ทองคำโบราณ บางตะพาน หรือ บางสะพาน
ทองคำ         ทองคำ ใน สยามประเทศเป็นแร่ธาตุที่รู้จักกันมาแต่โบราณ เช่น ในคติความเชื่อทางจักรวาลวิทยาแบบไตรภูมิ กล่าวถึง "ชมพูทวีป" อันเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ เนื่องมาจากเป็นแหล่งกำเนิดของทองคำเนื้อสีชมพูอ่อนงดงาม ซึ่งเกิดจากลูกหว้าขนาดใหญ่ในป่าหิมพานต์ ที่รู้จักกันในชื่อ "ทองชมพูนุช" จนกลายมาเป็นชื่อทวีปในความเชื่อทางศาสนา
         นอกจากนี้ มีการค้นพบว่าพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือหลวงพ่อทองคำสุโขทัยไตรมิตร ซึ่งได้รับการบันทึกใน "The Guinness Book of Records" ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำใหญ่ที่สุดในโลกนั้น มีปริมาตรของทองคำเรียกกันอย่างโบราณว่า "ทองเนื้อเจ็ดน้ำสองขา" เป็นต้น
อาจกล่าวได้ว่าเราพบหลักฐานการสร้างพระพุทธรูป และพระเครื่อง จากทองคำแท้ตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ไม่ใช่ทองแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิ่งในสมัยสุโขทัยยิ่งพบพระพุทธรูปทองคำมากเป็นพิเศษ
         ส่วนทองคำที่มีเปอร์เซ็นต์ทองสูงมากนั้น เรามาพบภายหลังเรียกว่า "ทองคำบางตะพาน" หรือ "ทองคำบางสะพาน" จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีความงดงาม สุกปลั่ง แวววาว และที่สำคัญมีปริมาตรเนื้อทองบริสุทธิ์มากกว่าทองคำโบราณใดๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาตั้งแต่อดีต โดยจะขุดพบในเขต ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะในหมู่บ้านป่าร่อน และบริเวณห้วยจังหัน จะเป็นแหล่งที่พบมากเป็นพิเศษ
         มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่า ทองคำบางตะพานพบครั้งแรกในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ราวปี พ.ศ.2289 (จ.ศ.1181) เมื่อผู้รั้งเมืองกุยบุรีส่งทองคำร่อนเนื้อบริสุทธิ์หนัก 3 ตำลึงมาถวาย พระองค์จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้เกณฑ์ไพร่ 2,000 คน ไปทำการร่อนหาทอง
         เนื่องจากไม่เคยพบทองเนื้อบริสุทธิ์ถึงขนาดนี้มาก่อน จนในปี พ.ศ.2291 ผู้รั้งเมืองกุยจึงรวบรวมทองได้ ถึง 90 ชั่งเศษ คิดเป็นน้ำหนัก 54 ก.ก. หรือ 3,600 บาท พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศจึงมีพระราชศรัทธาถวายทองแผ่คลุมยอดมณฑปพระพุทธบาท สระบุรี ตั้งแต่ส่วนเหม (มกร) และนาคลงมา แล้วยกผู้รั้งเมืองกุยให้เป็นเจ้าเมืองกุยบุรี แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าในคราวเหตุการณ์วุ่นวายตอนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้ง ที่สอง ทองดังกล่าวถูกกลุ่มจีนฮ่อเผาและลอกออกไปจนหมดสิ้น
         การพบทองคำเนื้อบริสุทธิ์จนเป็นที่กล่าวขวัญในครั้งนั้นเนื่องจากว่าเราไม่เคยพบทองเนื้อเก้า หรือทองนพคุณมาก่อน จะพบอย่างมากก็เพียงทองเนื้อสี่ ทองเนื้อห้า ทองเนื้อหก ทองเนื้อเจ็ด หรือทองเนื้อแปดน้ำสองขาเท่านั้น ดังนั้น ทองเนื้อเก้า จึงจัดเป็นทองที่ ไม่มีแร่ธาตุอื่นเจือปน กล่าวกันว่าใช้เพียงความร้อนเป่าเอาเศษดินออกโดยไม่ต้องใช้กระบวนการถลุงก็ จะได้ทองเนื้อบริสุทธิ์ ซึ่งเรารู้จักทองคำชนิดนี้ในหลายๆ ชื่อ เช่น ทองชมพูนุช ทองนพคุณ ทองเนื้อแท้ และทองคำเลียง เป็นต้น
         ในปี พ.ศ.2548 ต.บางสะพาน ถูกน้ำท่วมขนาดหนัก เมื่อน้ำลดมีผู้พบเห็นเกล็ดทองที่พัดมากับสายน้ำติดค้างอยู่ตามซอกหิน ทำให้ผู้แสวงโชคแห่กันมาร่อนทอง และชมความมหัศจรรย์ของ แหล่งแร่สูงค่าที่มีมาแต่โบราณ วิธีการร่อนทองจะขุดดินแล้วนำมาขยำผสมน้ำใส่ใน "เลียง" ซึ่งทำจากไม้ขนุนก้นสอบเหมือนหมวกญวน จากนั้นก็ขยำและเอียงเลียงให้น้ำในคลองพัดพาเอาดินค่อยๆ หลุดออกไป
         หากโชคดีก็จะมีเศษทองติดอยู่ก้นเลียง นักท่องเที่ยวนิยมมาขอซื้อโดยให้ราคาดี เพราะนอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นทองเนื้อบริสุทธิ์ที่สุดแล้ว ยังมีความเชื่อว่าทองเนื้อเก้ามีคุณวิเศษจากธรรมชาติที่จะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับผู้ครอบครองอีกด้วย แต่ปัจจุบันต้องระวังให้มาก เนื่องจากมีการนำทองพม่า หรือเกล็ดทองอื่นๆ มาหลอกขายนักท่องเที่ยว บางครั้งทำเป็นว่าพบในขณะทำการร่อนทองก็มี
ดังนั้น ในการจะซื้อจะหาทองบางตะพานนี้ต้องใช้ความรอบคอบและต้องดูทองโบราณให้เป็นด้วย หลักสำคัญจำไว้ให้แม่นว่า ทองโบราณจะไม่สุกปลั่งเหมือนทองชุบ คนโบราณเขาเรียกว่าทองด้าน ครับผม
คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง :โดย ราม วัชรประดิษฐ์

from http://www.itti-patihan.com

0 comments:

Post a Comment

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...