้น คือ จะนำพระเครื่องดังกล่าวนี้วางไว้ที่ยอดบายศรี (ยุครัตนโกสินก็มีคณาจารย์หลาย

ท่านทำคล้ายกันเช่น หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์, เจ้าคุณศรีฯ เป็นต้น แต่เรียกว่า "พระยอดบายศรี") คือบายศรีที่ทำพิธีนั้นเอง

สำหรับพระยอดกรุนี้ ก็จะใช้วางไว้บนยอดบายศรีทั้ง ๕ อันได้แก่พระเจ้า ๕ พระองค์ ในการทำพิธีลงกรุ(นำพระเข้ากรุ) และเมื่อนำพระบรรจุลงกรุหมดแล้ว

 จึงจะอัญเชิญพระยอดกรุ ทั้ง ๕ องค์ไว้ด้านบน นี้เป็นพิธีกรรมในสมัยทวาราวดี

ดังนั้นการพบพระยอดกรุนี้จะพบก่อนพระเครื่องอื่น ๆ เพราะอยู่บนสุด (ส่วนใหญ่ไม่รอดคนขุด เพราะจะอมไว้ในปากตรงกระพุ้งแก้มไม่ยอมคาย จนกระทั่ง

กลับบ้านน่านแหละ=พวกผีกรุจะรู้เทคนิคนี้ดี) ดังนั้นพระยอดกรุจึงไม่ค่อยหลงออกมาเนื่องจากมีน้อย และส่วนใหญ่จะเป็นทองคำ จึงถูกนำไปหลอมเสียหมด
 จากภาพพระยอดกรุนาดูนที่นำไปเทียบเหลือรอดมา ก็เพราะเป็นเนื้อชินชุบทอง ไม่งั้นคงเสร็จเหมือน ๆ กัน

การสร้างพระในสมัยโบราณ จะแบ่งชั้นกันโดยจะรู้จากโลหะที่สร้าง คือ
- พระมหากษัตริย์ จะสร้างเป็นเนื้อทองคำบริสุทธ
- ผู้ครองนคร ประเทศราชจะสร้างเป็นเนื้อเงินบริสุทธิ์
- อำมาต ราชครู จะสร้างเป็นเนื้อทองแดง
- ขุนพล แม่ทัพ จะสร้างเป็นเนื้อชิน สัตตโลหะ ปัญญจโลหะ
- สมณะ นักบวช จะสร้างเป็นเนื้อว่าน แร่
- ประชาชนทั่วไป จะสร้างเป็นเนื้อดิน

นี้เป็นประเพณีของยุคสมัยทราวดี สืบทอดมาจนถึงยุคล้านช้าง เชียงรุ่ง

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า พระทองคำที่ จขกท.Post ภาพมานี้ เป็น พระยอดกรุ นาดูน สร้างโดยพระมหากษัตริย์ อย่างไม่มีข้อสงสัย ดังมีเหตุผลสนับสนุ ต่อไปนี้


(โปรดดูภาพประกอบ)

- หมายเลข ๑ - ๕ คือลักษณะการจับตัวของแร่เหล็กที่แทรกลงไปในเนื้อทอง(เพราะทองไม่เป็นสนิม)
- จะเป็นว่าในหมายเลข ๓ การจับตัวของแร่เหล็กที่งอกพอกติดแทบเป็นเนื้อเดียวกับทอง
- ที่หมายเลข ๔ แสดงให้เห็นอายุของพระองค์นี้ เพราะแร่เหล็กได้กัดเซาะเข้าไปในเนื้อทองจนเป็นโพลงเห็นชัด ที่ฐานพระก็มีลักษณะเดียวกัน



(โปรดดูภาพประกอบ)

- หมายเลข ๑ - ๒ - ๓ แสดงให้เห็นว่าในส่วนของด้านหลังเศียรพระนี้ ได้ถูกแร่เหล็กงอกทับ ในลักษณะทางธรณีวิทยาเรียกว่า การแปรประสาร 

ซึ่งจะใช้เวลาการงอก(จับตัว) คลุมเศียรพระได้นั้น ต้องไม่น้อยกว่าพันปีขึ้นไป(ตรงกับอายุที่ได้มีการรับรองของกรมศิลปากร...ดูในประวัติการขุดกรุ)

ตามลักษณะของพระที่เห็นนี้ เชื่อมั่นว่าพระตามภาพของ จขกท. จะต้องอยู่ในก้อนลูกรัง และผู้ขุดได้จะต้องเอาก้อนลูกรังมาทุบเพื่อเอาพระ และพยามแกะ

เอาแร่เหล็กที่จับเนื้อพระออกเพื่อให้เห็นเนื้อทองคำ ในภายหลัง

ซึ่งลักษณะของการงอกคลุมทับจนแทบเป็นเนื้อเดียวกับทองนี้ ฝีมือนักเคมีของโลกก็ทำไม่ได้ เนื่องจากเป็นปฏิกริยาเคมีทางธรรมชาติ

::: สรุป :::
พระทองคำตามภาพของ จขกท. เป็นโบราณวัตถุ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดี อย่างไร้ข้อสงสัยทางวิชาการ

สำหรับพระกรุนาดูน ที่นำขึ้นเปรียบเทียบนั้น ยังจัดว่าอยู่ในชั้นดินแรก ๆ (ตื้น) จึงไม่มีแร่เหล็กงอกคลุม 

แต่สำหรับพระของ จขกท. แสดงว่าอยู่ในชั้นดินที่ลึกมาก คงไม่ต่ำกว่า20 ฟุต นั่นแสดงให้เห็นว่าพระของ จขกท. มีอายุมากกว่า พระกรุที่นำมาเปรียบเทียบ
อีกด้วย


0 comments:

Post a Comment

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...